ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 548 การให้กำลังใจ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 548 การให้กำลังใจ
บทที่ 548 การให้กำลังใจ
………………..
บทที่ 548 การให้กำลังใจ
คืนนั้นผ่านไปโดยไม่ฝันถึงอะไร
เช้าวันรุ่งขึ้นเวลาแปดโมง เย่เสี่ยวจิ่นและเพื่อน ๆ เพิ่งเสร็จจากการซ้อมตอนเช้า
ขณะที่เธอกำลังจะไปกินอาหารเช้าที่โรงอาหารกับเฉียวเถียนหย่า เจียงฉีก็มาขวางไว้
สีหน้าของเจียงฉีดูไม่ค่อยดี น้ำเสียงก็เย็นชา “เฉิงซิงไห่บอกว่าสืบได้แล้วว่าใครเป็นคนสั่งให้ต้าหลงกับพวกนักเลงเมื่อวานตอนเย็นมาสั่งสอนเธอ”
เฉียวเถียนหย่าที่กำลังหลงใหลในความหล่อของเจียงฉีอยู่
พอได้ยินคำพูดนี้อย่างกะทันหัน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
หล่อนคว้าแขนของเย่เสี่ยวจิ่นไว้ มองสำรวจตัวเธอขึ้น ๆ ลง ๆ หลายรอบด้วยความเป็นห่วง “เสี่ยวจิ่น เมื่อวานเธอโดนพวกนักเลงดักด้วยเหรอ! ไม่เป็นไรใช่ไหม! ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม?”
เฉียวเถียนหย่าทำท่าตื่นตระหนกมาก
เฉียวเถียนหย่าตรวจดูหลายรอบจนแน่ใจ ถึงได้วางใจ แล้วถามอย่างสงสัย “แต่เสี่ยวจิ่น เธอเพิ่งมาเมืองหลวงไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมีคนมาหาเรื่องเธอล่ะ?”
เย่เสี่ยวจิ่นน้ำเสียงเย็นลง “ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน”
“ไปด้วยกันเถอะ” เจียงฉีดูเวลาแล้วพูด “เริ่มฝึกตอนเก้าโมง ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง เฉิงซิงไห่รอพวกเราอยู่นอกโรงเรียน”
เฉียวเถียนหย่าจับชายเสื้อของเย่เสี่ยวจิ่นพลางถามเสียงเบา “ฉันไปด้วยได้ไหม?”
“ได้สิ ไปด้วยกันเถอะ”
เฉียวเถียนหย่าดีใจจนกระโดดตัวลอย “เยี่ยม ฉันอยากรู้นักว่าใครกันที่กล้าหาเรื่องเธอ!”
ที่หน้าประตูโรงเรียน เฉิงซิงไห่ถือถุงใบหนึ่งอยู่
เขายื่นถุงให้เจียงฉีที่เดินเข้ามา “อาหารเช้าจากร้านเหอซัน แบ่งให้เสี่ยวจิ่นกับเพื่อนของหล่อนด้วย”
เจียงฉีพยักหน้า แล้วหยิบซาลาเปาใหญ่สองลูก ส่วนถุงที่เหลือยื่นให้เย่เสี่ยวจิ่น
“พวกเธอสองคนเอาไปกินเถอะ”
เย่เสี่ยวจิ่นไม่รู้สึกแปลกใจแล้ว
เธอยื่นถุงให้เฉียวเถียนหย่าพร้อมรอยยิ้ม “มา เธอชอบก็หยิบเยอะ ๆ เลย”
เฉียวเถียนหย่ามองเฉิงซิงไห่กับเจียงฉี แล้วสำรวมตัวหยิบนมถั่วเหลืองหนึ่งแก้วกับเสี่ยวหลงเปาหนึ่งชุด
เย่เสี่ยวจิ่นหยิบซาลาเปาไส้หมูออกมาค่อย ๆ กินทีละคำ
“พวกเราไปที่แห่งหนึ่งกันก่อน”
เขาเดินไปในทิศทางของโรงเรียนมัธยมสาขามหาวิทยาลัยปักกิ่ง
เย่เสี่ยวจิ่นมองดูประตูโรงเรียนมัธยม ในใจเธอก็พอจะเดาได้แล้ว
เธอมาที่ปักกิ่งได้ไม่กี่วันจะไปมีเรื่องกับใครที่ไหนได้ มีแค่เด็กผู้ชายกลุ่มนั้นจากโรงเรียนมัธยมสาขาเท่านั้น
เธอจำได้ว่าตอนที่ลู่ป๋อเหวินจะออกจากโรงอาหารครั้งที่แล้ว สายตาของเขาที่มองมายังเธอดูไม่ค่อยดีเท่าใด
เฉิงซิงไห่ได้ติดต่อกับโรงเรียนมัธยมสาขาไว้ล่วงหน้า ที่ป้อมยามมีชายวัยกลางคนใส่สูทพุงพลุ้ยคนหนึ่งกำลังรออยู่
พอเห็นคน เขาก็รีบยิ้มแย้มเดินเข้ามาต้อนรับ “คุณเฉิงใช่ไหมครับ?”
“หาแล้วครับ หาแล้ว” ผู้อำนวยการหวังรีบตอบ “พอพวกเขามาถึงโรงเรียน ผมก็ให้รออยู่ที่ห้องทำงานแล้วครับ เดี๋ยวผมพาคุณไปเอง”
เขาทำท่าเชิญ พลางนำทางเฉิงซิงไห่ไป แล้วก็ค่อย ๆ สอบถามอย่างระมัดระวัง “คุณเฉิงครับ นักเรียนสามคนนั้นทำอะไรผิดหรือครับ ถึงได้ต้องรบกวนคุณมาด้วยตัวเอง…”
“อืม”
“พวกเขาสามคนติดต่อพวกนักเลงนอกโรงเรียนมารังแกน้องสาวผม แค่นี้ถือว่าเรื่องใหญ่ไหมล่ะ?”
ผู้อำนวยการหวังรู้สึกใจหายวาบ ใบหน้าซีดเผือด
“เกี่ยว…เกี่ยวกับการจ้างนักเลงมารังแกน้องสาวของคุณ…” เสียงสั่นเครือ
เด็กบ้าพวกนี้ ทำไมถึงได้ทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้ได้!
ที่ห้องทำงานของหัวหน้าฝ่ายวิชาการ
ลู่ป๋อเหวินนั่งอยู่บนโซฟา กำลังเขียนข้อสอบในมือ
ซุนเสียนและเปาต้าหมิงเริ่มนั่งไม่ติดที่
วางปากกาลง ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย “ลูกพี่ ทำไมผู้อำนวยการหวังถึงเรียกพวกเรามาที่ห้องทำงานของเขาแต่เช้า? พวกเรารอมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ฉันอยากกลับไปทำข้อสอบที่ห้องเรียน”
ลู่ป๋อเหวินเขียนตัว “A” ลงบนข้อสอบอย่างไม่รีบร้อน “นายจะรีบไปไหน ผู้อำนวยการหวังยังหวังให้พวกเราสอบได้คะแนนสูง ๆ เพื่อสร้างผลงานให้เขาอยู่เลย”
ซุนเสียนและเปาต้าหมิงพอได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วย “ก็จริง ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการหวังปฏิบัติกับพวกเราดีมาก คราวนี้คงมีเรื่องดี ๆ จะมาบอกพวกเราอีกแน่ ๆ”
คิดได้แบบนั้น ซุนเสียนและเปาต้าหมิงก็นั่งลง ไขว่ห้างแกว่งขาไปมา
ใบหน้าทั้งคู่มีรอยยิ้ม
ตอนที่ผู้อำนวยการหวังเดินมาถึงตึกสำนักงาน เสื้อด้านหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เขาเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก พูดปรึกษากับเฉิงซิงไห่อย่างระมัดระวัง “คุณเฉิง ปกติลู่ป๋อเหวินกับพวกก็เป็นเด็กดี เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดแน่ ๆ ปีนี้พวกเขาก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ขอร้องคุณอย่าทำให้พวกเขาลำบากมากเลย”
เฉิงซิงไห่จ้องมองเขาด้วยแววตาเย็นชา “ผู้อำนวยการหวัง คุณพูดกับผมด้วยสถานะอะไร?”
ผู้อำนวยการหวังขมับเต้นตุบ ๆ “ผม… ผม…”
“ผมไม่เคยหาเรื่องเด็กโดยไม่มีเหตุผล แต่ถ้าพวกเขาทำผิดจริง ผมก็จะไม่ปล่อยไปง่าย ๆ”
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกว่าตอนนี้ออร่าของเฉิงซิงไห่สูงถึงสองเมตรแปดสิบ
ดูเท่มาก
เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องทำงาน ผู้อำนวยการหวังรีบเดินเข้าไปก่อน
เห็นซุนเสียนกับเปาต้าหมิงกำลังคุยกันอย่างสบายอารมณ์ ความโกรธพลันพลุ่งขึ้นมาทันที
น้ำเสียงไม่เป็นมิตร “พวกนายมีเรื่องใหญ่แล้ว!”
ซุนเสียนกับเปาต้าหมิงชะงักไป
ลู่ป๋อเหวินที่กำลังถือปากกาอยู่ก็หยุดชะงัก
เย่เสี่ยวจิ่นเดินตามหลังเฉิงซิงไห่เข้ามาพอดี สบตากับลู่ป๋อเหวินพอดี
สายตาลู่ป๋อเหวินวาบขึ้น วางข้อสอบลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน
“ผู้อำนวยการหวัง พวกเขาคงไม่ใช่คนในโรงเรียนของเราใช่ไหม”
“ลู่ป๋อเหวิน” เฉิงซิงไห่มองเขาด้วยรอยยิ้มกึ่งเยาะหยัน “นายรู้จักต้าหลงไหม”
ลู่ป๋อเหวินกำชุดนักเรียนแน่นโดยไม่รู้ตัว แต่สีหน้าไม่แสดงความผิดปกติใด ๆ พูดอย่างงุนงงว่า “ต้าหลง? ใครเหรอครับ”
เจียงฉีมองที่มือของเขาแล้วยิ้มออกมา
ลู่ป๋อเหวินอายุยังน้อย ทุกการกระทำไม่อาจหลุดรอดสายตาของเจียงฉีและเฉิงซิงไห่ ทั้งสองคนมั่นใจได้ทันทีว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับลู่ป๋อเหวิน
เพื่อนสองคนข้าง ๆ เขาน่าจะไม่รู้เรื่องจริง ๆ
“ผู้อำนวยการหวัง พานักเรียนสองคนนั้นออกไปก่อน”
ผู้อำนวยการหวังชะงักไปครู่หนึ่ง รีบพยักหน้า “ซุนเสียน เปาต้าหมิง พวกเธอยังยืนนิ่งอยู่ทำไม รีบกลับไปเรียนเร็วเข้า”
ซุนเสียนและเปาต้าหมิงมองลู่ป๋อเหวิน
เปาต้าหมิงอดไม่ได้พูดว่า “ผู้อำนวยการหวัง แล้วลู่ป๋อเหวินล่ะครับ ทำไมเขาถึงไปไม่ได้”
ผู้อำนวยการหวังโกรธจนหน้าอกกระเพื่อม ตบโต๊ะดังสนั่น “บอกให้รีบกลับไปเรียนก็รีบกลับไปสิ พูดมากทำไม”
ทั้งสองคนแทบไม่เคยเห็นผู้อำนวยการหวังโกรธเลย จึงตกใจกันไปตาม ๆ กัน
พวกเขารีบออกจากห้องทำงานไป
ลู่ป๋อเหวินรู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย ใบหน้าเผยรอยยิ้มบาง ๆ “ผู้อำนวยการหวัง พวกนั้นเป็นใครกันหรือครับ ทำไมถึงให้ผมอยู่ที่นี่ต่อ”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ได้เวลาเก็บกวาดเด็กเปรตในคราบเด็กเรียนแล้ว ระดับคุณชายเฉิงลงมาเดินเกมเอง น่าจะรอดยากล่ะ
ไหหม่า(海馬)
………………..