ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 545 บรรยากาศดูแปลก ๆ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 545 บรรยากาศดูแปลก ๆ
บทที่ 545 บรรยากาศดูแปลก ๆ
………………..
บทที่ 545 บรรยากาศดูแปลก ๆ
เฉิงซิงไห่มองเจียงฉีด้วยความสนใจ
“มาจริง ๆ ด้วย”
เจียงฉีหลุบตาลง ไม่พูดอะไร
เฉิงซิงไห่กดความรังเกียจเอาไว้ เสียงทุ้มต่ำ เอ่ยดังขึ้น “เข้ามา”
ประตูห้องรับรองค่อย ๆ เปิดออก เย่เสี่ยวจิ่นหันไปมองด้วย
ที่ประตู เฮ่อหมิงเยว่สวมชุดกระโปรงสีครีม ผมถูกรวบไว้ด้านหลังด้วยกิ๊บคริสตัล ใบหน้าขาวใสดั่งหยกชั้นดี ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อ ชวนให้คนจินตนาการ
ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความสง่างาม มองจากไกล ๆ ก็ดูเหมือนสาวสูงศักดิ์จากเมืองหลวง
คนอื่น ๆ ในห้องรับรองต่างตะลึงในความงาม
หล่อนถือกระเป๋าใบเล็กไว้เสมอหน้าท้อง สายตากวาดมองรอบห้องรับรองอย่างไม่เป็นที่สังเกต สุดท้ายหยุดมองที่เจียงฉีสองวินาทีอย่างแนบเนียน แล้วจึงเบนสายตาไปที่อื่นอย่างช้า ๆ
เฉิงซิงไห่รู้สึกไม่สบายตัวเมื่อได้ยินเสียงของหล่อน แต่เขาไม่ได้แสดงออกชัดเจน เพียงพูดเรียบ ๆ ว่า “เธอลืมให้อะไรบางอย่างกับเย่เสี่ยวจิ่นใช่ไหม?”
คนอื่น ๆ ในห้องรับรองต่างรีบดึงเก้าอี้ให้เฮ่อหมิงเยว่ด้วยความกระตือรือร้น หล่อนยิ้มให้พวกเขา พอนั่งลงแล้วได้ยินคำพูดของเฉิงซิงไห่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
หล่อนวางกระเป๋าไว้บนตัก พูดเสียงเบาว่า “แน่นอนค่ะว่าฉันจำได้”
“ครั้งนี้ฉันมาเมืองหลวงก็เพราะภารกิจอย่างหนึ่ง”
หล่อนมองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นด้วยสีหน้าอ่อนโยน “น้องเสี่ยวจิ่น คุณปู่เฉิงให้หยกมาคนละชิ้น เพราะว่าตอนนั้นเธอไม่อยู่ที่ซิงเฉิง คุณปู่เฉิงเลยฝากฉันมาให้เธอ”
พูดจบ หล่อนก็หยิบหยกลายมังกรอีกครึ่งชิ้นออกมาจากกระเป๋า
ตอนที่หล่อนกำลังจะส่งให้เย่เสี่ยวจิ่น เฉิงซิงไห่ก็ลุกขึ้นมาคว้าหยกไปทันที
“พี่ซิงไห่…”
“ไม่ต้องลำบากหรอก ฉันจะให้หล่อนเอง” เขาพูดเรียบ ๆ โดยไม่มองเฮ่อหมิงเยว่เลยสักนิด
รู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง
เฉิงซิงไห่คนนี้ดูเหมือนจะขี้เกียจและเข้าหายาก แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนที่เข้าหาง่ายและพูดคุยด้วยได้
ทำไมถึงทำกับเฮ่อหมิงเยว่แบบนี้…
เมื่อเห็นดวงตาสุกสกาวของเฮ่อหมิงเยว่เริ่มแดงขึ้น ผู้ชายคนอื่น ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกรักหยกถนอมบุปผา จิตใจพลันอ่อนไหว
จึงเอ่ยปากช่วยแก้สถานการณ์ให้หล่อน
“เฮ่อหมิงเยว่ใช่ไหม? มานี่สิ นี่เป็นอาหารจานพิเศษที่ต้มเคี่ยวมาสามชั่วโมง วัตถุดิบทุกอย่างเป็นของชั้นดีทั้งนั้น ลองชิมดูสิ รสชาติดีมากเลยนะ”
“ร้านนี้จองยากมาก พวกเราต้องจองล่วงหน้าตั้งครึ่งเดือนถึงจะได้โต๊ะ”
บางคนก็ใช้ตะเกียบคีบอาหารให้หล่อน
เฮ่อหมิงเยว่มองไปที่คน ๆนั้น แล้วกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอบคุณค่ะ”
คนผู้นั้นตาพร่าไปกับรอยยิ้มของหล่อน จนรู้สึกมึน ๆ
นิ้วมือลูบหยกเบา ๆ เพื่อยืนยันว่าเป็นหยกของผู้เฒ่าเฉิง แล้วยื่นให้เย่เสี่ยวจิ่นพร้อมอธิบายว่า “เสี่ยวจิ่น หยกชิ้นนี้เป็นของที่ท่านผู้เฒ่าพกติดตัวมาตลอด มันมีความสำคัญมากในตระกูลเฉิง”
“ถ้าต่อไปฉันไม่อยู่ในเมืองหลวง เมื่อเธอเจอเรื่องยุ่งยากอะไร ให้ถือหยกชิ้นนี้ไปหาคนในตระกูลเฉิง พวกเขาจะช่วยเหลือเธอทุกคน”
เย่เสี่ยวจิ่นรับหยกมาเก็บไว้ใกล้ตัว พยักหน้าอย่างว่าง่าย “ได้ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”
เฉิงซิงไห่ยิ้มอย่างเอ็นดู ยื่นมือไปลูบผมนุ่มละเอียดของเธอ
เขายังคงชอบเด็กสาวที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอย่างเย่เสี่ยวจิ่น
สายตาของเฮ่อหมิงเยว่จับจ้องไปที่เจียงฉีตลอด ดูเหมือนจะพยายามดึงดูดความสนใจของเจียงฉี แต่แปลกที่หล่อนไม่กล้าเริ่มชวนคุยกับเขาก่อน
คนอื่น ๆ ต่างมองเฮ่อหมิงเยว่อย่างกระตือรือร้นพลางถามโน่นถามนี่
เย่เสี่ยวจิ่นชำเลืองมองเจียงฉีแวบหนึ่ง ดูเหมือนตั้งแต่เฮ่อหมิงเยว่เข้ามา เขาก็กลายเป็นคนที่สนใจแต่จะกินข้าว ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว ไม่พูดไม่จาอะไรเลย
เฉิงซิงไห่ก็เช่นกัน
บรรยากาศแบบนี้ เธอมองยังไงก็รู้สึกแปลก ๆ
เฮ่อหมิงเยว่กับสองคนนั้นต้องมีเรื่องราวอะไรกันมาก่อนแน่ ๆ
จนกระทั่งทุกคนกินเกือบอิ่มแล้ว เฮ่อหมิงเยว่ก็ทนนั่งเฉยไม่ไหว สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวังมองไปที่เจียงฉี เสียงอ่อนหวานราวกับสายน้ำ
“พี่เจียงฉี กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
เจียงฉีวางตะเกียบลงดัง “แปะ” แล้วลุกขึ้นยืนทันที ทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเฮ่อหมิงเยว่ หันไปพูดกับเฉิงซิงไห่ว่า “ฉันอิ่มแล้ว ที่บ้านยังมีธุระ ขอตัวก่อนนะ”
เฉิงซิงไห่พยักหน้า “ได้ ไปเถอะ ขับรถดี ๆ นะ”
ทั้งสองคนคุยกันราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น พูดจบเจียงฉีก็เดินตรงไปที่ประตูทันที
เฮ่อหมิงเยว่ริมฝีปากขยับเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความอับอาย
หล่อนกำกระเป๋าถือแน่น กัดริมฝีปากล่าง ลังเลอยู่สามครั้งก่อนจะลุกขึ้นวิ่งตามออกไป
“ไม่นะ เฉิงซิงไห่เป็นอะไรไปน่ะ?”
“ทำไมฉันรู้สึกว่าพวกคุณสองคนเหมือนมีเรื่องบาดหมางกับเฮ่อหมิงเยว่นะ? น้องคนนั้นหน้าตาน่ารักขนาดนั้น ทำไมพวกคุณถึงทำท่าทีแย่ใส่หล่อนขนาดนี้”
เฉิงซิงไห่รู้สึกหงุดหงิด รินน้ำดื่มเข้าปาก “พวกคุณไม่รู้เรื่องก็อย่าถามมาก”
ท่าทางเขากำลังจะโมโหแล้ว
คนอื่น ๆ ก็ไม่อยากเข้าไปยั่วโมโหเฉิงซิงไห่ ต่างพากันปิดปาก แล้วทยอยลุกขึ้น
“กินกันเสร็จแล้ว จะไปกันไหม?”
เฉิงซิงไห่พิงพนักเก้าอี้ โบกมือ “พวกคุณไปก่อนเถอะ ผมจะอยู่ต่ออีกสักพัก”
“ได้”
“แล้วเด็กคนนี้ล่ะ…”
“ไม่ต้องห่วง ผมจะไปส่งหล่อนเอง”
แม้จะแพง แต่วันนี้เธอก็ได้กินจนอิ่มหนำสำราญ
เธอเหลียวมองไปด้านข้าง เห็นเฉิงซิงไห่กำลังนวดขมับอย่างหงุดหงิด
เธอลังเลว่าควรจะพูดอะไรดี แต่เฉิงซิงไห่กลับเอ่ยปากขึ้นมาก่อน
“เธออย่าไปยุ่งกับเฮ่อหมิงเยว่เลย ถ้าหล่อนมาทำดีด้วยก็อย่าไปสนใจ”
“ได้” เย่เสี่ยวจิ่นตอบตกลงโดยไม่ลังเล “ฉันขอถามอะไรสักหน่อยได้ไหมว่าทำไม?”
“ถ้าคุณไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดหรอก”
“ไม่มีอะไรที่ไม่อยากพูดหรอก” เฉิงซิงไห่ลืมตาขึ้น แค่นหัวเราะเบา ๆ “เธอก็ไม่ใช่คนนอก ยังไงเสียสักวันเธอก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี”
“เฮ่อหมิงเยว่เป็นแฟนเก่าของเจียงฉี”
แฟนเก่า?!
เฮ่อหมิงเยว่เป็นแฟนเก่าของเจียงฉีงั้นเหรอ?
ดูท่าทางของทั้งสองคนวันนี้แล้ว ก็ดูเหมือนจะใช่จริง ๆ
เจียงฉีเรียนมัธยมปลายที่เมืองซิงเฉิง เฮ่อหมิงเยว่ก็เช่นกัน
ทั้งสองคนคบกันตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย เจียงฉีชอบหล่อนมาก หลังจากคบกันไม่นาน ก็พาหล่อนเข้ามาในกลุ่มของพวกเขา
ตอนแรกพวกเขาต่างชอบเฮ่อหมิงเยว่กันทั้งนั้น หล่อนหน้าตาดี อ่อนโยน มีมารยาท ทุกคนต่างอิจฉาเจียงฉีที่ได้แฟนทั้งสวยทั้งเข้าอกเข้าใจคนแบบนี้
ในปีมัธยมปลายปีที่สาม เจียงฉีถึงขั้นวางแผนจะขอหล่อนแต่งงาน
“ถ้าไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้นมา…”
เฉิงซิงไห่แค่นเสียงเยาะ “พวกเราจะไปรู้ได้ยังไงว่าความอ่อนโยนน่ารักทั้งหมดของผู้หญิงอย่างเฮ่อหมิงเยว่ล้วนเป็นของปลอม เป็นแค่การแสดงของหล่อน”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
แฟนเก่าเหรอ แรงมาก นี่คงมีเรื่องอะไรบางอย่างให้อยากกลับมาขอคืนดีสินะ
ไหหม่า(海馬)