ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 540 ได้รับทักษะใหม่อย่างน่ายินดี
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 540 ได้รับทักษะใหม่อย่างน่ายินดี
บทที่ 540 ได้รับทักษะใหม่อย่างน่ายินดี
………………..
บทที่ 540 ได้รับทักษะใหม่อย่างน่ายินดี
เย่เสี่ยวจิ่นคิดว่าวันนี้คงจะวุ่นวายไม่น้อย แต่กลับเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของเธอ
เจียงฉีประกาศให้นักเรียนทุกคนจับกลุ่มกันไปเตรียมวัตถุดิบสำหรับปิ้งย่างด้วยกัน
บนภูเขาอู่หยางมีกิจกรรมนี้อยู่แล้ว
ไม่ไกลจากที่นี่มีฟาร์มเล็ก ๆ ที่เลี้ยงสัตว์ปีกหลายชนิด ทั้งไก่ เป็ด ห่าน และมีต้นไม้ผลมากมาย
จัดเตรียมไว้สำหรับผู้ที่มาปีนเขาโดยเฉพาะ
ถือว่าคิดได้ละเอียดและใส่ใจมาก
เมื่อพวกเขาเข้าไปในฟาร์มด้วยกัน เย่เสี่ยวจิ่นก็ถามเจ้าของร้านด้วยความอยากรู้ว่าคิดราคาอย่างไร
พอได้ยินราคาแล้วก็อดที่จะอ้าปากค้างไม่ได้
ราคาก็ “ใส่ใจ” เช่นกัน
“เสี่ยวจิ่น พวกเราคนเยอะขนาดนี้ คงต้องเสียเงินไม่น้อยเลยสินะ?”
เย่เสี่ยวจิ่นจ้องมองไปที่องุ่นตรงนั้น แม้ว่าหน้าตาจะด้อยกว่าที่ฟาร์มบ้านเธอไปหน่อย แต่ก็ไม่เลวเลย
เธอเดินไปพลางพูดไปพลางว่า “เรื่องเงินพวกเราไม่ต้องกังวลหรอก ค่าใช้จ่ายพวกนี้ต้องเป็นทางมหาวิทยาลัยออกให้ หรือไม่ก็เป็นครูฝึกทั้งสามคนร่วมกันจ่าย”
เฉียวเถียนหย่าชำเลืองมองเจียงฉีที่ยืนตัวตรงอย่างสง่างาม แล้วอดที่จะพูดด้วยความทึ่งไม่ได้ว่า “ถ้าครูฝึกจ่ายเองจริง ๆ ครูฝึกของพวกเราก็ต้องรวยมากเลยนะ”
เย่เสี่ยวจิ่นกะพริบตาปริบ ๆ
หากเจียงฉีและเจียงซวี่มีความสัมพันธ์กันจริง ครอบครัวของเขาคงร่ำรวยมากแน่นอน
เพราะคนที่สามารถเข้ากับเฉิงซิงไห่ได้ ถ้าไม่มีอำนาจบารมี ก็ต้องมีเงิน
ไก่ เป็ด ห่าน ทั้งหมดนี้นักเรียนต้องจับเอง
นักเรียนส่วนใหญ่เป็นพวกที่อยู่บ้านไม่เคยทำงานบ้านมาก่อน มีเพียงไม่กี่คนที่เคยทำงานบ้าน
ดังนั้นสถานการณ์จึงวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง
ไม่ใช่นักเรียนที่ไล่จับไก่ เป็ด ห่าน แต่กลับเป็นไก่ เป็ด ห่าน ที่ไล่จิกพวกเขา
หนึ่งกลุ่มมีห้าคน ต้องจับไก่ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งตัว
เย่เสี่ยวจิ่นจับได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่เฉียวเถียนหย่ากำลังจ้องตาห่านตัวใหญ่อยู่ข้าง ๆ
เมื่อเห็นเย่เสี่ยวจิ่นเดินมา เฉียวเถียนหย่าเหมือนเจอผู้ช่วยเหลือ จึงตะโกนเสียงสั่น “เสี่ยวจิ่น! ช่วยฉันด้วย! ห่านตัวนี้ดุมาก มันจะจิกฉัน!”
เย่เสี่ยวจิ่นมองเฉียวเถียนหย่าอย่างจนปัญญา
จะจับอะไรก็ไม่จับ ดันไปจับห่านที่ดุร้ายที่สุดในบรรดาสัตว์ปีกเลี้ยง หล่อนไปยุ่งกับมันทำไมกัน
เพื่อนร่วมกลุ่มอีกสามคนของเย่เสี่ยวจิ่นและเฉียวเถียนหย่าเป็นผู้ชายที่คุ้นเคยกัน นิสัยดีเข้ากับคนง่าย และขยันขันแข็ง
ตอนที่เย่เสี่ยวจิ่นกับเฉียวเถียนหย่าถือไก่และผลไม้กลับมา เพื่อนผู้ชายทั้งสามคนก็ไปเอาถ่านและเตาย่างมาเรียบร้อยแล้ว
ที่นี่มีเตาย่างบาร์บีคิวสำหรับปิ้งย่างโดยเฉพาะ
ข้าง ๆ ยังมีวัตถุดิบสำหรับย่างอื่น ๆ อีกด้วย
เด็กหนุ่มทั้งสามคนมองไก่ในมือของเย่เสี่ยวจิ่นแล้วขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจ
หนึ่งในนั้นพูดว่า “เย่เสี่ยวจิ่น ไก่ตัวนี้…เธอฆ่าเป็นไหม?”
มือที่จับปีกไก่ของเย่เสี่ยวจิ่นแข็งค้าง เธอแสดงสีหน้าจนปัญญา “ฉันไม่เป็น”
เธอไม่เคยฆ่าไก่มาก่อนเลย เมื่อก่อนตอนอยู่บ้าน หลี่ชุ่ยชุ่ยกับหลิวเยว่ล้วนเป็นคนฆ่า
“แล้วจะทำยังไงล่ะ?” เด็กหนุ่มคนหนึ่งเกาหัว “พวกเราก็ฆ่าไม่เป็นเหมือนกัน”
“งั้นพวกเราก็ได้แต่มองแต่กินไม่ได้น่ะสิ?” เฉียวเถียนหย่าทำตาละห้อย
เจียงฉีสังเกตเห็นพวกเขาทางนี้ จึงเปิดเครื่องขยายเสียงอีกครั้ง “จับได้อะไรก็ต้องกินอันนั้น สมาชิกในกลุ่มต้องร่วมมือกันทำงาน”
เย่เสี่ยวจิ่นพอจะเดาความคิดของพวกเขาออก
พวกเขาต้องการให้นักเรียนทั้งหมดสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
เย่เสี่ยวจิ่นไม่เคยฆ่าไก่จริง ๆ แต่ถึงจะไม่เคยฆ่าไก่ เธอก็เคยเห็นหลี่ชุ่ยชุ่ยกับคนอื่น ๆ ฆ่าไก่บ่อย ๆ
แค่ถอนขนไก่ไม่กี่เส้นแล้วใช้มีดเชือดคอไก่เท่านั้นเอง
เธอต้องทำได้แน่นอน!
เย่เสี่ยวจิ่นสั่งการอย่างเป็นระบบ “พวกนายไปหามีดมาสักเล่ม เฉียวเถียนหย่า ช่วยฉันจับขาไก่ไว้ให้แน่น อย่าปล่อยเด็ดขาด”
ไม่นานนักผู้ชายสามคนก็หามีดทำครัวมาได้หนึ่งเล่ม
เย่เสี่ยวจิ่นถือมีดทำครัวไว้ในมือ สายตาคมกริบจ้องมองที่คอไก่ ราวกับกำลังทำเรื่องสำคัญอะไรบางอย่าง
เฉียวเถียนหย่าและคนอื่น ๆ ต่างตกใจกับท่าทางของเธอ จนกลั้นหายใจไม่กล้าหายใจแรง
เย่เสี่ยวจิ่นจับคอไก่แล้วถอนขนออกสองสามเส้น จากนั้นมือหนึ่งถือมีด อีกมือบีบคอไก่ สูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง แล้วลงมือเชือดอย่างว่องไว!
เฉียวเถียนหย่ากลืนน้ำลาย
หล่อนรู้สึกว่าเย่เสี่ยวจิ่นแค่ฆ่าไก่ตัวเดียว แต่ทำไมถึงดูเหมือนกำลังฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์อย่างไรอย่างนั้น
คอไก่ถูกกรีดเป็นแผล เลือดไก่ก็กินได้เหมือนกัน
เย่เสี่ยวจิ่นยกไก่ขึ้นสูง ปล่อยให้เลือดหยดลงในชามใบเล็กที่เตรียมไว้
เด็กผู้ชายทั้งสามคนชูนิ้วโป้งให้เย่เสี่ยวจิ่นพร้อมกัน “เก่งมาก!”
มุมปากของเย่เสี่ยวจิ่นกระตุกเล็กน้อย แล้วปรึกษากับพวกเขา “ที่เหลือพวกนายจัดการต่อนะ?”
“เอาละ พวกเธอพักก่อนนะ”
ชายหนุ่มทั้งสามคนพูดจาดี พวกเขาถือไก่ที่เพิ่งฆ่าเสร็จไปจัดการที่บ่อน้ำ
“เฉียวเถียนหย่า พวกเราไปล้างผักพวกนี้กันเถอะ”
ทุกอย่างที่พวกเขาทำดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่กลุ่มอื่น ๆ กลับไม่เป็นเช่นนั้น
คนส่วนใหญ่ยังคงต่อสู้กับเหล่าไก่ เป็ด และห่าน บางคนถือมีดอยู่แต่ไม่กล้าลงมือ
ซูลวี่เห็นเย่เสี่ยวจิ่นฆ่าไก่อย่างคล่องแคล่ว หล่อนจึงถือเป็ดมาพร้อมกับเพื่อนร่วมกลุ่ม แล้วพูดอย่างลังเล “เย่เสี่ยวจิ่น รบกวนเธอหน่อยได้ไหม…”
“ช่วยฆ่าเป็ดให้พวกเราหน่อย?”
เย่เสี่ยวจิ่นกำลังนั่งยอง ๆ เก็บผักใส่อ่าง พอได้ยินคำพูดนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา คิดว่าตัวเองได้ยินผิดไป “หา? เธอพูดว่าอะไรนะ?”
ซูลวี่เม้มริมฝีปาก “เธอช่วยฆ่าเป็ดให้ฉันได้ไหม?”
“เดี๋ยวพวกเราจะแบ่งเนื้อเป็ดให้พวกเธอส่วนหนึ่ง!”
สายตาของหล่อนมองไปที่อ่างผัก “พวกเราจะช่วยล้างพวกผักเหล่านี้ให้เธอด้วย!”
เย่เสี่ยวจิ่นตั้งใจจะปฏิเสธ แต่พอได้ยินคำพูดนั้นก็กลืนคำปฏิเสธกลับลงไป แล้วลุกขึ้นยืน “ตกลง”
เฉียวเถียนหย่าทำหน้างงงวย ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ?
การฆ่าไก่หรือเป็ดก็ใช้หลักการเดียวกัน หลังจากมีประสบการณ์ครั้งแรกแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นก็ลงมีดได้คล่องแคล่วขึ้น เป็ดน่าสงสารตัวนั้นแทบไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ไปสู่สุคติแล้ว
ซูลวี่และเพื่อน ๆ รักษาคำพูด รีบไปหาสมาชิกในกลุ่มมาช่วยเย่เสี่ยวจิ่นล้างผัก
เสียงความวุ่นวายตรงนี้ดึงดูดความสนใจของนักเรียนคนอื่น ๆ พวกเขาต่างถือไก่ เป็ด และห่านเดินมาล้อมวง
เฉียวเถียนหย่าถูกดันออกไปด้านนอก
เย่เสี่ยวจิ่น: “………….”
พวกเขาล้างผักเสร็จแล้ว คนพวกนี้ก็เอาของมาแลกกับเย่เสี่ยวจิ่น ทั้งผลไม้และผักถูกส่งมาให้
“อย่าเบียดกันสิ อย่าเบียด… ใจเย็น ๆ ฉันจะฆ่าให้ทีละตัว”
เฉียวเถียนหย่าที่ยืนอยู่ด้านนอกได้ยินประโยคนั้น หัวใจน้อย ๆ สั่นระริก
อยู่ ๆ เสี่ยวจิ่นก็ปลดล็อกทักษะแปลก ๆ ขึ้นมาหรือ?
พอนักเรียนชายสามคนที่อยู่กลุ่มเดียวกับพวกเธอจัดการไก่เสร็จกลับมา ก็ถึงกับตะลึง
เห็นรอบ ๆ ตัวเย่เสี่ยวจิ่นและเฉียวเถียนหย่ามีวัตถุดิบอาหารกองเต็มไปหมด และทั้งหมดผ่านการชำแหละมาแล้ว!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
เฉียวเถียนหย่าที่กำลังพยายามก่อไฟอยู่ เงยหน้าขึ้นมาอธิบายสั้น ๆ “ก็อย่างที่พวกนายเห็นนั่นแหละ เสี่ยวจิ่นใช้ทักษะการฆ่าไก่ของหล่อน เก็บเกี่ยววัตถุดิบพวกนี้มาได้ทั้งหมด”
ชายทั้งสามคนอดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้เธออีกครั้ง
เจียงฉีมองมาทางนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เย่เสี่ยวจิ่นได้ยินเสียงหัวเราะจึงหันไปมองเขาแวบหนึ่ง
เมื่อนักศึกษาชายทั้งสามคนอาสารับหน้าที่ย่างอาหาร เย่เสี่ยวจิ่นและเฉียวเถียนหย่าจึงนั่งกินผลไม้อยู่ข้าง ๆ
กลุ่มอื่น ๆ ก็เริ่มก่อไฟย่างอาหารกันอย่างช้า ๆ
ในฟาร์มไม่ได้มีแค่สัตว์มีชีวิต แต่ยังมีวัตถุดิบสำหรับย่างอีกมากมาย พวกเขาสามารถหยิบไปได้เท่าที่จะกินไหว
กลุ่มของเย่เสี่ยวจิ่นแทบไม่ต้องไปหยิบอะไรเลย เพราะคนจากกลุ่มอื่น ๆ ส่งมาให้หมด
บนเตาย่างมีหนวดปลาหมึก เนยก้อน และไส้กรอก ไม่นานก็ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
พวกนักศึกษาชายฝีมือไม่เลว ย่างอาหารได้กรอบนอกนุ่มใน รสชาติก็จัดจ้าน
เย่เสี่ยวจิ่นรับอาหารย่างเนยมาแล้วแบ่งครึ่งเดินไปหาเจียงฉี
……………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
จู่ๆ ก็ได้รับมอบหมายให้เป็นเพชฌฆาตเฉยเลย สู้ๆ นะจิ่นเป่า มันคือหนทางสานสัมพันธ์กับคนอื่น
ไหหม่า(海馬)
………………..