ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 539 แรงดึงดูดของขนมปังไส้เนื้อ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 539 แรงดึงดูดของขนมปังไส้เนื้อ
บทที่ 539 แรงดึงดูดของขนมปังไส้เนื้อ
………………..
บทที่ 539 แรงดึงดูดของขนมปังไส้เนื้อ
เจียงฉีมีฐานะสูง โดยปกติแล้วการฝึกเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้เขามาช่วยเลย
แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงมาด้วย
ครูฝึกทั้งสองคนตอนแรกที่เห็นเจียงฉี ต่างก็คิดว่าตาฝาดไปเอง
ตอนนี้อดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจียงฉี ทำไมคุณถึงมาเป็นครูฝึกกะทันหันแบบนี้ล่ะ?”
พระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาแล้ว เจียงฉีสวมแว่นกันแดด “มาเล่น ๆ น่ะ”
ครูฝึกอีกสองคนถึงกับอึ้งกับคำตอบนี้
แต่พอคิดดูดี ๆ เจียงฉีอาจจะมาเล่น ๆ จริง ๆ ก็ได้
พวกเขาแค่ได้ยินมาบ้างว่า เมื่อหลายปีก่อน เจียงฉีอยู่ในค่ายฝึกพิเศษที่ค่อนข้างลึกลับแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เพิ่งจะออกมาจากค่ายฝึกเมื่อไม่นานมานี้
ครูฝึกทั้งสองคนยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่เจียงฉีก็ปิดปากเงียบไปแล้ว
ข้างหน้าพวกเขา เหล่านักเรียนเดินขึ้นภูเขามาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นและเฉียวเถียนหย่าเคยอยู่ท้ายแถวในตอนแรก แต่ในตอนนี้กลับแซงหน้านักเรียนกลุ่มใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นคนที่แทบจะปีนเขาไม่ไหวแล้ว
พวกเขาต่างพยุงกันเดินไปเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย พลางบ่นกันเบา ๆ
“นี่มันการฝึกบ้าอะไรกัน ให้พวกเราตื่นมาปีนเขาแต่ไก่โห่ คนที่ปีนมาถึงหลังสุดก็จะไม่ได้กินข้าว พวกเราไม่ได้มาเพื่อซ้อมรบนะ…”
“นั่นสิ ฉันอยากจะลาออกไปเลย การฝึกบ้าบออะไร แค่จงใจทรมานพวกเราชัด ๆ”
คนพวกนี้หายใจยังไม่ทันสม่ำเสมอ ก็ยังไม่ลืมที่จะบ่น
เฉียวเถียนหย่าเดินอยู่ข้างเย่เสี่ยวจิ่น พูดเบา ๆ ด้วยความโล่งใจ “โชคดีที่พวกเราไม่ได้วิ่ง ตอนนี้ฉันยังไม่เหนื่อยเลย”
“ไม่เหนื่อยก็ดีแล้ว พวกเราเพิ่งปีนขึ้นมาได้แค่หนึ่งในสามเองนะ”
การออกกำลังกายระดับนี้สำหรับเย่เสี่ยวจิ่นแล้วไม่ได้ลำบากอะไรเลย
เธอมองดูดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นอย่างอารมณ์ดี “พวกเราไม่ต้องรีบ เดินด้วยความเร็วแค่นี้ก็พอ”
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง เย่เสี่ยวจิ่นกับเฉียวเถียนหย่าก็เดินนำอยู่ในกลุ่มแรกแล้ว
ด้านหลังพวกเธอมีนักเรียนบางคนนั่งพักอยู่บนพื้นด้วยซ้ำ
เฉียวเถียนหย่าเริ่มเมื่อยขา เย่เสี่ยวจิ่นจึงชะลอฝีเท้าลงเพื่อพักไปพร้อมกับหล่อน
เฉียวเถียนหย่าเห็นการเอาใจใส่ของหล่อน ในใจรู้สึกซาบซึ้งจนสับสนไปหมด
เย่เสี่ยวจิ่นเป็นเพื่อนร่วมทีมที่วิเศษอะไรขนาดนี้ ดีเกินไปแล้ว!
ตอนที่ปีนผ่านทางดินโคลนที่ไหล่เขา เย่เสี่ยวจิ่นกับเฉียวเถียนหย่าก็นำหน้าไปไกลแล้ว
เจียงฉีมองเห็นเด็กสาวที่อยู่ด้านหน้าฝูงชนแต่ไกล มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็น
ดูภายนอกบอบบาง แต่สมรรถภาพร่างกายกลับไม่เลว
เส้นทางขึ้นเขาข้างหน้ายิ่งชันกว่าเดิม
นักเรียนหลายคนนั่งลงกับพื้นไม่ยอมปีนขึ้นไปแล้ว เจียงฉียืนอยู่บนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ถือโทรโข่งพูดเสียงทุ้ม “ไม่อยากเดินใช่ไหม? ได้”
เขาก็พูดต่อ “ใครไม่อยากไปก็อยู่ที่เดิม รอกลุ่มใหญ่ลงมาตอนเย็น!”
มีนักเรียนคนหนึ่งงงอยู่พักหนึ่ง พึมพำว่า “หมายความว่าให้พวกเราแขวนท้องรออยู่ตรงนี้ทั้งวันจนกว่าพวกเขาจะลงเขามางั้นเหรอ?”
โหดร้ายเกินไปแล้ว!
“พวกคุณอย่าคิดจะแอบลงเขาด้วย”
“ก่อนมาที่นี่พวกเราได้คุยกับอธิการบดีแล้ว นักเรียนที่สมรรถภาพร่างกายไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกคัดออกจากค่ายฝึกทันที”
นักเรียนที่คิดจะแอบลงเขาหลังจากที่เจียงฉีและคนอื่น ๆ จากไปต่างพากันหน้าซีดลง
พวกเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
ถ้าสมรรถภาพร่างกายไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะถูกคัดออกด้วยหรือ? นี่มันกลั่นแกล้งพวกเขาชัด ๆ!
เจียงฉีพูดจบก็เก็บโทรโข่งแล้วปีนขึ้นเขาต่อ
ครูฝึกสองคนที่อยู่ข้าง ๆ เข้ามากระซิบ “ครูฝึกเจียง แบบนี้จะโหดเกินไปหรือเปล่า? ผมเห็นนักเรียนพวกนี้ปีนไม่ไหวจริง ๆ นะ”
ครูฝึกทั้งสองได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ไม่พูดเรื่องนี้อีก
หลังจากเจียงฉีเดินจากไปไม่นาน นักเรียนที่ไม่ยอมปีนต่อก็ยอมจำนน ทยอยปีนขึ้นไป
พวกเขาพยายามอย่างหนักกว่าจะได้เข้าค่ายฝึก แน่นอนว่าคงไม่อยากกลับบ้านอย่างหมดสภาพโดยที่ยังไม่ได้เริ่มการฝึกจริง ๆ ด้วยซ้ำ
ค่อย ๆ เริ่มปีนขึ้นไปอย่างเชื่องช้า
เจียงฉีเหลียวกลับไปมองแวบหนึ่ง แล้วยิ้มเยาะเบา ๆ
ก็ใช้ได้ ถึงจะช้าแต่อย่างน้อยก็ยอมปีนแล้ว
บนยอดเขาเป็นพื้นที่โล่งกว้าง
เย่เสี่ยวจิ่นและเฉียวเถียนหย่าต่างประคองกันเดินขึ้นบันไดขั้นสุดท้าย พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นแสงอาทิตย์อันงดงามที่ขอบฟ้า
ท่ามกลางกลุ่มเมฆมีแสงสีทองส่องประกายราวกับลูกธนูนับหมื่นดอก พุ่งทะลุออกมาจากกลุ่มเมฆในชั่วพริบตา
เฉียวเถียนหย่าตะลึงจนพูดไม่ออก “เสี่ยวจิ่น พวกเราปีนเขาครั้งนี้คุ้มค่าจริง ๆ!”
เย่เสี่ยวจิ่นมองแสงอรุณอันงดงาม ภาพที่สวยที่สุดมีเพียงชั่วขณะ เมฆที่ดูดซับแสงอาทิตย์เหล่านั้นถูกลมพัดกระจายไปอย่างรวดเร็ว
เฉียวเถียนหย่ารู้สึกเสียดายแทนพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง
สายตาของหล่อนเลื่อนไปที่โต๊ะกลางลานโล่งอย่างรวดเร็ว
บนนั้นมีถุงใบใหญ่อยู่
“เสี่ยวจิ่น นั่นคืออะไรน่ะ?”
เย่เสี่ยวจิ่นเช็ดเหงื่อพลางคาดเดา “น่าจะเป็นอาหารที่ครูฝึกเตรียมไว้ให้พวกเรา”
เฉียวเถียนหย่าเอามือกุมท้องที่ส่งเสียงจ๊อก ๆ รีบไปเปิดถุงอย่างใจร้อน
กลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมา
นักเรียนที่หิวโซทั้งหลายต่างพากันสูดจมูกดมกลิ่นอย่างไม่รู้ตัว
พวกเขาต่างตื่นเต้นดีใจ!
“เป็นขนมปังไส้เนื้อล่ะ!”
เฉียวเถียนหย่าหยิบมาสองชิ้น แบ่งให้เย่เสี่ยวจิ่นหนึ่งชิ้น
“เสี่ยวจิ่น ขนมปังไส้เนื้อนี่เป็นของขึ้นชื่อของมหาวิทยาลัยปักกิ่งนะ ได้ยินมาว่ากัดทีเดียวน้ำซุปจะทะลักออกมาเลย ลองชิมดูสิ~”
เย่เสี่ยวจิ่นรับมาแล้วกัดคำหนึ่ง
เป็นอย่างที่เฉียวเถียนหย่าบอกจริง ๆ กัดทีเดียวน้ำซุปก็ทะลักออกมา
น้ำซุปเนื้อเต็มปากไปหมด
พวกนักเรียนที่ก่อนหน้านี้บ่นกันเสียงดัง พอได้ขนมปังไส้เนื้อมาก็ต่างกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่มีใครพูดว่าเจียงฉีเย็นชาไร้น้ำใจอีกแล้ว
ตอนที่เจียงฉีเดินขึ้นมา นักเรียนที่ปีนขึ้นมาก่อนหน้าก็กินอิ่มแล้วนั่งคุยกันอยู่
เขาเดินไปดูในถุง เหลือขนมปังไส้เนื้ออยู่แค่ยี่สิบกว่าชิ้น
เขาหยิบออกมาสามชิ้น เก็บไว้ให้ตัวเองหนึ่งชิ้น อีกสองชิ้นส่งให้ครูฝึกอีกสองคน
จากนั้นเขานั่งลงบนก้อนหินก้อนหนึ่ง พลางกินและแจกขนมปังไส้เนื้อให้กับนักเรียนที่ทยอยปีนขึ้นมา
เมื่อเขากินเสร็จแล้ว ก็หยิบโทรโข่งตะโกนว่า “คนที่อยู่ด้านหลังรีบ ๆหน่อย เหลือขนมปังไส้เนื้อแค่สิบชิ้น ขนมปังไส้เนื้อร้านหน้าประตูมหาวิทยาลัยปักกิ่งเหลือแค่สิบชิ้นแล้ว”
เฉียวเถียนหย่าเอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก แล้วกระซิบข้างหูเย่เสี่ยวจิ่นว่า “เสี่ยวจิ่น เธอรู้สึกไหมว่าครูฝึกเจียงของพวกเราน่ารักมากเลย”
น่ารัก?
เย่เสี่ยวจิ่นมองไม่เห็นว่าเขาน่ารักตรงไหนเลย
เขาจู้จี้และเข้มงวดชัด ๆ
สุดท้ายแล้วก็มีนักเรียนอีกสิบกว่าคนที่ไม่ได้กินขนมปังไส้เนื้อ
ไม่ได้กินก็แล้วไป แต่คนที่ได้กินยังจงใจกินอย่างเอร็ดอร่อย แล้วอวดคนที่ไม่ได้กินอีก
เจียงฉีหยิบถุงใบหนึ่งออกมาจากที่ไหนไม่รู้ ข้างในมีหมั่นโถวแป้งขาวอยู่เต็มถุง
“ใครที่ยังไม่ได้กินหรือกินไม่อิ่มมาหยิบหมั่นโถวได้ กินได้จนอิ่ม”
“มีข้อแม้อย่างเดียว อย่าทิ้งขว้าง”
เฉียวเถียนหย่าและเย่เสี่ยวจิ่นกินไม่เก่งทั้งคู่ แต่เย่เสี่ยวจิ่นคิดว่าวันนี้ต้องมีการฝึกอื่น ๆ อีกแน่ ๆ เลยไปหยิบหมั่นโถวลูกใหญ่มาหนึ่งลูก แล้วแบ่งครึ่งให้เฉียวเถียนหย่าด้วย
นักเรียนที่มีแค่หมั่นโถวกับน้ำเปล่ามองเขม็งไปที่ขนมปังไส้เนื้อในมือของคนอื่นด้วยความอิจฉา น้ำตาไหลอาบอยู่ในใจ
นี่เพิ่งจะเป็นวันแรกของการฝึกอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ก็หนักหนาสาหัสขนาดนี้แล้ว
ไม่รู้ว่าอีกไม่กี่วันที่เหลือจะมีอะไรแปลก ๆ อีก
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
คนที่ได้กินขนมปังไส้เนื้อโหดร้ายใจดำมาก กินเย้ยคนอื่นแบบเอาตาย
ไหหม่า(海馬)
………………..