บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 539 แรงดึงดูดของขนมปังไส้เนื้อ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
  4. บทที่ 539 แรงดึงดูดของขนมปังไส้เนื้อ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 539 แรงดึงดูดของขนมปังไส้เนื้อ

………………..

บทที่ 539 แรงดึงดูดของขนมปังไส้เนื้อ

เจียงฉีมีฐานะสูง โดยปกติแล้วการฝึกเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้เขามาช่วยเลย

แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงมาด้วย

ครูฝึกทั้งสองคนตอนแรกที่เห็นเจียงฉี ต่างก็คิดว่าตาฝาดไปเอง

ตอนนี้อดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจียงฉี ทำไมคุณถึงมาเป็นครูฝึกกะทันหันแบบนี้ล่ะ?”

พระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาแล้ว เจียงฉีสวมแว่นกันแดด “มาเล่น ๆ น่ะ”

ครูฝึกอีกสองคนถึงกับอึ้งกับคำตอบนี้

แต่พอคิดดูดี ๆ เจียงฉีอาจจะมาเล่น ๆ จริง ๆ ก็ได้

พวกเขาแค่ได้ยินมาบ้างว่า เมื่อหลายปีก่อน เจียงฉีอยู่ในค่ายฝึกพิเศษที่ค่อนข้างลึกลับแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เพิ่งจะออกมาจากค่ายฝึกเมื่อไม่นานมานี้

ครูฝึกทั้งสองคนยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่เจียงฉีก็ปิดปากเงียบไปแล้ว

ข้างหน้าพวกเขา เหล่านักเรียนเดินขึ้นภูเขามาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว

เย่เสี่ยวจิ่นและเฉียวเถียนหย่าเคยอยู่ท้ายแถวในตอนแรก แต่ในตอนนี้กลับแซงหน้านักเรียนกลุ่มใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นคนที่แทบจะปีนเขาไม่ไหวแล้ว

พวกเขาต่างพยุงกันเดินไปเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย พลางบ่นกันเบา ๆ

“นี่มันการฝึกบ้าอะไรกัน ให้พวกเราตื่นมาปีนเขาแต่ไก่โห่ คนที่ปีนมาถึงหลังสุดก็จะไม่ได้กินข้าว พวกเราไม่ได้มาเพื่อซ้อมรบนะ…”

“นั่นสิ ฉันอยากจะลาออกไปเลย การฝึกบ้าบออะไร แค่จงใจทรมานพวกเราชัด ๆ”

คนพวกนี้หายใจยังไม่ทันสม่ำเสมอ ก็ยังไม่ลืมที่จะบ่น

เฉียวเถียนหย่าเดินอยู่ข้างเย่เสี่ยวจิ่น พูดเบา ๆ ด้วยความโล่งใจ “โชคดีที่พวกเราไม่ได้วิ่ง ตอนนี้ฉันยังไม่เหนื่อยเลย”

“ไม่เหนื่อยก็ดีแล้ว พวกเราเพิ่งปีนขึ้นมาได้แค่หนึ่งในสามเองนะ”

การออกกำลังกายระดับนี้สำหรับเย่เสี่ยวจิ่นแล้วไม่ได้ลำบากอะไรเลย

เธอมองดูดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นอย่างอารมณ์ดี “พวกเราไม่ต้องรีบ เดินด้วยความเร็วแค่นี้ก็พอ”

ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง เย่เสี่ยวจิ่นกับเฉียวเถียนหย่าก็เดินนำอยู่ในกลุ่มแรกแล้ว

ด้านหลังพวกเธอมีนักเรียนบางคนนั่งพักอยู่บนพื้นด้วยซ้ำ

เฉียวเถียนหย่าเริ่มเมื่อยขา เย่เสี่ยวจิ่นจึงชะลอฝีเท้าลงเพื่อพักไปพร้อมกับหล่อน

เฉียวเถียนหย่าเห็นการเอาใจใส่ของหล่อน ในใจรู้สึกซาบซึ้งจนสับสนไปหมด

เย่เสี่ยวจิ่นเป็นเพื่อนร่วมทีมที่วิเศษอะไรขนาดนี้ ดีเกินไปแล้ว!

ตอนที่ปีนผ่านทางดินโคลนที่ไหล่เขา เย่เสี่ยวจิ่นกับเฉียวเถียนหย่าก็นำหน้าไปไกลแล้ว

เจียงฉีมองเห็นเด็กสาวที่อยู่ด้านหน้าฝูงชนแต่ไกล มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็น

ดูภายนอกบอบบาง แต่สมรรถภาพร่างกายกลับไม่เลว

เส้นทางขึ้นเขาข้างหน้ายิ่งชันกว่าเดิม

นักเรียนหลายคนนั่งลงกับพื้นไม่ยอมปีนขึ้นไปแล้ว เจียงฉียืนอยู่บนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ถือโทรโข่งพูดเสียงทุ้ม “ไม่อยากเดินใช่ไหม? ได้”

เขาก็พูดต่อ “ใครไม่อยากไปก็อยู่ที่เดิม รอกลุ่มใหญ่ลงมาตอนเย็น!”

มีนักเรียนคนหนึ่งงงอยู่พักหนึ่ง พึมพำว่า “หมายความว่าให้พวกเราแขวนท้องรออยู่ตรงนี้ทั้งวันจนกว่าพวกเขาจะลงเขามางั้นเหรอ?”

โหดร้ายเกินไปแล้ว!

“พวกคุณอย่าคิดจะแอบลงเขาด้วย”

“ก่อนมาที่นี่พวกเราได้คุยกับอธิการบดีแล้ว นักเรียนที่สมรรถภาพร่างกายไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกคัดออกจากค่ายฝึกทันที”

นักเรียนที่คิดจะแอบลงเขาหลังจากที่เจียงฉีและคนอื่น ๆ จากไปต่างพากันหน้าซีดลง

พวกเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

ถ้าสมรรถภาพร่างกายไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะถูกคัดออกด้วยหรือ? นี่มันกลั่นแกล้งพวกเขาชัด ๆ!

เจียงฉีพูดจบก็เก็บโทรโข่งแล้วปีนขึ้นเขาต่อ

ครูฝึกสองคนที่อยู่ข้าง ๆ เข้ามากระซิบ “ครูฝึกเจียง แบบนี้จะโหดเกินไปหรือเปล่า? ผมเห็นนักเรียนพวกนี้ปีนไม่ไหวจริง ๆ นะ”

ครูฝึกทั้งสองได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ไม่พูดเรื่องนี้อีก

หลังจากเจียงฉีเดินจากไปไม่นาน นักเรียนที่ไม่ยอมปีนต่อก็ยอมจำนน ทยอยปีนขึ้นไป

พวกเขาพยายามอย่างหนักกว่าจะได้เข้าค่ายฝึก แน่นอนว่าคงไม่อยากกลับบ้านอย่างหมดสภาพโดยที่ยังไม่ได้เริ่มการฝึกจริง ๆ ด้วยซ้ำ

ค่อย ๆ เริ่มปีนขึ้นไปอย่างเชื่องช้า

เจียงฉีเหลียวกลับไปมองแวบหนึ่ง แล้วยิ้มเยาะเบา ๆ

ก็ใช้ได้ ถึงจะช้าแต่อย่างน้อยก็ยอมปีนแล้ว

บนยอดเขาเป็นพื้นที่โล่งกว้าง

เย่เสี่ยวจิ่นและเฉียวเถียนหย่าต่างประคองกันเดินขึ้นบันไดขั้นสุดท้าย พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นแสงอาทิตย์อันงดงามที่ขอบฟ้า

ท่ามกลางกลุ่มเมฆมีแสงสีทองส่องประกายราวกับลูกธนูนับหมื่นดอก พุ่งทะลุออกมาจากกลุ่มเมฆในชั่วพริบตา

เฉียวเถียนหย่าตะลึงจนพูดไม่ออก “เสี่ยวจิ่น พวกเราปีนเขาครั้งนี้คุ้มค่าจริง ๆ!”

เย่เสี่ยวจิ่นมองแสงอรุณอันงดงาม ภาพที่สวยที่สุดมีเพียงชั่วขณะ เมฆที่ดูดซับแสงอาทิตย์เหล่านั้นถูกลมพัดกระจายไปอย่างรวดเร็ว

เฉียวเถียนหย่ารู้สึกเสียดายแทนพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง

สายตาของหล่อนเลื่อนไปที่โต๊ะกลางลานโล่งอย่างรวดเร็ว

บนนั้นมีถุงใบใหญ่อยู่

“เสี่ยวจิ่น นั่นคืออะไรน่ะ?”

เย่เสี่ยวจิ่นเช็ดเหงื่อพลางคาดเดา “น่าจะเป็นอาหารที่ครูฝึกเตรียมไว้ให้พวกเรา”

เฉียวเถียนหย่าเอามือกุมท้องที่ส่งเสียงจ๊อก ๆ รีบไปเปิดถุงอย่างใจร้อน

กลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมา

นักเรียนที่หิวโซทั้งหลายต่างพากันสูดจมูกดมกลิ่นอย่างไม่รู้ตัว

พวกเขาต่างตื่นเต้นดีใจ!

“เป็นขนมปังไส้เนื้อล่ะ!”

เฉียวเถียนหย่าหยิบมาสองชิ้น แบ่งให้เย่เสี่ยวจิ่นหนึ่งชิ้น

“เสี่ยวจิ่น ขนมปังไส้เนื้อนี่เป็นของขึ้นชื่อของมหาวิทยาลัยปักกิ่งนะ ได้ยินมาว่ากัดทีเดียวน้ำซุปจะทะลักออกมาเลย ลองชิมดูสิ~”

เย่เสี่ยวจิ่นรับมาแล้วกัดคำหนึ่ง

เป็นอย่างที่เฉียวเถียนหย่าบอกจริง ๆ กัดทีเดียวน้ำซุปก็ทะลักออกมา

น้ำซุปเนื้อเต็มปากไปหมด

พวกนักเรียนที่ก่อนหน้านี้บ่นกันเสียงดัง พอได้ขนมปังไส้เนื้อมาก็ต่างกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่มีใครพูดว่าเจียงฉีเย็นชาไร้น้ำใจอีกแล้ว

ตอนที่เจียงฉีเดินขึ้นมา นักเรียนที่ปีนขึ้นมาก่อนหน้าก็กินอิ่มแล้วนั่งคุยกันอยู่

เขาเดินไปดูในถุง เหลือขนมปังไส้เนื้ออยู่แค่ยี่สิบกว่าชิ้น

เขาหยิบออกมาสามชิ้น เก็บไว้ให้ตัวเองหนึ่งชิ้น อีกสองชิ้นส่งให้ครูฝึกอีกสองคน

จากนั้นเขานั่งลงบนก้อนหินก้อนหนึ่ง พลางกินและแจกขนมปังไส้เนื้อให้กับนักเรียนที่ทยอยปีนขึ้นมา

เมื่อเขากินเสร็จแล้ว ก็หยิบโทรโข่งตะโกนว่า “คนที่อยู่ด้านหลังรีบ ๆหน่อย เหลือขนมปังไส้เนื้อแค่สิบชิ้น ขนมปังไส้เนื้อร้านหน้าประตูมหาวิทยาลัยปักกิ่งเหลือแค่สิบชิ้นแล้ว”

เฉียวเถียนหย่าเอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก แล้วกระซิบข้างหูเย่เสี่ยวจิ่นว่า “เสี่ยวจิ่น เธอรู้สึกไหมว่าครูฝึกเจียงของพวกเราน่ารักมากเลย”

น่ารัก?

เย่เสี่ยวจิ่นมองไม่เห็นว่าเขาน่ารักตรงไหนเลย

เขาจู้จี้และเข้มงวดชัด ๆ

สุดท้ายแล้วก็มีนักเรียนอีกสิบกว่าคนที่ไม่ได้กินขนมปังไส้เนื้อ

ไม่ได้กินก็แล้วไป แต่คนที่ได้กินยังจงใจกินอย่างเอร็ดอร่อย แล้วอวดคนที่ไม่ได้กินอีก

เจียงฉีหยิบถุงใบหนึ่งออกมาจากที่ไหนไม่รู้ ข้างในมีหมั่นโถวแป้งขาวอยู่เต็มถุง

“ใครที่ยังไม่ได้กินหรือกินไม่อิ่มมาหยิบหมั่นโถวได้ กินได้จนอิ่ม”

“มีข้อแม้อย่างเดียว อย่าทิ้งขว้าง”

เฉียวเถียนหย่าและเย่เสี่ยวจิ่นกินไม่เก่งทั้งคู่ แต่เย่เสี่ยวจิ่นคิดว่าวันนี้ต้องมีการฝึกอื่น ๆ อีกแน่ ๆ เลยไปหยิบหมั่นโถวลูกใหญ่มาหนึ่งลูก แล้วแบ่งครึ่งให้เฉียวเถียนหย่าด้วย

นักเรียนที่มีแค่หมั่นโถวกับน้ำเปล่ามองเขม็งไปที่ขนมปังไส้เนื้อในมือของคนอื่นด้วยความอิจฉา น้ำตาไหลอาบอยู่ในใจ

นี่เพิ่งจะเป็นวันแรกของการฝึกอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ก็หนักหนาสาหัสขนาดนี้แล้ว

ไม่รู้ว่าอีกไม่กี่วันที่เหลือจะมีอะไรแปลก ๆ อีก

………………………………………………………………………………………………………………………..

สารจากผู้แปล

คนที่ได้กินขนมปังไส้เนื้อโหดร้ายใจดำมาก กินเย้ยคนอื่นแบบเอาตาย

ไหหม่า(海馬)

………………..

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 539 แรงดึงดูดของขนมปังไส้เนื้อ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
2023-02-11
64085b
โฮสต์สาวพลิกอดีตกับระบบสุดเทพ
2023-09-24
98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
2023-12-10
628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
2024-12-01

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน