ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 535 หยกประจำตัว ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 535 หยกประจำตัว ....................
บทที่ 535 หยกประจำตัว
………………..
บทที่ 535 หยกประจำตัว
แม้ว่าก่อนจะไปที่โรงอาหารหมายเลขห้า เฉียวเถียนหย่าจะเดาไว้แล้วว่าเสิงซิ่งเสียนคงนัดพบแต่ผู้ใหญ่ระดับสูง
แต่เมื่อได้เห็นคนเหล่านี้ด้วยตาตัวเอง หล่อนก็ยังอึ้งไปหลายวินาที
ผู้ใหญ่หลายคนจากคณะบัญชี คณะเคมี…แม้แต่อธิการบดีก็มาด้วย!
เสิงซิ่งเสียนแนะนำเย่เสี่ยวจิ่นให้พวกเขารู้จัก “นี่คือเย่เสี่ยวจิ่นที่ผมเคยเล่าให้พวกคุณฟัง”
หรงรุ่ยจิ้นอธิการบดีมหาวิทยาลัยปักกิ่งยิ้มให้เย่เสี่ยวจิ่นอย่างเป็นกันเอง ไม่มีท่าทางเหินห่างเลยสักนิด
“เธอคือเย่เสี่ยวจิ่นสินะ มานี่ มานั่งข้างฉัน ฉันอยากคุยด้วย”
เย่เสี่ยวจิ่นก้าวเท้าอย่างสงบนิ่ง แต่พบว่ามือถูกเฉียวเถียนหย่าจับไว้แน่น
เฉียวเถียนหย่าทำหน้าตื่น ๆ กระซิบเสียงแผ่ว “เย่เสี่ยวจิ่น คนพวกนี้เป็นผู้ใหญ่ระดับสูงทั้งนั้นนะ เธอไม่ประหม่าเหรอ?”
“ไม่ประหม่าหรอก”
เฉียวเถียนหย่าชูนิ้วโป้งให้เธอเบา ๆ สูดหายใจลึกแล้วปล่อยมือจากข้อมือเย่เสี่ยวจิ่น มองเธอไปนั่งข้างอธิการบดีหรงรุ่ยจิ้น
ส่วนตัวหล่อนเองค่อย ๆ มองสำรวจรอบ ๆ สองสามที แล้วเลือกนั่งตรงที่นั่งใกล้ประตู
การได้ใกล้ชิดกับผู้ยิ่งใหญ่ทำให้หล่อนรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
แค่ได้มองดูใบหน้าภูมิฐานของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่จากตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว
หรงรุ่ยจิ้นได้สอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับเย่เสี่ยวจิ่นจากเสิงซิ่งเสียนไว้มากพอสมควร
ทุกปีจะมีผู้ชนะการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก ในปีก่อน ๆ เขาก็ไม่เคยสนใจมากนัก แต่ครั้งนี้เย่เสี่ยวจิ่นนั้นพิเศษจริง ๆ
แค่เพียงการทำคะแนน “ไร้ที่ติ” ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ก็ทำให้มหาวิทยาลัยในปักกิ่งแย่งตัวกันอย่างบ้าคลั่งแล้ว
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เย่เสี่ยวจิ่นอายุแค่สิบสี่สิบห้าปี เป็นคนฉลาดและมีศักยภาพสูง อนาคตไม่อาจคาดเดาได้
คนที่มีความสามารถแบบนี้ หรงรุ่ยจิ้นจะต้องหาทางรักษาเธอไว้ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งให้ได้
ก่อนหน้านี้เย่เสี่ยวจิ่นได้เลือกที่จะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าเรียน หรงรุ่ยจิ้นกลัวว่าจะมีเหตุไม่คาดฝันระหว่างทาง จึงได้ปรึกษากับผู้บริหารมหาวิทยาลัยหลายครั้ง จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปดังนี้
ยกเว้นค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมทั้งหมดให้เย่เสี่ยวจิ่น มอบเงินรางวัลแรกเข้า 5,000 หยวน และต่อไปหากเย่เสี่ยวจิ่นเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยปักกิ่งเข้าร่วมการแข่งขันใด ๆ และได้รับรางวัลดีเด่นนอกเหนือจากรางวัลของการแข่งขัน มหาวิทยาลัยปักกิ่งจะมอบเงินรางวัลพิเศษให้เธออีกด้วย
สิทธิพิเศษนี้ถือว่าไม่เคยมีมาก่อน
ส่วนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพอื่น ๆ ก็เหมือนกับนักเรียนพิเศษคนอื่น ๆ
หรงรุ่ยจิ้นเล่าเรื่องนี้ให้เย่เสี่ยวจิ่นฟัง หลังจากพูดจบก็ยังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง จึงถามเสียงนุ่มว่า “เย่เสี่ยวจิ่น เธอพอใจกับรางวัลที่ทางมหาวิทยาลัยมอบให้หรือไม่?”
เฉียวเถียนหย่าที่อยู่ตรงนี้ถึงกับตัวชาไปหมดแล้ว
หล่อนรู้ว่าเย่เสี่ยวจิ่นเก่งมาก แต่ไม่คิดว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยปักกิ่งจะให้ความสำคัญกับเธอถึงขนาดนี้ ถึงกับเสนอเงื่อนไขพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน
เฉียวเทียนหย่าอิจฉาจนต้องกัดผ้าเช็ดหน้าในใจ แอบสาบานว่าจะต้องเกาะขาเย่เสี่ยวจิ่นให้แน่น!
เย่เสี่ยวจิ่นไม่มีอะไรที่ไม่พอใจ
มหาวิทยาลัยปักกิ่งแสดงความจริงใจมาก อาจารย์พวกนี้ก็เข้ากันได้ดี ที่สำคัญที่สุดคือเธอถูกชะตากับเสิงซิ่งเสียน เพราะต่อไปต้องเรียนภายใต้การดูแลของเสิงซิ่งเสียน การที่ทั้งสองคนเข้ากันได้ดีจึงสำคัญมาก
“ฉันพอใจมาก ขอบคุณทางมหาวิทยาลัยและท่านอธิการบดีที่ให้ความสำคัญกับฉันนะคะ”
เมื่อเย่เสี่ยวจิ่นพูดแบบนี้ เขาก็วางใจได้แล้ว
ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเย่เสี่ยวจิ่นจะมา หรงรุ่ยจิ้นและคนอื่น ๆ จึงสั่งแต่อาหารเหนือ ตอนนี้มีเย่เสี่ยวจิ่นคนใต้เพิ่มมาอีกคน หรงรุ่ยจิ้นจึงเรียกพนักงานโรงอาหารหมายเลขห้ามาสั่งอาหารใต้เพิ่มอีกสองสามอย่าง
ในขณะเดียวกัน
เมืองซิงเฉิง
เฮ่อหมิงเยว่ครั้งนี้กลับประเทศมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนตามคำเชิญของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง แม้จะบอกว่าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนชั่วคราว แต่ความจริงหล่อนตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ในประเทศและพัฒนาตัวเองที่ปักกิ่งต่อไป
เพียงแต่ตอนนี้หล่อนต้องการเหตุผลที่สมเหตุสมผลในการเข้าสู่วงการที่ปักกิ่ง
คนต่างมณฑลสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ยากมาก เฮ่อหมิงเยว่มีความสามารถโดดเด่น แต่ผลการเรียนด้านวัฒนธรรมยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยม ด้วยคะแนนของหล่อนแล้วก็ยังไม่แน่ว่าจะสอบติดมหาวิทยาลัยปักกิ่งได้
ดังนั้นหล่อนจึงต้องเลือกเส้นทางนักเรียนแลกเปลี่ยน
ตอนนี้หล่อนได้เป็นศิษย์ของคุณปู่เฉิงตามที่ปรารถนา การไปปักกิ่งจึงเหมือนมีไพ่เด็ดในมือแล้ว
เฮ่อหมิงเยว่ถือกล่องชามาด้วย เดินเข้าไปยื่นให้คุณปู่เฉิง
“คุณปู่เฉิง ดูสิคะว่าหนูเอาอะไรมาฝาก?”
คุณปู่เฉิงชอบดื่มชามาก พอเห็นบรรจุภัณฑ์ ดวงตาก็เป็นประกาย “นี่มันชาชั้นดีเลยนี่ คงแพงไม่น้อยสินะ?”
“ไม่แพงหรอกค่ะ คุณปู่เฉิงรักหนูมาก หนูก็อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณปู่เฉิงค่ะ”
“ทั้งหมดนี้หนูใช้เงินทุนการศึกษาของหนูซื้อเอง ไม่ได้ใช้เงินพ่อแม่เลยค่ะ”
คุณปู่เฉิงรู้สึกซาบซึ้งใจมากขึ้น วางอาหารนกลง รับชาด้วยตัวเอง พิจารณาดูอย่างจริงจังสองสามครั้ง แล้วพูดอย่างดีใจ “เธอกับเย่เสี่ยวจิ่นนี่เหมือนกันจริง ๆ แม้แต่ชาที่เอามาฝากก็เป็นยี่ห้อเดียวกัน”
เฮ่อหมิงเยว่ได้ยินคำพูดนั้น รอยยิ้มที่มุมปากก็แข็งค้างไปชั่วขณะ
แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “บังเอิญจังเลยนะคะ”
หล่อนไม่อยากฟังคุณปู่เฉิงพูดถึงเย่เสี่ยวจิ่น จึงเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน “คุณปู่เฉิงคะ วันนี้หนูมาบอกคุณปู่ว่า พรุ่งนี้หนูจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งแล้วค่ะ”
ด้วย?
เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกไม่ดีขึ้นมาในใจ
และแล้วในวินาทีถัดมา คุณปู่เฉิงก็พูดว่า “เสี่ยวจิ่นไปอบรมที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เพิ่งไปเมื่อวันจันทร์นี้เอง”
เฮ่อหมิงเยว่กำมือแน่น ยิ้มอย่างฝืน ๆ “ที่แท้น้องเสี่ยวจิ่นก็ไปด้วยนี่เอง”
ทำไมที่ไหน ๆ ก็มีเย่เสี่ยวจิ่นไปหมดล่ะ?!
หล่อนกำหนดวันไปปักกิ่งช้ากว่าเย่เสี่ยวจิ่นแค่สองวันเท่านั้น
เฮ่อหมิงเยว่พยายามข่มกลั้นความไม่พอใจ แล้วลองหยั่งเชิงถามคุณปู่เฉิงอย่างไม่ตั้งใจ
ถึงได้รู้ว่าเย่เสี่ยวจิ่นได้รับเชิญให้ไปเข้าร่วมการอบรม
การอบรมนี้เฮ่อหมิงเยว่รู้จักดี
พวกเขาจะหาคนจากมหาวิทยาลัยในทุกมณฑลทั่วประเทศ คนที่ผ่านการคัดเลือกได้ล้วนเป็นคนเก่งระดับหัวกะทิ
หล่อนพยายามสงบสติอารมณ์อยู่นาน ก่อนที่ความรู้สึกจะผ่อนคลายลง แกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ “ดีจังเลย ฉันจะได้เจอน้องเสี่ยวจิ่นอีกแล้ว”
พอนึกอะไรขึ้นได้บางอย่างก็หัวเราะเยาะในใจ
เย่เสี่ยวจิ่นเข้าร่วมการอบรมครั้งนี้แล้วอย่างไร ถึงเธอจะได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยในปักกิ่ง สุดท้ายก็มีจุดจบแค่ทางเดียว
คนที่ท้าทายมหาวิทยาลัยในปักกิ่งเหล่านั้น ต่างเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเฮ่อหมิงเยว่ในต่างประเทศ
พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยาก ในมหาวิทยาลัยของพวกเขาถือเป็นเทพแห่งการเรียนรู้ตัวจริง เย่เสี่ยวจิ่นรอแพ้ไปเถอะ!
คุณปู่เฉิงรู้สึกปลื้มใจมาก “ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเธอสองคนก็มีเพื่อนแล้ว”
เขากำชับเฮ่อหมิงเยว่ “หมิงเยว่ เธอแก่กว่าเย่เสี่ยวจิ่นหลายปี ต้องดูแลศิษย์น้องคนนี้ให้ดี ๆ นะ”
“ถ้ามีอะไรที่ปักกิ่ง เธอไปหาคนตระกูลเฉิงได้เลย” พูดจบ คุณปู่เฉิงก็ถอดหยกที่คล้องคออยู่ออกมา
นี่เป็นหยกคู่ที่สามารถประกบเข้าด้วยกันหรือแยกออกจากกันได้
“เมื่อเธอไปที่ตระกูลเฉิง แค่เอาหยกชิ้นนี้ให้พวกเขาดู ไม่ว่าเรื่องอะไร คนตระกูลเฉิงจะช่วยแก้ไขให้เต็มที่”
เขาแยกหยกออกเป็นสองชิ้น แล้วส่งให้เฮ่อหมิงเยว่ทั้งหมด
“เธอเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีกครึ่งให้เย่เสี่ยวจิ่น”
เฮ่อหมิงเยว่มองหยกในมือ ความรู้สึกหงุดหงิดที่มีต่อเย่เสี่ยวจิ่นหายวับไปในพริบตา
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
ดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์แรงมากจิ่นเป่า ขนาดอธิการบดียังเป็นไปกับเขาด้วย
ยัยหมิงเยว่ยึดหยกไว้หมดแหง ดูทรงแล้ว
ไหหม่า(海馬)
………………..