ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 534 เกาะต้นขาใหญ่ให้แน่น
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 534 เกาะต้นขาใหญ่ให้แน่น
บทที่ 534 เกาะต้นขาใหญ่ให้แน่น
………………..
บทที่ 534 เกาะต้นขาใหญ่ให้แน่น
เย่เสี่ยวจิ่นทักทายพวกหล่อน “สวัสดีค่ะ”
เฉียวเถียนหย่าและซ่งจวี๋เยว่ต่างจ้องมองเธอนิ่ง
ส่วนนักศึกษาหญิงอีกสามคนไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ เพียงแค่มองดูเย่เสี่ยวจิ่นแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าทำธุระของตัวเองอย่างเย็นชา
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้สนใจอะไร เดินเข้ามาจัดการข้าวของของตัวเอง
ในหอพักเหลือเตียงว่างอยู่เพียงเตียงเดียว คงจะเป็นเตียงที่เตรียมไว้ให้เธอ
เฉียวเถียนหย่าลุกจากเตียง สวมรองเท้าแตะเดินมาข้างๆเย่เสี่ยวจิ่นแล้วถามเสียงเบา “คุณคือเย่เสี่ยวจิ่นใช่ไหมคะ?”
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกแปลกใจ “คุณรู้จักฉันเหรอ?”
“ฉันเคยได้ยินชื่อคุณมาก่อน” เฉียวเถียนหย่าขยิบตาอย่างซุกซน “ฉันแค่รู้ว่าเย่เสี่ยวจิ่นอายุน้อย เห็นคุณดูเด็กดี เลยถามดู”
เฉียวเถียนหย่ายิ้มอย่างเป็นมิตร “ครอบครัวไม่ได้มาส่งเหรอคะ? ให้ฉันช่วยปูเตียงไหม?”
ไม่นานทั้งสองคนก็ปูเตียงเสร็จ
เย่เสี่ยวจิ่นเหนื่อยแล้ว จึงล้างหน้าแปรงฟันแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง ได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนกระซิบกระซาบกันเบา ๆ
หูของเธอดีมาก จึงได้ยินทุกอย่างชัดเจน
“มีแค่เฉียวเถียนหย่าคนเดียวที่เข้ามาติดอันดับสุดท้ายแบบหวุดหวิด ถึงได้พยายามประจบประแจงคนอื่นขนาดนี้”
“รอดูเถอะ เฉียวเถียนหย่าต้องเป็นคนแรกที่ถูกคัดออกแน่ ๆ”
เย่เสี่ยวจิ่นมองไปทางต้นเสียงแวบหนึ่ง
เธอหลับตาลงครุ่นคิด
ดูเหมือนว่าการฝึกอบรมครั้งนี้คงไม่ราบรื่นเท่าใด
วันรุ่งขึ้น เย่เสี่ยวจิ่นถึงเข้าใจความหมายของบทสนทนาที่ผู้หญิงสองคนนั้นพูดกันเมื่อคืน
เนื่องจากเธอเป็นผู้ชนะเลิศการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกรุ่นนี้ มหาวิทยาลัยปักกิ่งจึงเชิญเธอมาฝึกอบรมโดยตรง
แต่คนอื่น ๆ ล้วนถูกคัดเลือกมาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
คนกว่าร้อยคนเหล่านี้ต่างผ่านการทดสอบมาหลายขั้นตอนกว่าจะได้มาถึงปักกิ่ง
ผู้หญิงสองคนเมื่อวานมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกับเฉียวเถียนหย่า พวกหล่อนได้โอกาสเข้าฝึกอบรมด้วยคะแนนอันดับที่ยี่สิบสามและสามสิบสี่ของประเทศ
แต่เฉียวเถียนหย่าเข้ามาด้วยอันดับที่หนึ่งร้อยยี่สิบ ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายพอดี
และได้ยินมาว่าที่หล่อนได้เข้ามาก็เพราะผู้ชายที่ได้อันดับก่อนหน้าหล่อนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขาหัก ไม่สามารถเข้าร่วมการฝึกอบรมได้ โควตานี้จึงตกมาเป็นของเฉียวเถียนหย่า
แม้ว่าทั้งสามคนจะมาจากโรงเรียนเดียวกัน แต่นักเรียนหญิงอีกสองคนต่างก็ดูถูกเฉียวเถียนหย่า พวกหล่อนหวังแค่ให้หล่อนถูกคัดออกกลับไปเร็ว ๆ เพื่อจะได้ไม่ทำให้โรงเรียนเดิมต้องขายหน้า
ในหอพักยังมีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อซ่งจวี๋เยว่ เป็นคนปักกิ่ง สอบได้อันดับที่สิบ
และยังมีผู้หญิงที่เย็นชากว่านั้นอีกคนชื่อซูลวี่ เป็นคนเงียบขรึมไม่ค่อยพูด ไม่มีใครรู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหล่อนเลย
ช่วงเช้าเป็นเวลาให้พวกเธอทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม เฉียวเถียนหย่าเข้าไปทำความรู้จักกับเย่เสี่ยวจิ่นก่อน เย่เสี่ยวจิ่นก็ไม่ได้ปฏิเสธ ตกลงไปเดินเที่ยวมหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วยกัน
ทั้งสองคนเดินไปด้วยกันในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
“เสี่ยวจิ่น อย่าไปสนใจอีกสองคนนั้นเลย พวกหล่อนชอบนินทาคนอื่น”
“ฉันได้อันดับสุดท้ายแล้วยังไง ตอนนี้ฉันอาจจะได้อันดับสุดท้าย แต่การสอบครั้งหน้าก็ไม่แน่นะ”
เฉียวเถียนหย่าเป็นคนไม่ถือตัว อัธยาศัยดี เข้ากับคนง่าย
ครึ่งวันผ่านไป เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกว่าหล่อนเป็นคนไม่เลวเลย
มหาวิทยาลัยปักกิ่งมีโรงอาหารหลายที่ เฉียวเถียนหย่าลากเย่เสี่ยวจิ่นไปที่โรงอาหารหมายเลขสาม บอกว่าที่นั่นมักจะมีรุ่นพี่หน้าตาดี ๆ มาปรากฏตัวบ่อย ๆ
ทั้งสองคนเดินไปที่โรงอาหารหมายเลขสามด้วยกัน
ระหว่างทางต้องผ่านตึกสำนักงาน
เสิงซิ่งเสียนเพิ่งออกมาจากตึก พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นร่างคุ้นตาคนหนึ่ง
ดวงตาเป็นประกาย รีบเดินตรงไปหาคนผู้นั้น
เฉียวเถียนหย่าจู่ ๆ ก็เอานิ้วจิ้มแขนเย่เสี่ยวจิ่นพลางกระซิบว่า “เสี่ยวจิ่น ดูข้างหน้าพวกเราสิ ผู้ชายที่เดินอยู่ข้างหน้าพวกเราคนนั้นคือ อวี๋จวิ้นเฟย คนที่ได้อันดับหนึ่งของประเทศ”
เย่เสี่ยวจิ่นเงยหน้าขึ้นมองเงาด้านหลังของอวี๋จวิ้นเฟย และเห็นเสิงซิ่งเสียน
อวี๋จวิ้นเฟยก็เห็นเสิงซิ่งเสียนเช่นกัน
ก่อนมามหาวิทยาลัยปักกิ่ง อาจารย์ของเขาเคยคุยโทรศัพท์กับเสิงซิ่งเสียน ให้เสิงซิ่งเสียนช่วยดูแลเขาหน่อย
อวี๋จวิ้นเฟยเม้มริมฝีปาก หยุดฝีเท้า คิดว่าเสิงซิ่งเสียนคงจะมาคุยกับเขา
เขายืดหลังตรง กระแอมเบา ๆ กำลังจะพูดอยู่พอดี
แต่เสิงซิ่งเสียนกลับเดินอ้อมผ่านเขาไปเฉย ๆ
อวี๋จวิ้นเฟยหน้าแดงด้วยความอับอาย จากนั้นเปลี่ยนเป็นโกรธเคือง
เขากลั้นความโกรธหมุนตัวกลับไป ก็เห็นเสิงซิ่งเสียนกำลังยิ้มให้นักศึกษาหญิงคนหนึ่งอย่างอ่อนโยน
“เสี่ยวจิ่น เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกฉันสักคำล่ะ?”
“ศาสตราจารย์เสิง?!” เฉียวเถียนหย่าอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เขาเป็นศาสตราจารย์คณะคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ก่อนมาที่นี่ เฉียวเถียนหย่าก็เคยสืบประวัติและดูรูปของเสิงซิ่งเสียนมาก่อน หล่อนจึงจำเขาได้ทันที
เพราะรู้จักนี่แหละ ถึงได้ตกใจมากขนาดนี้
ได้ยินมาว่าเสิงซิ่งเสียนเป็นคนหยิ่งและดื้อรั้น ไม่เคยแสดงสีหน้าดี ๆ กับนักศึกษาใต้ปกครองเลย ปกติผู้คนมักแอบเรียกเขาว่า “ยมทูตที่มีชีวิต”
แค่ได้ยินฉายานี้ก็รู้แล้วว่าเสิงซิ่งเสียนน่ากลัวแค่ไหนในสายตานักศึกษามหาวิทยาลัยปักกิ่ง
พอตอนนี้เห็นเสิงซิ่งเสียนยิ้ม เฉียวเถียนหย่าก็รู้สึกว่ามันสยองขวัญไม่ต่างจากเรื่องเล่าผีเลย
เสิงซิ่งเสียนเหลือบมองเฉียวเถียนหย่าแวบหนึ่ง แล้วสายตาก็จับจ้องไปที่เย่เสี่ยวจิ่น
“ศาสตราจารย์เสิง” เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มให้เสิงซิ่งเสียนอย่างมีมารยาท “เพราะเมื่อคืนฉันมาถึงดึกมาก เลยไม่ได้ติดต่อคุณค่ะ”
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” เสิงซิ่งเสียนพยักหน้าเข้าใจ มองไปทางที่พวกเธอกำลังจะไป “พวกเธอจะไปกินข้าวใช่ไหม? พอดีเลย ฉันนัดอาจารย์อีกหลายคนไว้ที่โรงอาหารหมายเลข 5 เธอไปกินกับฉันด้วยกันเถอะ จะได้แนะนำให้รู้จักอาจารย์คนอื่น ๆ ด้วย”
เฉียวเถียนหย่าชะงักงันไปชั่วขณะ
โรงอาหารหมายเลขห้าของมหาวิทยาลัยปักกิ่งเป็นสถานที่ที่อาจารย์และผู้บริหารของมหาวิทยาลัยใช้รับประทานอาหาร
นักศึกษาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปตามอำเภอใจ เว้นแต่จะมีอาจารย์พาไป
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ชอบทำตัวพิเศษ แต่ความหิวในท้องทำให้เธอไม่กล้าปฏิเสธ
เธอพยักหน้าแล้วถาม “เพื่อนของฉันไปด้วยได้ไหมคะ?”
เพื่อนที่ว่านี้แน่นอนว่าหมายถึงเฉียวเถียนหย่า
“ได้สิ ได้แน่นอน ไปด้วยกันได้” เสิงซิ่งเสียนตอบอย่างกระตือรือร้นและเป็นกันเอง “รีบไปกันเถอะ ไม่งั้นพวกคนแก่คนอื่น ๆ จะรอจนใจร้อน”
เฉียวเถียนหย่าที่ถูกเย่เสี่ยวจิ่นลากไปยังงง ๆอยู่
หล่อนกำลังจะได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มวงในของเหล่าอาจารย์แล้วเหรอ?
หล่อนมองเงาด้านหลังของเสิงซิ่งเสียนด้วยสีหน้างุนงง พลางบีบต้นขาตัวเองแรง ๆ
“ซี้ดดด…”
เย่เสี่ยวจิ่นทำหน้างุนงง “เป็นอะไรไปหรือ?”
“ไม่มีอะไร ๆ” เฉียวเถียนหย่าส่ายหน้าไปมา
ในใจคิดลับ ๆ ว่า สมกับคำที่ว่า เกาะต้นขาใหญ่ไว้ก็ได้กินดีอยู่ดีไปด้วย!
พวกเธอเดินผ่านอวี๋จวิ้นเฟยไปโดยไม่สนใจเขาเลย
ทิ้งให้อวี๋จวิ้นเฟยยืนอยู่ที่เดิมคนเดียว โกรธจนควันออกหู
“เย่เสี่ยวจิ่น…เย่เสี่ยวจิ่นสินะ! ฉันจำเธอได้แล้ว!”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
จิ่นเป่าเป็นขาใหญ่ของที่นี่จริงๆ ไม่ทันไรก็โดนอาจารย์ชวนไปกินข้าวแล้ว
ไหหม่า(海馬)
………………..