ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 533 ออกเดินทางไปปักกิ่ง
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 533 ออกเดินทางไปปักกิ่ง
บทที่ 533 ออกเดินทางไปปักกิ่ง
………………..
บทที่ 533 ออกเดินทางไปปักกิ่ง
ที่ชั้นล่าง เย่เสี่ยวจิ่นกำลังนั่งอยู่ที่สนามหญ้า
เธอมองเฉิงซิงไห่อย่างไม่คาดคิด “วันนี้คุณตื่นเช้าจัง?”
เฉิงซิงไห่หาวหลายครั้ง ดูท่าทางยังไม่ตื่นเต็มที่ “ก็เพราะนึกถึงงานเลี้ยงรับศิษย์ของเธอไง ไม่คิดว่าพอไปถึงจะเจอเฮ่อหมิงเยว่…”
พอพูดถึงชื่อนี้ น้ำเสียงของเขากลับแฝงความรังเกียจเล็กน้อย
เย่เสี่ยวจิ่นสังเกตเห็นอย่างว่องไว เธอกะพริบตาปริบ ๆ
เฉิงซิงไห่รีบเปลี่ยนเรื่องคุย ถามว่า “เธอเข้าใจสิ่งที่สอนเมื่อคืนหมดแล้วใช่ไหม?”
เย่เสี่ยวจิ่นนั่งตัวตรง “ก็ประมาณนั้น วันจันทร์ฉันต้องไปปักกิ่งแล้ว อาจจะติดต่อคุณไม่ได้สักพัก”
เย่เสี่ยวจิ่นเคยเอ่ยเรื่องนี้กับเฉิงซิงไห่ไว้เมื่อคืน ซึ่งเขาก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว
เขาดึงหนังสือหนาประมาณ 5-6 เซนติเมตรออกมาจากใต้ก้น
เธอไม่กล้ามองหนังสือเล่มนั้นตรง ๆ
“ช่วงนี้เธอแค่ทำความเข้าใจหนังสือเล่มนี้ให้ทะลุปรุโปร่งก็พอ” เฉิงซิงไห่ยื่นหนังสือให้
เย่เสี่ยวจิ่นลังเลที่จะรับมัน แสดงสายตารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
“เฮ้ย นั่นมันสายตาแบบไหนกันน่ะ” เฉิงซิงไห่จ้องเธออย่างหงุดหงิด “หนังสือของฉันนี่มีแต่คนอยากได้ตั้งเยอะ”
เย่เสี่ยวจิ่นจำใจรับหนังสือมา จับมุมหนึ่งวางไว้ข้างตัว
เธอยันมือไว้ด้านหลัง เงยหน้าหลับตาอาบแดด
“เฉิงซิงไห่ ตอนที่ฉันไม่อยู่ที่เมืองซิงเฉิง คุณอย่าไปรังแกพี่สาวฉันนะ”
เย่จู๋เป็นคนขี้อายและมีปมด้อยอยู่บ้าง นับเป็นคนที่เธอเป็นห่วงมากที่สุด
“ในสายตาเธอ ฉันดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยเหรอ” เฉิงซิงไห่ล้มตัวลงนอนบนหญ้า ใช้มือบังตา พูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
“เธอวางใจได้ ฉันปกป้องหล่อนยังไม่ทันเลย จะไปรังแกหล่อนได้ยังไง”
“ไม่ ๆ ๆ สิ่งที่ฉันกังวลที่สุดก็คือเรื่องที่คุณจะปกป้องหล่อนนั่นแหละ”
เฉิงซิงไห่: “……”
เขาพลิกตัว หันหลังให้เย่เสี่ยวจิ่นทำท่าเหมือนขี้เกียจคุยด้วย
แต่ถึงจะกังวลอย่างไร นี่ก็เป็นเรื่องของพวกเขาสองคน ตราบใดที่เฉิงซิงไห่ไม่รังแกเย่จู๋ เธอก็ไม่อยากยุ่งอะไรมากมาย
วันอาทิตย์ เย่เสี่ยวจิ่นจัดเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วโทรหาคนในครอบครัวทีละคน
หลี่ชุ่ยชุ่ยและเย่จื้อผิงได้ยินว่าเย่เสี่ยวจิ่นจะไปปักกิ่งอีกครั้ง และจะไปคนเดียว พวกเขาจึงเป็นห่วงไม่หาย
“จิ่นเป่า ให้แม่ไปเป็นเพื่อนลูกดีไหม?”
“ไม่ได้หรอกแม่ พี่สะใภ้เพิ่งคลอดลูกคนที่สอง ตอนนี้ต้องการคนดูแลอยู่พอดี”
งานในบ้านก็มีไม่น้อย
เสิงหลานฮวาต้องรับผิดชอบเรื่องอาหารสามมื้อและงานบ้านทั่วไปของครอบครัวตระกูลเย่
เย่จื้อผิงต้องไปทำงานที่ฟาร์ม
เย่ฉางอันก็ต้องยุ่งกับการขนส่งสินค้า
หลี่ชุ่ยชุ่ยลังเลเล็กน้อยก่อนพูดว่า “แต่แม่ก็ยังเป็นห่วงลูกนะ…”
“แม่คะ หนูไม่ได้ออกไปเป็นครั้งแรกนะ” เย่เสี่ยวจิ่นปลอบหลี่ชุ่ยชุ่ยอยู่หลายประโยค กว่าจะปลอบให้หลี่ชุ่ยชุ่ยสบายใจได้
เย่หวายเริ่มฝึกงานแล้วที่เมืองซิงเฉิง ที่ฝึกงานของเขาอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
เย่เสี่ยวจิ่นนัดเย่หวายให้เจอกันหลังเลิกงาน
ทั้งสองนัดเจอกันที่ร้านอาหารแถวนั้น
เย่เสี่ยวจิ่นมาถึงก่อนสองสามนาที เธอสั่งอาหารไว้ก่อนแล้วมองไปทางประตูทางเข้า
ไม่กี่นาทีต่อมา เย่หวายก็เดินเข้ามา
เย่เสี่ยวจิ่นกำลังจะเรียกเขา แต่เห็นว่ามีผู้หญิงสองคนเดินตามเย่หวายมา ดูท่าทางน่าจะอายุไล่เลี่ยกับเย่หวาย
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง
เย่หวายเห็นเย่เสี่ยวจิ่นแล้วเดินตรงมา ผู้หญิงสองคนที่อยู่ข้างหลังเขาก็เดินตามมาด้วย
พี่น้องไม่ได้เจอกันมานานแล้ว
แม้จะอยู่ในเมืองซิงเฉิงเหมือนกัน แต่เย่หวายก็งานยุ่ง เย่เสี่ยวจิ่นก็ยิ่งยุ่งกว่า เวลาของพี่น้องเลยไม่ค่อยตรงกัน
“พี่ชายก็หล่อขึ้นนะ!” เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มตาหยี เท้าคางมองหน้าเย่หวาย
เย่หวายไม่เหมือนกับเย่จวินและเย่ฉางอัน เขาอ่านหนังสือมาก จึงมีกลิ่นอายของนักปราชญ์ติดตัว
ผู้หญิงสองคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาทักทายเย่เสี่ยวจิ่นก่อน “เธอคือน้องสาวของเย่หวายสินะ? สวยจังเลย”
เย่เสี่ยวจิ่นไม่รู้จักผู้หญิงสองคนนี้เลย มองไปทางเย่หวายด้วยสายตาสงสัย
เย่หวายขมวดคิ้วจนชนกัน มองไปทางเย่เสี่ยวจิ่นด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
เย่เสี่ยวจิ่นเข้าใจในทันที กลั้นยิ้มพลางเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงสองคนนั้น โบกมือให้พวกเธอ “สวัสดีค่ะพี่ ๆ”
สาวทั้งสองคนดึงเก้าอี้ออกเตรียมจะนั่ง
“พี่คะ ช่วงเช้าหนูโทรหาแม่ แม่ให้หนูถามพี่ว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้านไปแต่งงาน”
สาวทั้งสองคนชะงัก
เย่เสี่ยวจิ่นโกหกได้อย่างคล่องแคล่ว “ตอนที่พี่มาเรียนที่เมืองซิงเฉิง พี่เคยสัญญากับแม่ไว้ว่าพอเรียนจบจะกลับไปแต่งงานกับคู่หมั้นที่แม่เลี้ยงดูมา แม่ถือว่าหล่อนเป็นลูกสะใภ้คนที่สามแล้วนะ พี่ห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาด”
สาวทั้งสองคนมองไปที่เย่หวายอย่างไม่อยากเชื่อ พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ “คุณมีคู่หมั้นแล้วเหรอ?!”
เย่หวายก็งงเหมือนกัน ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เขามีคู่หมั้น?
แต่ก็พูดตามเย่เสี่ยวจิ่นไป “อืม ผมมีแล้ว”
สองสาวพลันมีสีหน้าโกรธจัด อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่ได้เอ่ยปากออกมา
พวกหล่อนสะบัดมือแล้วเดินจากไป เสียงรองเท้าหนังดังกึก ๆ
หลังจากที่พวกหล่อนออกจากร้านอาหารไปแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นก็กุมท้องหัวเราะจนกลั้นไว้ไม่อยู่
“ฮ่า ๆๆๆ…”
“จิ่นเป่า คราวนี้ทุกคนก็รู้กันหมดแล้วสิว่าฉันมีคู่หมั้นในวัยเด็กแล้ว”
เย่เสี่ยวจิ่นหัวเราะจนน้ำตาไหล “ไม่เป็นไรหรอก ยังไงพี่ชายก็ไม่ได้ชอบพวกหล่อนอยู่แล้ว”
เย่หวายเกาหัวอย่างกลุ้มใจ “ฉันแค่อยากฝึกงานให้ดี ๆ ตอนนี้ยังไม่อยากยุ่งกับเรื่องพวกนี้”
เขาได้ปฏิเสธไปแล้ว แต่พวกผู้หญิงเหล่านั้นก็ยังคอยวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเขา
เย่เสี่ยวจิ่นตบไหล่เขาอย่างเห็นใจ “พี่สาม ค่อย ๆ ชินไปเถอะ”
“พี่ใหญ่กับพี่รองก็เคยผ่านอะไรแบบนี้มาก่อน ไปขอคำแนะนำจากพวกเขาดูไหมว่าแก้ปัญหายังไง?”
นึกถึงบรรดาดอกท้อเน่าของเย่จวินกับเย่ฉางอัน สีหน้าของเย่หวายก็ดีขึ้นไม่น้อย มีแววสะใจอยู่ในที
“เทียบกับพี่ใหญ่พี่รองแล้ว ของฉันยังถือว่าดีกว่า”
พนักงานเสิร์ฟนำอาหารมาเสิร์ฟครบแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นพูดไปพลางรับประทานอาหารไปพลาง “พรุ่งนี้ฉันต้องไปปักกิ่งแล้ว ถ้าพี่มีธุระอะไรก็ไปหาเฉิงซิงไห่นะ ถ้าเขาช่วยได้ เขาจะต้องช่วยพี่แน่นอน”
เย่หวายพยักหน้า “เธอวางใจได้ ไม่ต้องห่วงพี่สามหรอก เธอดูแลตัวเองให้ดีก็พอ”
พี่น้องคู่นี้คุยกันกว่าชั่วโมง จากนั้นเย่หวายก็ไปส่งเย่เสี่ยวจิ่นที่โรงเรียน
ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดจัดคนให้เดินทางไปปักกิ่งพร้อมกับเย่เสี่ยวจิ่น
กว่าจะถึงปักกิ่งก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว
ทางปักกิ่งได้จัดที่พักให้นักเรียนที่มาอบรมทั้งหมดอยู่ที่หอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
เย่เสี่ยวจิ่นถือกระเป๋าลงจากรถไฟ เธอเห็นนักเรียนที่มาอบรมเหมือนกันอีกหลายคน
ทุกคนมาจากทั่วประเทศ
เย่เสี่ยวจิ่นกวาดตามองรอบหนึ่ง พบว่าในกลุ่มคนเหล่านี้ดูเหมือนเธอจะอายุน้อยที่สุด
ส่วนใหญ่อายุสิบเจ็ดสิบแปดและเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
พวกเขาถูกจัดให้อยู่ที่หอพักหญิงของคณะคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็นห้องพักรวมหกคน
เย่เสี่ยวจิ่นผลักประตูเข้าไป เตียงอีกห้าเตียงมีคนอยู่หมดแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เหล่านักศึกษาหญิงทั้งห้าคนที่อยู่บนเตียงต่างพร้อมใจกันมองมาที่เธอ
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
พี่สามก็หัดทันเกมน้องสาวหน่อยสิ เพราะพี่เป็นแบบนี้ไงถึงสลัดดอกท้อเน่าไม่หลุดสักที
เข้าเมืองหลวงแล้ว จะมีเรื่องน่าตื่นเต้นอะไรรออยู่กันนะ?
ไหหม่า(海馬)
………………..