ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 532 ความรู้สึกผิด ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 532 ความรู้สึกผิด ....................
บทที่ 532 ความรู้สึกผิด
………………..
บทที่ 532 ความรู้สึกผิด
ผู้เฒ่าเฉิงให้คนรับใช้เก็บตัวอักษรทั้งสองชุดไว้ แล้วสับเปลี่ยนนำไปให้คนอื่นตัดสิน
นอกจากเขาและคนรับใช้ รวมถึงเย่เสี่ยวจิ่นและเฮ่อหมิงเยว่แล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่รู้ว่าตัวอักษรชุดไหนเป็นของใคร
คนรับใช้เดินนำหน้า คุณปู่เฉิงตามหลัง ส่วนเย่เสี่ยวจิ่นและเฮ่อหมิงเยว่เดินเคียงข้างกันอยู่ด้านหลังสุด
คนรับใช้คลี่ตัวอักษรทั้งสองชุดออก
ผู้คนรอบข้างต่างมองมา
พ่อแม่ตระกูลเฮ่อตื่นเต้นที่สุด ยังไม่ทันได้ดูเลย ก็ชมลูกสาวตัวเองเสียแล้ว
“หมิงเยว่ฝึกคัดอักษรมาหลายปีไม่สูญเปล่าเลย ดูสิ ตัวอักษรที่เขียนช่างสวยงามเหลือเกิน”
เสียงของแม่เฮ่อดังพอสมควร
สายตาของทุกคนกวาดมองตัวอักษรทั้งสองชุด ส่วนใหญ่หยุดอยู่ที่ชุดด้านขวา
แต่ก็มีรสนิยมพื้นฐานอยู่บ้าง
ตัวอักษรชุดด้านขวานี้ดูยิ่งใหญ่อลังการ เพียงแค่มองก็สัมผัสได้ถึงความปราดเปรียวที่พุ่งเข้าใส่ ทุกเส้นทุกขีด ล้วนสง่างามและทรงพลัง
คุณแม่เฮ่อก็มองดูภาพทางด้านขวา
“ตัวอักษรชุดนี้เขียนได้ดีมาก ดูก็รู้ว่าเป็นฝีมือของหมิงเยว่ หล่อนฝึกเขียนตัวอักษรมาหลายปี อาจารย์ทุกคนต่างชมว่าลายมือของหมิงเยว่มีเอกลักษณ์โดดเด่น”
เฮ่อหมิงเยว่มีรอยยิ้มที่มุมปาก แต่เมื่อได้เห็นตัวอักษรที่แม่ของตนชี้อย่างชัดเจน รอยยิ้มก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า
ในชั่วขณะนั้น ความอับอายและความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาราวกับเลือดสูบฉีด
ตัวอักษรชุดนี้ไม่ใช่ฝีมือของหล่อน!
ถ้าไม่ใช่ของหล่อน แล้วจะเป็นใครได้…
เฮ่อหมิงเยว่หันขวับไปมองเย่เสี่ยวจิ่น
หัวใจของหล่อนจมดิ่งลงทันที
ในตอนนั้นคุณปู่เฉิงก็เดินเข้ามาข้างหน้า กระแอมเบา ๆ สองสามครั้ง
เฮ่อหมิงเยว่เกร็งตัวขึ้นทันที กัดริมฝีปากล่างด้วยความประหม่า ทั้งทรมานทั้งกังวลใจ
ถ้าคุณปู่เฉิงเปิดเผยต่อหน้าทุกคนว่าตัวอักษรสองชุดนี้เป็นฝีมือของใครกันแน่ หล่อนจะต้องอับอายขายหน้า โดยเฉพาะหลังจากที่แม่ของหล่อนพูดยืนยันเช่นนั้นไปแล้ว…
ในตอนนี้ เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกน้อยใจแม่อยู่ในใจ
“พอเถอะ” คุณปู่เฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ตัวอักษรทั้งสองชุดนี้ต่างก็มีข้อดีและข้อเสียของมันเอง ชุดทางขวาแม้จะดูยิ่งใหญ่อลังการ แต่ผู้เขียนดูจะร้อนรนไปหน่อย”
เย่เสี่ยวจิ่นเงยหน้ามองท่านเฉิง
พูดไม่ผิดเลย ตอนที่เธอเขียนตัวอักษร เธอรู้สึกร้อนรนจริง ๆ
ไม่คิดว่าคุณปู่เฉิงจะมองออกได้ขนาดนี้
“ส่วนตัวอักษรทางซ้ายนั้นดูลื่นไหลดั่งเมฆและสายน้ำ แต่ยังขาดความยิ่งใหญ่”
“ท่านเฉิง แล้วชุดไหนเป็นลายมือของเฮ่อหมิงเยว่หรือครับ”
เฮ่อหมิงเยว่สะดุ้งเงยหน้าขึ้น บีบฝ่ามือแน่นด้วยความประหม่า
ท่านเฉิงหัวเราะเสียงดังสองสามที ก่อนจะพูดอย่างช้า ๆ ว่า “คุณคิดว่าชุดไหนก็เป็นชุดนั้นแหละ”
“วันนี้ฉันจะไม่บอกหรอกว่าใครเขียนชุดไหน เด็กสาวทั้งสองคนอายุยังน้อย รู้ข้อบกพร่องของตัวเองก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดให้ชัดเจนนัก”
“พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรักษาหน้าให้เด็ก ๆ บ้าง”
พอได้ยินคำพูดนี้ เฮ่อหมิงเยว่จึงค่อย ๆ คลายมือที่กำแน่นออก
พ่อแม่ตระกูลเฮ่อดูไม่ค่อยพอใจเท่าใด
เฮ่อหมิงเยว่ที่คอยสังเกตพวกเขาอยู่ตลอด รีบเอ่ยปากขึ้นทันทีที่เห็นสถานการณ์ “พ่อแม่คะ ที่คุณปู่เฉิงพูดมามีเหตุผลนะคะ!”
“พวกเราฟังคุณปู่เฉิงกันเถอะ!”
เฮ่อหมิงเยว่แทบไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแบบนี้มาก่อน ทำเอาพ่อแม่ตระกูลเฮ่อถึงกับตกใจ และหุบปากลงโดยอัตโนมัติ
เฮ่อหมิงเยว่สบตากับคุณปู่เฉิง หัวใจกระตุกวูบ ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความผิดหวังอย่างรวดเร็ว
“แต่เดิมผมตั้งใจจะรับเย่เสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์เพียงคนเดียว แต่ไม่คิดว่าหมิงเยว่จะกลับมา”
เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “ทุกคนก็รู้ว่าผมชื่นชมหมิงเยว่มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นวันนี้ ผมจะรับทั้งเย่เสี่ยวจิ่นและเฮ่อหมิงเยว่เป็นศิษย์พร้อมกัน”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เฮ่อหมิงเยว่และเย่เสี่ยวจิ่นจะเป็นศิษย์ของผม และเป็นศิษย์เพียงสองคนของผม”
พ่อแม่ตระกูลเฮ่อดีใจจนแทบจะหลุดหัวเราะออกมา
ส่วนคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรมาก
คนที่เก่งกาจอย่างเฮ่อหมิงเยว่ การที่คุณปู่เฉิงรับเป็นศิษย์ก็เป็นเรื่องปกติที่สุดแล้ว
ไม่ไกลออกไป เฉิงซิงไห่มองดูอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากกระตุกเล็กน้อย แล้วจากไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกดีใจอยู่ในใจ
หล่อนคิดว่าผู้เฒ่าเฉิงคงไม่รับหล่อนเป็นศิษย์แล้ว…
หลังจากประกาศเรื่องนี้เสร็จ ผู้เฒ่าเฉิงก็แสดงท่าทางเหนื่อยล้า
“เสี่ยวจิ่น หมิงเยว่ พวกเธอสองคนตามฉันไปห้องหนังสือหน่อย”
เมื่อทั้งสามคนเดินจากไป
แขกที่ถูกพาไปรับประทานอาหารที่ห้องโถงด้านหน้าต่างอดไม่ได้ที่จะพูดคุยกันเสียงเบา
“ฉันว่าภาพด้านขวาเมื่อกี้เป็นฝีมือของเฮ่อหมิงเยว่แน่ ๆ ไม่งั้นท่านเฉิงจะรับเฮ่อหมิงเยว่เป็นศิษย์อีกได้ยังไง”
“ใช่ แต่เขาก็ประกาศว่าจะรับเย่เสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์ไปแล้ว ถึงตอนนี้จะไม่พอใจก็คงไม่กล้าเปลี่ยนใจหรอก”
“ใช่ ๆ ที่คุณพูดมามีเหตุผลมาก”
“ถ้าเฮ่อหมิงเยว่กลับประเทศเร็วกว่านี้สักหน่อย ก็คงไม่มีเรื่องของเย่เสี่ยวจิ่นแล้วสินะ”
“เย่เสี่ยวจิ่นก็โชคดีนะ จากเด็กธรรมดาในชนบทได้มาเกาะท่านเฒ่าเฉิงเลย นกกระจอกบินขึ้นกิ่งไม้กลายเป็นหงส์ชัด ๆ”
ทุกคนต่างรู้สึกอิจฉาและไม่พอใจอยู่บ้าง
เฮ่อหมิงเยว่มีความสามารถขนาดนี้พวกเขาก็ยอมรับได้ แต่เย่เสี่ยวจิ่นล่ะ?
ที่ห้องหนังสือ
ผู้เฒ่าเฉิงหยิบตราประทับสามอันออกมาจากลิ้นชัก สองอันเป็นตราส่วนตัวของผู้เฒ่าเฉิง
อีกหนึ่งอันเป็นของเย่เสี่ยวจิ่น
เขาไม่รู้มาก่อนว่าเฮ่อหมิงเยว่จะกลับมา จึงเตรียมไว้ให้แค่เย่เสี่ยวจิ่นคนเดียว
ส่งตราประทับสองอันให้เย่เสี่ยวจิ่น
“ต่อไปถ้าพวกเธอเขียนตัวอักษร อย่าลืมประทับตราด้านล่างด้วย”
เฮ่อหมิงเยว่รับเพียงตราส่วนตัวของผู้เฒ่าเฉิง รู้สึกถึงน้ำหนักในมือ มันหนักอย่างมีค่า
ความอึดอัดใจที่มีอยู่เดิมถูกความยินดีชะล้างจนจางไป
มองดูเย่เสี่ยวจิ่นแล้วรู้สึกดีขึ้นมาก
หล่อนบรรลุเป้าหมายของหล่อนแล้ว
เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่วินาทีถัดมา หล่อนก็ได้ยินผู้เฒ่าเฉิงพูดว่า “หมิงเยว่ ต่อไปเธอต้องเรียนรู้จากเย่เสี่ยวจิ่นให้มาก ๆ เธอถือว่ามีพรสวรรค์นะ ถ้ามีครูที่ดีสอน เธอจะต้องก้าวหน้าไปได้อีกไกล”
เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ
คิดว่าตัวเองได้ยินผิดไป
“คุณปู่เฉิง เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะคะ?”
“คุณปู่จะให้หนูไปเรียนกับเย่เสี่ยวจิ่นเหรอคะ?!”
ดวงตาของผู้เฒ่าเฉิงวาบขึ้นด้วยแววดุดัน น้ำเสียงจริงจังขึ้นไม่น้อย “หมิงเยว่ เมื่อกี้ตอนประกาศว่าตัวอักษรสองชุดนั้นเป็นฝีมือของใคร เธอก็น่าจะเข้าใจความหวังดีของคุณปู่นะ ปู่กำลังรักษาหน้าให้เธออยู่”
“แพ้น่ะไม่เป็นไรหรอก แต่เราต้องไม่เป็นพวกขี้แพ้ชวนตี”
“ความจริงก็คือ ตัวอักษรของเย่เสี่ยวจิ่นดีกว่าของเธอ”
“หนู…เข้าใจแล้วค่ะ คุณปู่เฉิง” เฮ่อหมิงเยว่ก้มหน้าลง หลบตาเพื่อซ่อนความริษยาในดวงตา
ให้หล่อนไปเรียนกับเย่เสี่ยวจิ่นงั้นเหรอ?
ยายบ้านนอกเย่เสี่ยวจิ่นนั่นจะเทียบกับหล่อนได้อย่างไร?!
เฮ่อหมิงเยว่ไม่มีทางยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่าเย่เสี่ยวจิ่น เพียงแต่สิ่งที่หล่อนถนัดอาจจะไม่ถูกใจท่านปู่เฉิงมากเท่ากับเย่เสี่ยวจิ่น
ต่างคนต่างมีจุดเด่นของตัวเองเท่านั้น
แต่การให้หล่อนต้องก้มหัวไปขอคำแนะนำจากเย่เสี่ยวจิ่นนั้นมันเป็นไปไม่ได้
หลังจากเฮ่อหมิงเยว่ออกจากห้องหนังสือไป คุณปู่เฉิงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่
นอกหน้าต่างเป็นสนามหญ้า เย่เสี่ยวจิ่นกำลังอาบแดดอยู่ข้างล่าง
เฉิงซิงไห่ก็อยู่ที่นั่นด้วย
แววตาของคุณปู่เฉิงฉายแววรู้สึกผิด
แต่เดิมครั้งนี้เขาตั้งใจจะให้เย่เสี่ยวจิ่นได้แสดงฝีมือ แต่สุดท้ายก็ไม่อยากให้เฮ่อหมิงเยว่ที่เขารักและเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กต้องขายหน้า จึงต้องขอให้เย่เสี่ยวจิ่นเสียน้ำใจหน่อย
เขาถอนหายใจเบา ๆ
จะว่าไปคงต้องคิดหาวิธีอื่นมาชดเชยให้เด็กคนนี้แล้ว
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ดีที่คุณปู่เฉิงรักษาหน้าให้นะเนี่ย ไม่งั้นคงกลายเป็นเรื่องใหญ่
ไหหม่า(海馬)
………………..