ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 531 การเปรียบเทียบ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 531 การเปรียบเทียบ
บทที่ 531 การเปรียบเทียบ
………………..
บทที่ 531 การเปรียบเทียบ
คุณปู่เฉิงค่อย ๆ ม้วนภาพวาดเก็บอย่างระมัดระวัง
เขาส่งม้วนภาพให้กับคนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง พร้อมสั่งว่า “เอาไปเก็บไว้ที่ห้องหนังสือ เดี๋ยวตอนว่าง ๆ ฉันจะได้ชื่นชมให้เต็มที่”
คนรับใช้รับคำ แล้วอุ้มม้วนภาพออกไป
คุณปู่เฉิงหันกลับมา รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากจนแทบจะหุบไม่ลง “วันนี้ฉันดีใจมาก ได้รับเย่เสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์ที่ดีแบบนี้ แถมหนูหมิงเยว่ก็กลับมาด้วย”
พ่อแม่ตระกูลเฮ่อได้ยินเสียงก็รีบมา เมื่อเห็นคุณปู่เฉิงรักใคร่เอ็นดูเฮ่อหมิงเยว่มากกว่าแต่ก่อน ในใจก็เริ่มคิดการณ์
แม่เฮ่อเดินเข้าไปแทรก “ถ้าอย่างนั้นถือโอกาสวันนี้ รับหมิงเยว่เป็นศิษย์ด้วยเลยดีไหมคะคุณปู่เฉิง ตลอดหลายปีที่หมิงเยว่อยู่ต่างประเทศ เพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นศิษย์ของคุณปู่ หล่อนก็ไม่เคยทิ้งการฝึกคัดอักษรเลยนะคะ”
ดวงตาของคุณปู่เฉิงหม่นลง
เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกใจหายวาบ
แม่ของหล่อนช่างโง่จริง ๆ
ที่หล่อนไม่เคยพูดเรื่องนี้เพราะต้องการรอให้คุณปู่เฉิงเอ่ยปากเอง แต่ตอนนี้แม่ของหล่อนเป็นฝ่ายพูดเสียเอง ทำให้ดูเหมือนตัวหล่อนพยายามจะเข้าไปเกาะติดเป็นศิษย์ของคุณปู่เฉิง
เฮ่อหมิงเยว่แอบสบถในใจ แต่ใบหน้าไม่แสดงความไม่พอใจแต่อย่างใด
หล่อนยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงประชด “แม่คะ พูดอะไรอย่างนั้น”
“วันนี้เป็นวันสำคัญที่คุณปู่เฉิงรับน้องเสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์ แม่อย่าพูดถึงเรื่องอื่นเลยนะคะ”
หล่อนหันไปทางคุณปู่เฉิงอย่างสง่างาม สายตาเปิดเผยตรงไปตรงมา “คุณปู่เฉิงคะ ไม่ต้องเก็บคำพูดของแม่หนูมาใส่ใจหรอกนะคะ”
“ที่หนูฝึกคัดอักษรทุกวันไม่เคยขาด เพราะหนูรักการคัดอักษรจริง ๆ ค่ะ ตั้งแต่ตอนที่คุณปู่สอนหนูตอนเด็ก ๆ หนูก็หลงใหลในเสน่ห์ของการคัดอักษรมาตลอด หนูชอบสิ่งนี้จริง ๆ”
หล่อนกะพริบตา “ยังไงก็ตาม ไม่ว่าจะได้เป็นศิษย์คุณปู่หรือไม่ หนูก็จะมารบกวนที่บ้านคุณปู่บ่อย ๆ อยู่ดีค่ะ”
แววตาของคุณปู่เฉิงฉายแววพอใจ
เขาชอบเด็กแบบเฮ่อหมิงเยว่ที่ไม่ชิงดีชิงเด่น ไม่มีจิตใจโลภในชื่อเสียงแบบนี้
คุณปู่เฉิงไม่พูดอะไร แล้วเปลี่ยนเรื่อง “ปู่ก็ไม่ได้ดูลายมือของหมิงเยว่มาหลายปีแล้ว วันนี้ลองเขียนตัวอักษรสักหน่อยพร้อมกับเสี่ยวจิ่นไหม”
“ให้ทุกคนได้ดูว่าใครเขียนได้สวยกว่ากัน”
คำพูดนี้ถูกใจเฮ่อหมิงเยว่มาก นี่คือจุดประสงค์ที่หล่อนมาบ้านตระกูลเฉิงวันนี้
ตอนนี้จะได้เป็นศิษย์คุณปู่เฉิงหรือไม่ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญกว่าคือ หล่อนต้องการให้ทุกคนในเมืองซิงเฉิงรู้ว่า หล่อน เฮ่อหมิงเยว่ เก่งที่สุด เย่เสี่ยวจิ่นสู้หล่อนไม่ได้
แต่ต่อหน้าผู้คน เฮ่อหมิงเยว่ไม่ได้แสดงท่าทีร้อนรนออกมา กลับหันไปถามความเห็นเย่เสี่ยวจิ่นเสียงเบา “น้องเสี่ยวจิ่นคิดว่ายังไงคะ”
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้สนใจหรอกว่าจะแพ้หรือชนะ
“คุณปู่เฉิงพูดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเถอะค่ะ”
หลังจากที่เธอพูดจบ สายตาของเฮ่อหมิงเยว่ก็วาบขึ้นมาด้วยประกายวูบหนึ่ง
เย่เสี่ยวจิ่นคนนี้ดูเหมือนจะไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร แต่กลับเก่งเรื่องการเอาใจคุณปู่เฉิงอย่างแนบเนียน
ดูเหมือนว่าหล่อนไม่ควรดูถูกเย่เสี่ยวจิ่น
ผู้จัดการรีบให้คนยกโต๊ะเขียนหนังสือมาอีกตัว วางหันหน้าเข้าหากัน
“พวกเธอทั้งสองคนเขียนบทความชุดเดียวกัน”
เขียนตัวอักษรแบบเดียวกัน จึงจะเปรียบเทียบกันได้
“พวกเราอย่ารบกวนเด็กสาวทั้งสองคนเขียนหนังสือเลย ไปนั่งตรงโน้นกันเถอะ รอให้พวกหล่อนเขียนเสร็จค่อยกลับมาดู”
ไม่ไกลออกไปมีที่นั่งและขนมจัดเตรียมไว้ คุณปู่เฉิงสั่งให้ทุกคนย้ายไปที่นั่น
ในไม่ช้าตรงนี้ก็เหลือเพียงเย่เสี่ยวจิ่นกับเฮ่อหมิงเยว่
เฮ่อหมิงเยว่ยืนอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ คลี่กระดาษเซวียนจื่อและลงมือฝนหมึก ท่าทางสง่างามจนบรรยายไม่ถูก
ผู้ชายหลายคนที่อยู่ตรงนี้ต่างมองจนตาค้าง
พ่อแม่ตระกูลเฮ่อมีสีหน้าภาคภูมิใจ
เย่เสี่ยวจิ่นเงยหน้ามองเฮ่อหมิงเยว่ที่กำลังจุ่มพู่กันลงในหมึก
คิดดูแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นก็นึกไม่ออกว่าตนเคยทำอะไรให้เฮ่อหมิงเยว่ไม่พอใจตั้งแต่เมื่อใด จึงโยนความคิดนี้ทิ้งไป
เธอไม่ได้เขียนหนังสือมานานจริง ๆ ทั้งการบดหมึกและจับพู่กันล้วนดูไม่คล่องแคล่ว
ในวันงานฉลองวันเกิด เมื่อไม่มีคนเก่งอย่างเฮ่อหมิงเยว่มาเป็นตัวเปรียบเทียบ คนอื่น ๆ จึงไม่ทันสังเกตเห็นท่าทางที่ไม่คล่องแคล่วของเย่เสี่ยวจิ่น แต่วันนี้เมื่อมีไข่มุกเม็ดงามอย่างเฮ่อหมิงเยว่อยู่ตรงหน้า พวกเขาก็มองเห็นได้ในทันที
“นี่เย่เสี่ยวจิ่นฝึกเขียนหนังสือมานานจริง ๆ หรือ? ทำไมท่าทางดูไม่คล่องแคล่วอย่างนี้?”
“ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน…”
ผู้เฒ่าเฉิงมองดูท่าทางของเย่เสี่ยวจิ่น พลางหรี่ตาลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เฮ่อหมิงเยว่เห็นท่าทางของเย่เสี่ยวจิ่นที่อยู่ตรงข้าม มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วเริ่มคัดลอกอย่างใจเย็น
เย่เสี่ยวจิ่นอ่านบทนำก่อนหนึ่งรอบ หลังจากจำเนื้อหาได้คร่าว ๆ แล้วจึงเริ่มคัดลอก
เมื่อเขียนไปเรื่อย ๆ การเคลื่อนไหวของเธอก็เป็นธรรมชาติมากขึ้น
เนื่องจากจำเนื้อหาส่วนใหญ่ได้แล้ว เธอจึงแทบไม่ต้องหันไปมอง และเขียนได้เร็วขึ้นมาก
ผู้เฒ่าเฉิงเดินไปมาระหว่างโต๊ะทั้งสองตัวอย่างไม่แสดงสีหน้า สายตากวาดมองทั้งสองคนสลับไปมา
เมื่อเห็นเย่เสี่ยวจิ่นกำลังเขียนส่วนสุดท้าย ก็รู้สึกประหลาดใจ
เย่เสี่ยวจิ่นเขียนได้เร็วขนาดนี้เลยหรือ?
เขารู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าเย่เสี่ยวจิ่นคงรีบเขียนลวก ๆ แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด ลายมือของเย่เสี่ยวจิ่นครั้งนี้กลับดีกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก
ตัวอักษรครั้งที่แล้วยังดูไม่คล่องอยู่บ้าง
แต่ครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความคมกริบน่าเกรงขาม
การตวัดพู่กันดูคล้ายกับมังกรและงูเลื้อย ลายพู่กันแข็งแรงเฉียบคม ตัวอักษรดูทรงพลังและแฝงไปด้วยชีวิตชีวา
เพียงปลายพู่กันเดียว ไหลลื่นดั่งเมฆและสายน้ำ ซ่อนความยิ่งใหญ่อลังการไว้อย่างเป็นธรรมชาติ
คุณปู่เฉิงรู้สึกตกตะลึงในใจอีกครั้ง
นี่เป็นลายมือที่เด็กสาวอายุสิบกว่าปีสามารถเขียนออกมาได้จริงหรือ?
แต่ความจริงก็คือ นี่เป็นลายมือที่เย่เสี่ยวจิ่นเขียนจริง ๆ
เขาถึงกับรู้สึกว่าตัวเองคงไม่มีอะไรจะสอนเย่เสี่ยวจิ่นได้อีกแล้ว
ผู้เฒ่าเฉิงกดความตกตะลึงเอาไว้ในใจ สายตาเลื่อนไปมองที่หน้าเฮ่อหมิงเยว่
แน่นอนว่าลายมือของเฮ่อหมิงเยว่ก็เขียนได้ดีมาก
แต่เมื่อเทียบกับลายมือของเย่เสี่ยวจิ่นแล้ว ลายมือของเฮ่อหมิงเยว่ดูธรรมดาไปเลย
หากแยกดูเดี่ยว ๆ ลายมือของหล่อนนับว่าดีมาก อยู่ในระดับยอดเยี่ยม แต่เมื่อเทียบกับลายมือของเย่เสี่ยวจิ่นแล้วก็ไม่อาจเทียบกันได้เลย
ทางด้านนี้ เย่เสี่ยวจิ่นวางพู่กันลงแล้ว
“คุณปู่เฉิง หนูเขียนเสร็จแล้วค่ะ”
เฮ่อหมิงเยว่ได้ยินเสียงก็ชะงักไปเล็กน้อย
น้ำหมึกที่ปลายพู่กันเกือบจะหยดลงบนกระดาษ
หล่อนรู้สึกสับสนไปชั่วขณะ แต่ก็กลับมาสงบสติได้อย่างรวดเร็ว
ผู้เฒ่าเฉิงชื่นชมลายมือของเย่เสี่ยวจิ่นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะโบกมือเรียกพ่อบ้าน แล้วกระซิบบอกอะไรบางอย่าง
พ่อบ้านมองเฮ่อหมิงเยว่หนึ่งที แล้วพยักหน้าก่อนจะเดินจากไปทางห้องหนังสือ
ผ่านไปอีกห้านาที เฮ่อหมิงเยว่ก็วางพู่กันลง
หล่อนยิ้มน้อย ๆ “คุณปู่เฉิง หนูก็เขียนเสร็จแล้วค่ะ”
หล่อนไม่มีความสนใจที่จะมองตัวอักษรที่เย่เสี่ยวจิ่นเขียนด้วยซ้ำ
ในสายตาของหล่อน เย่เสี่ยวจิ่นเป็นแค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง จะเขียนตัวอักษรได้ดีกว่าหล่อนได้อย่างไร
แค่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยเห็นลายมือที่หล่อนเขียน ถึงได้เข้าใจผิดเห็นตาปลาเป็นไข่มุก
แต่ตอนนี้หล่อนกลับมาแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เหนือฟ้ายังมีฟ้า คุณหนูเฮ่ออย่าเพิ่งทระนงตนไปค่ะ ผิดหวังขึ้นมาแล้วจะเจ็บหนัก
ไหหม่า(海馬)
………………..