ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 530 ไม่คู่ควรแม้แต่จะช่วยถือรองเท้าให้เธอ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 530 ไม่คู่ควรแม้แต่จะช่วยถือรองเท้าให้เธอ
บทที่ 530 ไม่คู่ควรแม้แต่จะช่วยถือรองเท้าให้เธอ
………………..
บทที่ 530 ไม่คู่ควรแม้แต่จะช่วยถือรองเท้าให้เธอ
เมืองซิงเฉิงเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน
นอกจากตระกูลเฉิงแล้วก็ยังมีตระกูลเก่าแก่ที่มีรากฐานลึกซึ้งอีกหลายตระกูล แต่เพราะตระกูลเฉิงมาจากเมืองหลวงและมีรากฐานที่แข็งแกร่งในเมืองหลวง จึงทำให้ผู้คนล้วนอยากเข้าไปผูกสัมพันธ์ด้วย
ณ คฤหาสน์เก่าแห่งหนึ่งทางตะวันตกของเมืองซิงเฉิง
เฮ่อหมิงเยว่นั่งรับประทานอาหารเช้าที่โต๊ะอาหาร หล่อนสวมชุดกระโปรงสั้น ใบหน้างดงาม ผมยาวสีดำสนิทดัดเป็นลอนคลื่นปล่อยสยายอยู่ด้านหลัง กำลังรับประทานอาหารเช้าอย่างสง่างาม
ฝั่งตรงข้ามหล่อนคือพ่อแม่ตระกูลเหอ
“หมิงเยว่ ท่านชายเฉิงได้ประกาศว่าจะรับเย่เสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์แล้ว งั้นความตั้งใจของลูกตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็สูญเปล่าน่ะสิ?
“ไม่รู้ว่าตาเฒ่าเฉิงนั่นมีสายตาแบบไหน ทิ้งเด็กดี ๆ อย่างหมิงเยว่ของเราไป ไปเก็บเด็กบ้านนอกคนนั้นมาแทน”
เฮ่อหมิงเยว่นั่งฟังเงียบ ๆ กลืนขนมปังคำสุดท้าย เช็ดปาก แล้วค่อย ๆ พูดว่า “พ่อแม่คะ ไม่ต้องกังวลนะคะ หนูเชื่อว่าแค่หนูเขียนตัวอักษรสักไม่กี่ตัวต่อหน้าคุณปู่เฉิง เขาต้องเปลี่ยนใจแน่นอน”
ตอนมัธยมปลาย พ่อแม่ส่งหล่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนนี้เรียนจบกลับมาแล้ว เฮ่อหมิงเยว่จึงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
เด็กผู้หญิงบ้านนอกคนหนึ่ง จะมาเทียบกับหล่อนได้อย่างไร
เฮ่อหมิงเยว่ไม่เคยเห็นเย่เสี่ยวจิ่นอยู่ในสายตาเลยสักนิด
เป้าหมายของหล่อนคือการได้เป็นศิษย์ของคุณปู่เฉิง แล้วค่อย ๆ แทรกตัวเข้าสู่แวดวงสังคมของเมืองหลวง
เมื่อเทียบกับเมืองหลวงแล้ว เมืองซิงเฉิงก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ
คำพูดของเฮ่อหมิงเยว่ทำให้พ่อแม่สกุลเฮ่อสบายใจขึ้น ทั้งสองมองหน้ากันแล้วพูดอย่างดีใจว่า “รู้อยู่แล้วเชียวว่าหมิงเยว่ของเราเก่งที่สุด”
เฮ่อหมิงเยว่ยิ้มน้อย ๆ ในดวงตามีประกายบางอย่างวาบขึ้น
วันเสาร์ ที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิง
งานเลี้ยงรับศิษย์ครั้งนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่างานวันเกิดของคุณปู่เฉิงครั้งก่อน คุณปู่เฉิงเชิญเฉพาะคนในแวดวงสังคมที่ต้องติดต่อกันบ่อย ๆ มาเท่านั้น
ต้องให้คนพวกนี้ได้จดจำหน้าตากันไว้
ประมาณสิบเอ็ดโมง แขกได้มาครบเกือบหมดแล้ว
คุณปู่เฉิงเปลี่ยนมาสวมเสื้อคลุมยาว ให้เย่เสี่ยวจิ่นพยุงไปที่ลานหลังบ้าน
เขากวาดตามองรอบหนึ่ง เมื่อเห็นร่างคนคนหนึ่งก็เอ่ยด้วยความประหลาดใจ “หมิงเยว่? กลับประเทศมาแล้วหรือ?”
เฮ่อหมิงเยว่ดูโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน
ก่อนหน้านี้ทุกคนยังคาดเดากันว่าหล่อนเป็นใคร พอคุณปู่เฉิงเอ่ยปากแบบนี้ ก็มีคนนึกออกอย่างรวดเร็ว
“เป็นเฮ่อหมิงเยว่ใช่ไหม? เฮ่อหมิงเยว่จากตระกูลเฮ่อคนนั้นน่ะ? หล่อนเป็นคนฉลาดหลักแหลมตั้งแต่เด็ก เชี่ยวชาญทั้งคัดลายมือ ไวโอลิน และเต้นรำ ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับคำชมจากท่านผู้เฒ่าเฉิงว่ามีพรสวรรค์ด้านคัดลายมือมากด้วย”
“หล่อนไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่มัธยมปลาย หลายปีมานี้ไม่ได้ยินข่าวคราวอะไรเลย ทำไมถึงกลับประเทศมาในเวลานี้ล่ะ?”
“ช่างบังเอิญจริง ๆ วันนี้ท่านผู้เฒ่าเฉิงจะรับศิษย์อย่างเป็นทางการ เฮ่อหมิงเยว่ก็มาปรากฏตัวที่บ้านตระกูลเฉิงพอดี… แต่ก่อนท่านผู้เฒ่าเฉิงชื่นชมเฮ่อหมิงเยว่มากเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าวันนี้เฮ่อหมิงเยว่มาเจอกับเย่เสี่ยวจิ่นแล้วใครจะเด่นกว่ากัน”
“ยังต้องถามด้วยเหรอ? ต้องเป็นเฮ่อหมิงเยว่แน่นอน! เฮ่อหมิงเยว่ได้รับการบ่มเพาะจากตระกูลเฮ่อด้วยเงินมหาศาลมาตั้งแต่เด็ก เย่เสี่ยวจิ่นที่เป็นแค่เด็กบ้านนอกจะไปสู้ได้ยังไง”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ลอยเข้าหูเฮ่อหมิงเยว่ แต่สีหน้าของหล่อนไม่มีความรู้สึกใด ๆ ทักทายผู้เฒ่าเฉิงอย่างสง่างาม
“คุณปู่เฉิง หนูเพิ่งมาถึงซิงเฉิงเมื่อวานนี้เอง ยังไม่ทันได้บอกคุณปู่เลยค่ะ”
ท่านผู้เฒ่าเฉิงชอบเฮ่อหมิงเยว่จริงๆ หล่อนไปเรียนต่างประเทศสามปี ตอนที่ไปอายุพอ ๆ กับเย่เสี่ยวจิ่น ตอนนี้กลับมาก็โตเป็นสาวแล้ว
เขาโบกมือเรียกเฮ่อหมิงเยว่ “หมิงเยว่ เข้ามาใกล้ ๆ ให้คุณปู่ดูให้ชัด ๆ หน่อย”
เฮ่อหมิงเยว่เดินเข้าไปอย่างว่าง่าย ท่วงท่าของหล่อนมีความสง่างามที่บรรยายไม่ถูก
ชายหนุ่มหลายคนรอบข้างต่างจ้องมองหล่อน
“ครั้งสุดท้ายที่หนูมาบ้านตระกูลเฉิงเพื่อบอกลาคุณปู่ ตัวยังเท่านี้…” ท่านผู้เฒ่าเฉิงทำท่าวัดความสูงอย่างดีใจ “ไม่นึกว่าตอนนี้จะโตขนาดนี้แล้ว”
“หลายปีมานี้ ไม่เห็นกลับมาเยี่ยมฉันเลย”
เฮ่อหมิงเยว่หัวเราะเบา ๆ พร้อมกับขอร้องว่า “หนูรู้ตัวแล้วค่ะคุณปู่เฉิง ต่อไปหนูจะไม่ออกไปไหนอีก จะมาพูดคุยกับคุณที่บ้านสกุลเฉิงบ่อยๆ”
คุณปู่เฉิงถึงได้ยิ้มอย่างพอใจ
เฮ่อหมิงเยว่ดูเหมือนเพิ่งสังเกตเห็นเย่เสี่ยวจิ่น
ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “อ้อ น้องสาวเสี่ยวจิ่นนี่เอง”
เฮ่อหมิงเยว่คนนี้ไม่ได้มีท่าทีเป็นศัตรูกับเธอ แต่เย่เสี่ยวจิ่นกลับมีลางสังหรณ์บางอย่าง
เฮ่อหมิงเยว่ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่
แต่ถึงหล่อนจะชอบหรือไม่ชอบตน เย่เสี่ยวจิ่นก็ไม่ได้สนใจ
เธอยิ้มทักทายอย่างสุภาพเช่นกัน “สวัสดีค่ะพี่หมิงเยว่”
แค่เรื่องไว้ไมตรีตามมารยาท เธอถนัดเรื่องนี้มาก
เฮ่อหมิงเยว่กวาดตามองรอบ ๆ “คุณปู่เฉิง พี่ซิงไห่อยู่ไหนคะ ทำไมหนูไม่เห็นเขาเลย”
“เขาอยู่ในห้อง ยังไม่ตื่น”
พูดถึงตรงนี้ คุณปู่เฉิงก็รู้สึกโมโห
ส่วนเย่เสี่ยวจิ่นที่อยู่ตรงนี้รู้สึกผิดอยู่บ้าง
ที่เฉิงซิงไห่ยังไม่ตื่น ก็เพราะเมื่อคืนเธอมีปัญหาที่ต้องขอคำปรึกษาจากเขาจนถึงเช้ามืด
เย่เสี่ยวจิ่นต้องฝืนตัวเองให้ตื่นขึ้นมา สำหรับเฉิงซิงไห่ที่รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ การที่ไม่ได้นอนจนถึงบ่ายจึงจะตื่นนั่นแหละถึงจะผิดปกติ
เย่เสี่ยวจิ่นลังเลว่าควรจะบอกความจริงกับคุณปู่เฉิงดีไหม
แต่ถ้าเธอพูดออกไปตอนนี้ ก็ดูเหมือนจะเป็นการอวดว่าเธอสนิทสนมกับเฉิงซิงไห่
คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกประหลาดใจ
ไม่ได้เจอกันหลายปี เฉิงซิงไห่ทำตัวเกินเลยขนาดนี้เลยหรือ
แต่หล่อนก็รีบกดความรู้สึกประหลาดใจนั้นลงไป พร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน
หยิบของขวัญที่เตรียมไว้ออกมา “หมิงเยว่รู้ว่าคุณปู่เฉิงชอบการเขียนพู่กันจีน ตอนที่อยู่ต่างประเทศบังเอิญเห็นผลงานต้นฉบับของศิลปินชื่อดัง คิดว่าคุณปู่ต้องชอบแน่ ๆ เลยซื้อมาค่ะ”
ผู้เฒ่าเฉิงดูยินดีเป็นอย่างมาก “นี่มัน…”
“เชิญท่านเปิดดูสิคะ” เฮ่อหมิงเยว่ตั้งใจสร้างความตื่นเต้น
ผู้เฒ่าเฉิงส่งไม้เท้าให้เย่เสี่ยวจิ่นถือไว้ แล้วเปิดม้วนภาพออกดู ดวงตาเบิกกว้างอย่างห้ามไม่อยู่
“นี่…นี่มันผลงานต้นฉบับของอาจารย์เหยียนเลยหรือนี่?!”
“ใช่ค่ะ”
มือที่ถือภาพของผู้เฒ่าเฉิงสั่นเทา ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ “หมิงเยว่ เธอช่างมีน้ำใจจริง ๆ… ซื้อมาคงไม่ถูกสินะ?”
“ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะซื้อมาได้ แต่ถ้าคุณปู่เฉิงชอบ การทุ่มเทของหมิงเยว่ก็ไม่สูญเปล่าค่ะ”
ในชั่วขณะนั้น สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่เฮ่อหมิงเยว่
เฮ่อหมิงเยว่ยิ้มอย่างสบาย ๆ ในใจรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
หล่อน เฮ่อหมิงเยว่ สมควรเป็นจุดสนใจของทุกคนอยู่แล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นได้เป็นศิษย์ของคุณปู่เฉิงแล้วอย่างไร ตอนนี้หล่อนกลับมาแล้ว
พวกเย่เสี่ยวจิ่นซูเสี่ยวจิ่นอะไรนั่นน่ะ แม้แต่จะมาถือรองเท้าให้หล่อนก็ยังไม่คู่ควร
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เจอคู่แข่งแล้วไงล่ะจิ่นเป่า จะรับคำท้าของอีกฝ่ายไหม
ชีวิตวัยเด็กของหมิงเยว่ถือว่าน่าสงสารอยู่นะที่ไม่ได้ทำกิจกรรมอย่างที่เด็กวัยนั้นควรจะทำ ถ้าเกิดต้องแพ้หรือผิดหวังกับอะไรขึ้นมาก็น่าจะพังหนักอยู่
ไหหม่า(海馬)
………………..