ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 528 ปลอดภัยไว้ก่อน
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 528 ปลอดภัยไว้ก่อน
บทที่ 528 ปลอดภัยไว้ก่อน
………………..
บทที่ 528 ปลอดภัยไว้ก่อน
“เสี่ยวเยว่อยู่ไหน! เสี่ยวเยว่เป็นยังไงบ้าง!”
เย่ฉางอันห้ามเย่จวินไว้ไม่อยู่ เขาวิ่งออกไปแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นไม่มีเวลาจะถามเฉิงซิงไห่ว่า “หมอสวี” เป็นใครมาจากไหน รีบเรียกเย่ฉางอันให้ช่วยดึงตัวเย่จวินไว้
“พี่ใหญ่ ไม่เป็นไรแล้ว เด็กคลอดออกมาแล้ว”
เย่จวินจับข้อมือของเย่เสี่ยวจิ่นอย่างร้อนรน จับแน่นจนเธอเจ็บ แต่เย่เสี่ยวจิ่นไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว
“เสี่ยวเยว่ล่ะ? เสี่ยวเยว่เป็นยังไงบ้าง? ฉันอยากรู้แค่ว่าเสี่ยวเยว่เป็นยังไง!”
เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ เสียงดังมาก
ประตูห้องคลอดถูกเปิดออกอีกครั้ง หมอหนุ่มท่าทางอายุน้อยพูดเสียงเรียบ ๆ ว่า “ที่นี่เป็นโรงพยาบาล อย่าส่งเสียงดัง”
“ทั้งคนท้องและเด็กปลอดภัยดี แม่ลูกสบายดีทั้งคู่”
น้ำตาไหลด้วยความดีใจ พึมพำว่า “ดีจัง ๆ เสี่ยวเยว่กับลูกปลอดภัย”
เย่จื้อผิงกับเย่ฉางอันสองคนช่วยกันพยุงเย่จวินขึ้นมา
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลิวเยว่และเด็กก็ถูกพยาบาลเข็นออกมา หลิวเยว่ยังคงหมดสติ มีเย่จวินเดินโซเซตามไปที่ห้องผู้ป่วย
ในระเบียงทางเดินเหลือเพียงเย่เสี่ยวจิ่นและเฉิงซิงไห่ รวมถึงแพทย์อีกไม่กี่คนที่เขาพามา
แพทย์อำเภอเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก มองแพทย์หนุ่มอย่างระมัดระวังแล้วพูดว่า “ถ้าทุกท่านไม่รังเกียจ ไปพักผ่อนที่ห้องทำงานของผมก่อนไหมครับ?”
สวีเหยียนชวนบีบขมับพลางพยักหน้า
ในห้องทำงาน แพทย์ประจำอำเภอรินชาให้ทุกคน
จากนั้นก็ยืนอยู่ด้านข้าง สายตาจับจ้องที่สวีเหยียนชวนตลอดเวลา
เย่เสี่ยวจิ่นมองไปที่สวีเหยียนชวน สบตากับเขาโดยตรง
สวีเหยียนชวนพินิจเย่เสี่ยวจิ่นอยู่สองสามวินาที ค่อยๆหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดมือ แล้วจึงถอดหน้ากากอนามัยทิ้งลงถังขยะข้าง ๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่มีโครงหน้าคมชัด
เย่เสี่ยวจิ่นตะลึงกับใบหน้าของคนผู้นี้จนเหม่อไปชั่วขณะ เพื่อนของเฉิงซิงไห่ ทำไมแต่ละคนถึงได้หน้าตาดีขนาดนี้
มันเร็วเกินไปหรือเปล่านะที่เธอรีบตัดสินใจเลือกโจวเหวินรุ่ยเป็นว่าที่สามีตั้งแต่เด็ก ?
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกขำในใจ แต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า
“เด็กคนนี้คือเย่เสี่ยวจิ่นที่นายพูดถึงใช่ไหม? ศิษย์คนใหม่ที่ท่านเฉิงรับมา?”
สวีเหยียนชวนเอ่ยปาก
เฉิงซิงไห่ส่งเสียงรับในลำคอ
“เด็กคนนี้ผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้ จะจับพู่กันไหวจริง ๆ เหรอ” สวีเหยียนชวนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
เฉิงซิงไห่หัวเราะพรืด สายตามองไปที่เย่เสี่ยวจิ่น “ถ้างั้นลองงัดข้อกับหล่อนดูไหมล่ะ?”
สวีเหยียนชวนสนใจจริง ๆ
หมอประจำอำเภอมีไหวพริบดี รีบจัดเก็บโต๊ะด้านข้างให้ว่าง ส่วนสวีเหยียนชวนผายปากพยักเพยิดเป็นเชิงเรียกเย่เสี่ยวจิ่นให้มานั่ง
สวีเหยียนชวนมองเธอด้วยรอยยิ้ม “เด็กน้อย ฉันไม่ได้จะเห็นใจที่เธออายุน้อยแล้วยอมให้นะ”
“คุณไม่ต้องยอมให้ฉันหรอก”
พูดจบ เย่เสี่ยวจิ่นก็ออกแรงที่มือทันที
“ปัง!” เสียงมือของสวีเหยียนชวนฟาดลงบนโต๊ะ
เขาก้มหน้ามองด้วยความงุนงง “ฉันยังไม่ทันบอกเริ่มเลยนะเด็กน้อย นี่เธอโกงนะ”
“เริ่มใหม่กันอีกครั้ง”
ในครั้งที่สอง หลังจากที่สวีเหยียนชวนบอกให้เริ่ม เย่เสี่ยวจิ่นจึงเริ่มออกแรง
ข้อมือของเธอมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของสวีเหยียนชวนเท่านั้น
ดูเหมือนผู้ใหญ่กำลังรังแกเด็ก
สวีเหยียนชวนออกแรงไปในทิศทางตรงข้าม แต่มือของทั้งสองคนกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ชั่วขณะหนึ่งเขาแทบจะคิดว่าตัวเองผ่อนแรงให้
ในทางกลับกัน เขากลับรู้สึกว่าใช้แรงจนสุดความสามารถแล้ว
สีหน้าของสวีเหยียนชวนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นตกใจกลัว
“เธอ…”
เย่เสี่ยวจิ่นบิดข้อมือของเขาไปอีกด้านอย่างง่ายดาย พูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “รอบนี้ฉันไม่ได้โกงนะ”
สวีเหยียนชวนและแพทย์คนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าตกตะลึง โดยเฉพาะสวีเหยียนชวนที่งงงวยจนสงสัยในชีวิต
เมื่อครู่นี้ต้องเป็นภาพลวงตาแน่ ๆ เขาจะแพ้การงัดข้อกับเด็กสาวคนหนึ่งได้อย่างไร
มันไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์! มันช่างไร้เหตุผลเหลือเกิน!
หมอประจำอำเภอเช็ดเหงื่อที่หน้าผากพลางมองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
สาวน้อยคนนี้คงไม่รู้แน่ว่าชายตรงหน้าเป็นใคร ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าทำอะไรตามใจแบบนี้
เฉิงซิงไห่หัวเราะจนทนไม่ไหว เอนหลังพิงโซฟาหัวเราะจนปวดท้อง “สวีเหยียนชวน เจ็บหน้าไหม?”
เขาเป็นคนที่รู้จักยืดหยุ่น “เด็กน้อย ฉันขอโทษที่เข้าใจเธอผิดไป ไม่แปลกใจเลยที่ท่านเฒ่าเฉิงถูกใจเธอ แค่กำลังแบบนี้มาฝึกคัดอักษรอย่างเดียวมันเสียของ ไปลองประลองกับเจียงซวี่สักตั้งดีกว่า”
“หืม? พูดถึงเรื่องนี้ มันก็เป็นความคิดที่ดีนะ” ดวงตาของเฉิงซิงไห่เป็นประกาย คิดอะไรขึ้นมาอีกแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกว่าตัวเองถูกพวกเขาใช้เป็นเครื่องมือ
ต้องการให้ไปไหนก็ต้องไปที่นั่น
เธอแต่ก่อนเป็นแค่ชาวนาตัวเล็ก ๆ ที่ทำไร่ทำนาอย่างขยันขันแข็งเท่านั้นนะ!
หมอประจำอำเภอแทบจะทำกรามค้าง
ตามที่เล่าลือกันมา หมอสวีเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึก ไม่เคยพูดอะไรเกินจำเป็น… แล้วหมอสวีที่เขาเห็นตอนนี้เป็นหมอสวีคนเดิมจริง ๆ หรือ?
เขาถึงกับสงสัยว่าสายตาของตัวเองมีปัญหาไปแล้ว
เฉิงซิงไห่หาวหวอดใหญ่ “เอาล่ะ ดึกมากแล้ว พวกเราต้องรีบกลับกันแล้ว”
“สวีเหยียนชวน เรื่องพี่สะใภ้ของเสี่ยวจิ่นเอ๋อร์มีอะไรที่ต้องระวังบ้าง คุณช่วยสั่งหมอที่นี่หน่อย…” พูดยังไม่ทันจบ เขาขมวดคิ้วแล้วเปลี่ยนคำพูด “ช่างเถอะ คุณไม่ต้องกลับก่อน รอจนกว่าพี่สะใภ้ของเสี่ยวจิ่นเอ๋อร์จะตื่นแล้วค่อยกลับ”
เย่เสี่ยวจิ่นถามด้วยรอยยิ้ม “คุณหมอสวีมีเวลาอยู่ที่นี่ไหมคะ?”
สวีเหยียนชวนจะมีเวลาที่ไหนกัน
ที่เมืองซิงเฉิงยังมีเรื่องมากมายรอให้เขาจัดการ แต่…
เขาขบฟันกราม ยิ้มพลางพยักหน้า “มีสิ แน่นอนว่าผมมีเวลา”
หมอประจำอำเภอตาเป็นประกาย รีบพูดทันที “คุณหมอสวีจะอยู่ที่นี่ชั่วคราวใช่ไหมครับ? ผมจะไปจัดการเรื่องที่พักให้ทันที”
“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นเรียกหมอไว้ “คุณหมอสวี บ้านฉันอยู่แถวนี้เอง ถ้าคุณไม่รังเกียจก็พักที่บ้านฉันนะคะ”
พักที่โรงแรมคงไม่สบายเท่าที่บ้าน
คฤหาสน์ตระกูลเย่กว้างขวางพอ และดูท่าสวีเหยียนชวนก็มาจากตระกูลดี คงไม่อยากไปพักที่โรงแรมที่สภาพไม่ค่อยดีแน่
ในห้องผู้ป่วย
หลิวเยว่ยังคงหลับไหลอยู่
เย่จวินนั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ จับมือหลิวเยว่ไว้ แม้แต่ลูกก็ยังไม่มีอารมณ์จะไปดู
หลี่ชุ่ยชุ่ยยืนอยู่ข้าง ๆ อยากจะเกลี้ยกล่อมให้เย่จวินพักสักหน่อย แต่ก็ลังเลที่จะเดินเข้าไป
เย่จวินเอ่ยปากขึ้นมาก่อน เสียงทั้งแหบทั้งเหนื่อย “พ่อแม่ กลับบ้านไปพักก่อนเถอะ เด็กมีพยาบาลดูแลอยู่ ส่วนเสี่ยวเยว่มีผมอยู่ตรงนี้แล้ว”
“ถ้าพวกคุณอยู่ที่นี่ ผมก็ต้องเป็นห่วงพวกคุณด้วย”
หลี่ชุ่ยชุ่ยตั้งใจจะบอกว่าไม่กลับ แต่ก็กลืนคำพูดกลับลงไป
“จื้อผิง” หล่อนดึงแขนเสื้อเย่จื้อผิง “พวกเรากลับกันก่อนเถอะ จะได้ต้มไก่ให้เจ้าใหญ่บำรุงร่างกายหน่อย”
หลิวเยว่เพิ่งผ่าตัดเสร็จ ตอนนี้ยังกินอะไรไม่ได้
ส่วนเย่จวินทั้งวันนี้คงไม่ได้กินอะไรเลยแน่ ๆ
พอออกมาที่หน้าโรงพยาบาล หลี่ชุ่ยชุ่ยถอนหายใจ “เสี่ยวเยว่ช่างน่าสงสาร เรื่องร้ายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังว่าต่อไปพวกเขาทั้งสองคนจะราบรื่น ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก”
หลี่ชุ่ยชุ่ยรู้สึกโล่งใจมากกว่าอย่างอื่น
ตอนนี้ครอบครัวพวกเขามีเงินเหลือเก็บ ไม่อย่างนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อน หลิวเยว่อาจจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นี่แล้ว
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
จิ่นเป่าอย่าเพิ่งหวั่นไหวสิ เดี๋ยวรุ่ยเป่าเสียใจแย่นะ
ขอให้หลิวเยว่ฟื้นขึ้นมาอย่างปลอดภัยนะคะ
ไหหม่า(海馬)
………………..