ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 525 ปกป้องหล่อน ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 525 ปกป้องหล่อน ....................
บทที่ 525 ปกป้องหล่อน
………………..
บทที่ 525 ปกป้องหล่อน
หวังเฉิงและสหายพี่น้องของเขาต่างหัวเราะชอบใจ
“ผู้หญิงไม่แต่งงานแล้วจะอยู่บ้านเป็นสาวทึนทึกหรือไง?” หวังเฉิงตัวไม่สูงนัก สูงกว่าเย่จู๋แค่ครึ่งศีรษะ ใบหน้าเป็นเหลี่ยมสัน ดวงตาเป็นประกายชวนให้คนมองรู้สึกอึดอัด
เย่จู๋ถอยหลังด้วยความรังเกียจสองก้าว
หล่อนไม่มีอะไรจะคุยกับคนพวกนี้จริง ๆ จึงปิดปากเงียบไม่พูดอะไร
หวังเฉิงเห็นเย่จู๋เงียบไป คิดว่าหล่อนยอมรับคำพูดของเขาแล้ว จึงยิ้มอย่างภาคภูมิใจและเดินเข้าไปหาหล่อน
เขายื่นมือจะคว้ามือเธอ
“แบบนี้สิถูก เธอเป็นผู้หญิงจะดื้อไปทำไม คนอย่างฉันที่ยอมคบกับเธอนี่ถือว่าเธอได้เลื่อนขั้นแล้วนะ…”
พูดยังไม่ทันจบ คำพูดที่เหลือกลับกลายเป็นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
เย่จู๋ม่านตาหดเล็กลง มองชายร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านหลังหวังเฉิงด้วยความประหลาดใจ
เขา… เขามาได้อย่างไร?!
เฉิงซิงไห่ปกติดูเหมือนคนขี้เกียจดูไร้พิษภัย แต่เมื่อโกรธขึ้นมา อุณหภูมิรอบข้างก็ลดลงอย่างฉับพลัน ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมา
แม้จะเป็นวันที่อากาศร้อนจัด แต่เย่เสี่ยวจิ่นที่ยืนอยู่ด้านหลังเขายังอดไม่ได้ที่จะลูบขนแขนที่ลุกซู่ของตัวเอง
นิ้วเรียวยาวของเฉิงซิงไห่จับแขนของหวังเฉิงไว้แน่น เพียงแค่ออกแรงเล็กน้อย หวังเฉิงก็ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดราวกับหมูถูกเชือด
“อ๊ากก…หยุดเถอะ! หยุดเถอะ!”
นักเรียนคนอื่น ๆ ต่างตกใจ ถอยหลังพร้อมกันหลายก้าว แต่ก็รู้สึกว่าการทิ้งหวังเฉิงไว้แบบนี้แล้วเดินจากไปคงไม่ถูกต้องนัก จึงพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ห-หยุดเถอะ! ถ้านายไม่ปล่อยหวังเฉิง พวกเราจะไปตามอาจารย์มานะ!”
เฉิงซิงไห่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดียวกับตัวตนของเขา ดวงตาฉายแววเยือกเย็น “งั้นก็ไปสิ ดีเลย จะได้ให้อาจารย์ของพวกนายมาดูว่าพวกนายรังแกเพื่อนผู้หญิงกันยังไง”
ก่อนขึ้นบันได เฉิงซิงไห่ยังรู้สึกดีใจที่จะได้เจอสาวน้อยขี้อายคนนั้น
แต่ไม่คิดว่าพอมาถึงหน้าห้องเรียน ก็ได้ยินเสียงหยิ่งผยองของหวังเฉิง
ถ้าไม่ใช่… ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวจะทำให้เย่จู๋ตกใจ ตอนนี้เขาคงหักแขนของหวังเฉิงไปแล้ว!
หวังเฉิงเจ็บจนหน้าเบี้ยว รู้สึกเหมือนกระดูกข้อมือที่ถูกชายหนุ่มจับไว้กำลังจะแหลกละเอียด
เจ็บจนสมองไม่อาจคิดอะไรได้
เขาหอบหายใจพลางขอร้อง “ขอโทษ! ขอโทษ! ผมจะไม่ไปรบกวนเย่จู๋อีกแล้ว ปล่อยผมเถอะ ถ้าบีบต่อไปมือผมจะหักแล้ว!”
เฉิงซิงไห่จึงปล่อยมือออก
สายตาของเขายังคงเย็นชาจนสามารถแช่แข็งคนตายได้ พร้อมเตือนว่า “ถ้าคราวหน้าฉันรู้ว่า…”
หวังเฉิงเหงื่อไหลโซมกาย รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่กล้าแล้ว ๆ ต่อไปผมจะอยู่ห่างจากเย่จู๋สองเมตร!”
“ไปให้พ้น”
นักเรียนคนอื่น ๆ รีบลากหวังเฉิงออกไปทางประตูหลังอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ
“เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?” เฉิงซิงไห่ลดความเย็นชาลง พยายามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เย่จู๋ไม่กล้าสบตาเขา ก้มหน้าลงพยักหน้า
หล่อนเดินอ้อมเฉิงซิงไห่ไปหาเย่เสี่ยวจิ่นที่อยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางดีใจ “จิ่นเป่า ทำไมเธอถึงมาด้วยล่ะ!”
“โรงเรียนฉันปิดเทอมแล้ว ฉันเลยกลับมาเยี่ยมบ้าน”
“โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งจะปิดเทอมอาทิตย์หน้า” เย่จู๋พูดอย่างผิดหวัง “ฉันมีคำถามมากมายเลยที่อยากถามเธอ”
ปัญหาที่เย่จู๋พูดถึงล้วนเป็นเรื่องการเรียน
“พี่เขียนทุกอย่างใส่จดหมายสิ แล้วฉันจะเขียนจดหมายตอบพี่”
เย่จู๋ดีใจ พยักหน้าอย่างมีความสุข “ได้!”
“ไปกันเถอะ พวกเราไปกินข้าวกลางวันข้างนอกกัน”
“ไปข้างนอกเหรอ?” เย่จู๋มองไปทางเฉิงซิงไห่อย่างลังเล นั่นก็หมายความว่าต้องไปกับเฉิงซิงไห่ด้วย…
หล่อนลังเลอยู่หลายวินาที สุดท้ายก็พยักหน้า
ในเมื่อเฉิงซิงไห่อยู่ที่นี่แล้ว หล่อนก็จะทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนก็แล้วกัน จิ่นเป่านาน ๆ จะกลับมาสักที หล่อนมีเรื่องมากมายที่อยากคุยกับเธอ
ราคาไม่แพงและรสชาติก็อร่อย
เธอขอให้เจ้าของร้านจัดห้องส่วนตัวให้เป็นพิเศษ
หลังจากคุยกับเย่จู๋สักพักและเห็นเฉิงซิงไห่ทำหน้าร้อนใจขยิบตาให้ เธอจึงหาข้ออ้างออกจากห้อง
“ฉันขอไปห้องน้ำก่อน พวกคุณคุยกันไปก่อนนะ”
เย่เสี่ยวจิ่นลุกขึ้น เย่จู๋ก็ลุกขึ้นตาม อยากจะไปด้วยกัน
“ฉันก็จะไป…”
“ข้างนอกมีห้องน้ำแค่ห้องเดียว รอฉันเข้าเสร็จก่อนแล้วค่อยไป”
ตอนนี้เธอมองออกแล้วว่าเย่จู๋ดูเหมือนจะไม่ได้รู้สึกเฉย ๆ กับเฉิงซิงไห่เลย
คงจะมีอะไรบางอย่างที่กังวล ถึงได้ไม่อยากมีความสัมพันธ์กับเฉิงซิงไห่
แต่การปล่อยเรื่องนี้ทิ้งไว้ก็ไม่ดี เฉิงซิงไห่เป็นคนที่ถ้าอยากได้อะไรแล้วต้องหาทุกวิถีทางให้ได้มา เย่จู๋หลบเลี่ยงเขาได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น
พอเย่เสี่ยวจิ่นเดินออกไป เย่จู๋ก็ก้มหน้าลง มือวางอยู่ที่หน้าท้องน้อย บิดไปมาด้วยความประหม่า
ในห้องรับรองเหลือแค่หล่อนกับเฉิงซิงไห่สองคน
หล่อนแทบไม่กล้าหายใจเสียงดัง
เฉิงซิงไห่เป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดที่หล่อนเคยเห็นมา แค่เห็นหน้าเขา หัวใจของหล่อนก็เต้นรัวไม่อาจควบคุมได้
เย่จู๋เข้าใจดีว่าหล่อนมีใจให้เฉิงซิงไห่ แต่แล้วอย่างไรล่ะ?
เฉิงซิงไห่เป็นคนระดับไหน แล้วหล่อนล่ะเป็นใคร… เฉิงซิงไห่เป็นถึงโอรสสวรรค์ หล่อนจะคู่ควรกับเขาได้อย่างไร
หล่อนคิดว่าแม้แต่เย่เสี่ยวจิ่นก็ยังไม่น่าจะคู่ควรกับเฉิงซิงไห่ ไม่ต้องพูดถึงหล่อนเลย
เฉิงซิงไห่ลุกขึ้นยืน ดึงเก้าอี้ข้างตัวเย่จู๋ออก
เขาสังเกตเห็นร่างของเย่จู๋แข็งทื่อขึ้นมาทันที
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วนั่งลงข้าง ๆ เย่จู๋
ดวงตาของเขาสวยมาก ราวกับมีดวงดาวอยู่ในนั้น
เย่จู๋อึ้งไปหลายวินาที ใบหน้าแดงก่ำ
“ฉัน… ฉัน…”
เห็นเย่จู๋ประหม่ามาก เฉิงซิงไห่จึงขยับเก้าอี้ออกห่างไปนิด
เขาเอ่ยด้วยความอดทน “ค่อย ๆ พูด ไม่ต้องรีบ”
เย่จู๋ที่เคยประหม่าสบสายตาเข้ากับสีหน้าอ่อนโยนของเฉิงซิงไห่ ความประหม่าก็หายไปในทันที
หล่อนกะพริบตาแล้วค่อย ๆ พูดว่า “คุณเฉิง ฉันชอบคุณมาก”
เฉิงซิงไห่ถึงกับอึ้งไป
เขาคิดว่าเย่จู๋น่าจะพยายามแก้ตัว แต่ไม่คิดว่าคำพูดแรกของหล่อนจะทำให้เขาตกตะลึง
ในใจของเขาพลันเต็มไปด้วยความยินดี แต่ก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง ถ้ารู้ว่าเย่จู๋จะตรงไปตรงมาขนาดนี้ เขาน่าจะเป็นฝ่ายบอกความรู้สึกก่อน
“ฉันชอบคุณเฉิงมาก แต่ว่าคุณเฉิง ฉันกับคุณไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน”
“สภาพแวดล้อมที่คุณอยู่กับที่ฉันอยู่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ครอบครัวของฉัน… สรุปคือ ฉันจะเก็บความรู้สึกชอบที่มีต่อคุณเฉิงเอาไว้ แล้วรอให้มันค่อย ๆ จางหายไปเองนะคะ”
“ที่ฉันพูดแบบนี้อาจจะไม่เหมาะสม หวังว่าคุณเฉิงจะให้อภัย”
เฉิงซิงไห่หรี่ตามองเย่จู๋
“เธอไม่อยากรู้หรือว่าฉันชอบเธอหรือเปล่า?”
เย่จู๋ทำท่าเหมือนกระต่ายตื่นตกใจ มองเฉิงซิงไห่เหม่อลอย ผ่านไปครู่ใหญ่จึงพูดอย่างลังเล “มันไม่สำคัญหรอก…”
“มันสำคัญมาก”
“ถ้าฉันชอบเธอ เรื่องที่ว่าไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน หรือความแตกต่างของครอบครัว มันไม่ใช่ปัญหาเลย”
เย่จู๋ส่ายหน้าเบา ๆ สายตาของหล่อนดูมุ่งมั่น “แต่ฉันใส่ใจเรื่องพวกนี้มาก”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
คุณชายเฉิงจะทลายกำแพงฐานันดรนี้ได้หรือเปล่านะ หรือจะต้องปล่อยมือคนที่ชอบให้มีชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุข?
ไหหม่า(海馬)
………………..