ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 524 เย่จู๋ถูกรบกวน ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 524 เย่จู๋ถูกรบกวน ....................
บทที่ 524 เย่จู๋ถูกรบกวน
………………..
บทที่ 524 เย่จู๋ถูกรบกวน
เย่เสี่ยวจิ่นกลืนน่องไก่ในปากลงไป พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ค่ะ ฉันจะรับคุณปู่เฉิงเป็นอาจารย์”
การมาที่ตระกูลเย่ครั้งนี้ เป็นการมาขอความเห็นจากพ่อแม่ของเย่เสี่ยวจิ่นก่อน
พิธีรับศิษย์ที่นี่จะทำหนึ่งครั้ง และเมื่อไปถึงเมืองซิงเฉิง คุณปู่เฉิงจะจัดพิธีรับศิษย์อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่
เพื่อแนะนำเย่เสี่ยวจิ่นให้กับคนในแวดวงสังคมของตน
นั่นหมายความว่าเย่เสี่ยวจิ่นจะได้ก้าวเข้าสู่แวดวงสังคมของพวกเขาอย่างเป็นทางการ
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เท่าใด
ในคืนงานเลี้ยงวันเกิด คุณปู่เฉิงพาเธอไปดูภาพวาดและตัวอักษรมากมายในห้องหนังสือ
เย่เสี่ยวจิ่นชอบการเขียนอักษรอยู่แล้ว และคุณปู่เฉิงก็มีความสามารถจริง เธอจึงตอบตกลง
วันรุ่งขึ้น เย่เสี่ยวจิ่นได้ทำพิธีมอบตนเป็นศิษย์กับคุณปู่เฉิงที่บ้านตระกูลเย่
คุณปู่เฉิงไม่อยากรับไว้
แต่ใครจะคิดว่าเฉิงซิงไห่จะคว้าถุงใส่แกะยัดเข้าไปในรถ ปิดฝากระโปรงท้ายอย่างรวดเร็ว แล้วเร่งว่า “คุณปู่ครับ รีบกลับเถอะครับ”
คุณปู่เฉิงมองด้วยความงุนงง มองเขาหลายครั้งแต่ไม่พูดอะไร
“เสี่ยวจิ่น พี่ไปก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่ที่เมืองซิงเฉิง”
ก่อนขึ้นรถ คุณปู่เฉิงเอาไม้เท้าฟาดขาเฉิงซิงไห่ “ไอ้เด็กบ้า รีบกลับบ้านด้วย”
“ครับ ๆ” เฉิงซิงไห่ตอบอย่างใจลอย
หลังมองส่งรถของคุณปู่เฉิงจนลับตาไป เย่เสี่ยวจิ่นค่อย ๆ เดินเข้าไปในลานบ้าน
เฉิงซิงไห่เดินตามหลังเธอมา ท่าทางประจบประแจง
“เสี่ยวจิ่นเอ๋อร์ วันนี้อากาศดีมากเลยนะ เราไปดูพี่สาวเธอที่โรงเรียนกันไหม”
“ฉันไม่ได้มีความคิดอื่นนะ แค่คิดว่าอาหารที่โรงเรียนคงไม่อร่อย พวกเรา…เอ่อไม่สิ เธอจะได้พาหล่อนออกไปกินอะไรอร่อย ๆ”
เย่เสี่ยวจิ่นชำเลืองมองเฉิงซิงไห่แล้วยิ้มให้
“แต่ฉันต้องไปทำงานที่ฟาร์มก่อน คงต้องทำจนถึงบ่ายถึงจะเสร็จ”
เฉิงซิงไห่รีบพูด “ฉันช่วยเธอเอง สองคนทำงานจะได้เร็ว เราจะทำให้เสร็จก่อนเที่ยงแล้วรีบกลับมา”
เย่เสี่ยวจิ่นคิดว่าเฉิงซิงไห่แค่พูดเล่น ไม่คิดว่าเขาจะตามไปที่ฟาร์มจริง ๆ
เธอจึงมอบงานง่าย ๆ ให้เขาทำ นั่นคือการหว่านปุ๋ย
คุณชายเฉิงที่มีชีวิตมายี่สิบกว่าปีไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน
แค่หว่านปุ๋ยซึ่งเป็นงานง่าย ๆ ยังทำออกมายับเยิน
เมื่อเย่เสี่ยวจิ่นออกมาจากฟาร์ม ก็เห็นความยุ่งเหยิงใต้ต้นผลไม้
ปุ๋ยถูกหว่านเป็นกอง ๆ
เย่เสี่ยวจิ่น: “……”
เธอไม่ควรให้เฉิงซิงไห่ทำงานเลย
เฉิงซิงไห่มีใบไม้ติดอยู่บนผม มือถือถุงปุ๋ย มองหน้าเย่เสี่ยวจิ่นพลางยิ้ม “เสี่ยวจิ่นเอ๋อร์ รอฉันอีกสักครู่นะ ฉันจะหว่านเสร็จแล้ว!”
แค่รู้สึกว่า ท่าทางแบบนี้ของเฉิงซิงไห่ดูน่าสนใจดี
เธอมองเขาทำลายต้นไม้ที่เหลืออีกไม่กี่ต้นจนเสร็จ คิดในใจว่าเดี๋ยวค่อยให้เย่จื้อผิงมาทำใหม่ก็แล้วกัน
เฉิงซิงไห่วิ่งมาขอคำชมเชย ดวงตาเป็นประกาย “เป็นไงเสี่ยวจิ่นเอ๋อร์ ฉันทำงานนี้ได้ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ?”
เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้าอย่างฝืนใจ “ใช่ ๆ ถูกต้อง”
“งั้นพวกเราไปโรงเรียนได้แล้วใช่ไหม?”
เย่เสี่ยวจิ่นไม่อยากปฏิเสธเขาอีก “ได้ ไปกันเถอะ”
เย่จู๋เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายในอำเภอ
เย่เสี่ยวจิ่นคุ้นเคยกับโรงเรียนมัธยมต้นเชียนอินหมายเลขหนึ่งเป็นอย่างดี เธอจึงเดินไปถึงประตูโรงเรียนอย่างคล่องแคล่ว
เฉิงซิงไห่มองประตูโรงเรียนที่ทรุดโทรมแล้วขมวดคิ้ว “ฉันนึกว่าโรงเรียนมัธยมปลายหมายเลขเจ็ดทรุดโทรมมากแล้ว ไม่คิดว่าจะมีโรงเรียนที่ทรุดโทรมกว่านั้นอีก”
“โรงเรียนในที่ห่างไกลก็เป็นแบบนี้แหละ”
เย่เสี่ยวจิ่นแสกนใบหน้าแล้วเข้าไปในโรงเรียน
เธอพาเฉิงซิงไห่ไปที่ใต้ตึกเรียน มองนาฬิกาข้อมือ “พวกเรารอตรงนี้กันเถอะ ใกล้จะถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว”
ทั้งสองนั่งอยู่บนม้านั่งหินใต้ตึกได้ไม่กี่นาที กระดิ่งเลิกเรียนก็ดังขึ้น
นักเรียนทั้งหลายวิ่งไปที่โรงอาหาร นักเรียนหญิงหลายคนเมื่อเห็นเฉิงซิงไห่ต่างก็หยุดชะงักโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าแดงก่ำขณะจ้องมองเขา
เย่เสี่ยวจิ่นแค่นเสียงฮึในลำคอ
เฉิงซิงไห่กลายเป็นเป้าสายตาแม้ในขณะที่นั่ง เขาพูดอย่างจนใจว่า “ช่วยไม่ได้ ฉันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก”
คนคนนี้หลงตัวเองจนไม่มียารักษาแล้ว
เธอจ้องมองฝูงชน กลัวว่าจะมองพลาด
แต่จนกระทั่งนักเรียนที่เดินลงบันไดเหลือเพียงสองสามคน ก็ยังไม่เห็นเงาของเย่จู๋
เย่เสี่ยวจิ่นขมวดคิ้ว ลุกขึ้นยืน “เฉิงซิงไห่ พวกเราขึ้นไปดูกันเถอะ”
เฉิงซิงไห่ที่กระตือรือร้นจะเจอหล่อนรีบลุกขึ้นยืนทันที “อยู่ชั้นไหน?”
ขณะนั้น ในห้องเรียนชั้นสาม
เย่จู๋ถือชามอยู่ในมือ ถูกนักเรียนชายหลายคนขวางอยู่ที่ประตูห้องเรียน
“เย่จู๋ บอกมาสิว่าทำไมเธอถึงไม่รู้จักบุญคุณคนขนาดนี้?”
“การที่พี่เฉิงสนใจเธอถือว่าเป็นวาสนาของเธอแล้วนะ”
“พวกเรารู้นะว่าขนาดพ่อแม่แท้ ๆ ของเธอยังไม่ต้องการเธอเลย จนเธอต้องไปอาศัยอยู่บ้านอาน่ะ”
“พี่เฉิงของพวกเรามีร้านค้าสามร้านในอำเภอ พี่เฉิงไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือ พอเรียนจบก็กลับไปสืบทอดกิจการร้านค้าของพ่อแม่ได้เลย”
“ถ้าเธอคบกับพี่เฉิง พอเรียนจบก็ไปช่วยดูแลร้านค้าด้วยกัน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเงินใช้”
“พี่เฉิงของพวกเรามีฐานะดีขนาดนี้ ครอบครัวแบบเธอคงหาใครดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
เย่จู๋มองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา มือบีบชามแน่น
เย่จู๋ถูกเขาตามรบกวนมานานแล้ว
หล่อนเจอเหตุการณ์แบบวันนี้มาหลายครั้งแล้ว
ตอนแรกหล่อนยังตอบโต้ แต่คนพวกนี้ทำเหมือนฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง
จนถึงตอนนี้ หล่อนจึงได้แต่ยืนเงียบอยู่กับที่และปล่อยให้พวกเขาพูด รอจนพวกเขาเหนื่อยก็จะเดินจากไปเอง
เย่จู๋ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย
ถ้าเรื่องบานปลายจนอาจารย์รู้เข้า พวกเขาต้องเรียกผู้ปกครองแน่ หล่อนอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเย่ก็สร้างความยุ่งยากให้ครอบครัวของเย่เสี่ยวจิ่นมาไม่น้อยแล้ว หล่อนไม่อยากสร้างปัญหาอีก
เย่จู๋ก้มหน้าลง อดทนกับความอึดอัด
หวังเฉิงพิงกรอบประตู จ้องมองเย่จู๋ไม่วางตา
“เสี่ยวจู๋ ทำไมเธอถึงดื้อแบบนี้ล่ะ ปกติฉันก็ดีกับเธอไม่ใช่หรือ ของดี ๆ ก็ให้เธอหมด…”
เย่จู๋เงยหน้าขึ้นทันที “ฉันไม่เคยรับของของนายสักชิ้น!”
“เสี่ยวจู๋ เป็นคนไม่ควรทำแบบนี้นะ”
“เธอรับของฉันไปแล้ว นั่นก็เท่ากับยอมรับที่จะเป็นแฟนฉันไม่ใช่หรือ?”
“ฉันสัญญาว่าพอเราเรียนจบมัธยมปลาย ฉันจะไปสู่ขอเธอที่บ้าน แล้วเราก็จะได้แต่งงานกันทันที”
“ฐานะทางบ้านฉันเพียงพอที่จะทำให้เราสองคนใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสุขสบาย ผู้หญิงเรียนหนังสือก็เพื่อแต่งเข้าบ้านที่ดีไม่ใช่หรือ?”
น้ำเสียงของหวังเฉิงแฝงแววดูถูกเล็กน้อย
เย่จู๋กำหมัดแน่น ทนไม่ไหวอีกต่อไป กลั้นความโกรธพลางพูดว่า “ฉันเรียนหนังสือไม่ใช่เพื่อแต่งงาน!”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ทำตัวเป็นแมลงหวี่แมลงวันไปได้ ผู้หญิงเขาบอกว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไม่มีความหมายอื่นทั้งนั้น ทำไมผู้ชายพวกนี้ถึงไม่จำใส่กระโหลกบ้างเลยนะ
ไหหม่า(海馬)
………………..