ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 522 กลับบ้านช่วงวันหยุดกลางเดือน ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 522 กลับบ้านช่วงวันหยุดกลางเดือน ....................
บทที่ 522 กลับบ้านช่วงวันหยุดกลางเดือน
………………..
บทที่ 522 กลับบ้านช่วงวันหยุดกลางเดือน
ด้วยการนำพาของเวินเสวี่ย ญาติพี่น้องสายรองของตระกูลเฉิงก็ไม่กล้าซักไซ้อะไร
แม้ในใจจะไม่เห็นเย่เสี่ยวจิ่นอยู่ในสายตา แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็น
หลังจากเดินดูรอบ ๆ เย่เสี่ยวจิ่นก็พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว
ในตระกูลเฉิง พ่อแม่ของเฉิงซิงไห่เป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งอำนาจที่แท้จริงอยู่ในมือของเฉิงรั่วหลีและเวินเสวี่ยสองคนนี้
เวินเสวี่ยดูอ่อนโยนนุ่มนวล แต่คนอื่น ๆ กลับดูเกรงกลัวหล่อนมาก
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกสงสัย คิดไม่ออกว่าทำไม
หลังจากทักทายทุกคนแล้ว เวินเสวี่ยก็ดึงตัวเย่เสี่ยวจิ่นไปคุยที่สวนหลังบ้าน ไล่เฉิงซิงไห่กับเจียงซวี่ออกไปอีกทาง
เย่เสี่ยวจิ่นอ่านหนังสือมามาก อีกทั้งมีประสบการณ์จากชาติก่อน จึงคุยกับเวินเสวี่ยได้อย่างรวดเร็ว
ตอนแรกเวินเสวี่ยแค่อดทนกับเธอเพราะคุณปู่เฉิงจะรับเย่เสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์ แต่พอคุยกันสักพัก ก็รู้สึกชอบเย่เสี่ยวจิ่นจริง ๆ
เมืองหวายฮว่าค่อนข้างห่างไกล บ้านเกิดของเย่เสี่ยวจิ่นก็อยู่ในชนบทห่างไกล สถานที่แบบนั้นสามารถเลี้ยงดูคนแบบเย่เสี่ยวจิ่นได้ ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ
จนกระทั่งตกเย็น งานเลี้ยงวันเกิดเสร็จสิ้น เวินเสวี่ยให้คนไปส่งเธอกลับด้วยตัวเอง
“คุณน้าเวิน ตอนนี้ฉันพักอยู่ที่หอพักค่ะ”
“ฉันจำได้ว่าหอพักของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดมันค่อนข้าง…” เวินเสวี่ยพูดอย่างลังเล หันไปมองเฉิงรั่วหลีแวบหนึ่ง “เอาอย่างนี้ดีกว่า ให้โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดลงทุนปรับปรุงซ่อมแซมหอพักสักหน่อยดีไหม”
หล่อนพูดเรื่องนี้ราวกับกำลังปรึกษากับเฉิงรั่วหลีเรื่องเพิ่มเมนูอาหารมื้อเย็นอีกสักจานเท่านั้น
เฉิงรั่วหลีใช้เวลาคิดสองวินาที ก็พยักหน้าตกลง
“ได้”
เย่เสี่ยวจิ่นงงไปหมด
จนกระทั่งมาถึงหน้าประตูโรงเรียน ลงจากรถ มองดูประตูใหญ่ที่ทรุดโทรมของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด เธอถึงได้สติ
“ตระกูลเฉิงเป็นองค์กรการกุศลหรือไง”
“พรุ่งนี้ถ้าผู้อำนวยการจูรู้เรื่องนี้เข้า คงดีใจจนผมงอกใหม่อีกหลายเส้นแน่ ๆ”
เธอเข้าใจจูซินอี้ดี
วันต่อมา จูซินอี้ก็ได้รับข่าวว่าตระกูลเฉิงจะลงทุนซ่อมแซมหอพักของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
ใบหน้าของเขาเปล่งปลั่งไปด้วยความยินดี
“ฉันรู้อยู่แล้ว ฉันรู้อยู่แล้วว่าเย่เสี่ยวจิ่นเป็นสมบัติล้ำค่าของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดของพวกเรา พอหล่อนมาถึงโรงเรียนของพวกเรา ฮวงจุ้ยของโรงเรียนก็ดีขึ้นเลย!”
อู๋เหม่ยฉีกระตุกมุมปาก
เรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับฮวงจุ้ยเท่าใด
“ได้ยินว่าเมื่อวานนี้เย่เสี่ยวจิ่นไปร่วมงานวันเกิดของผู้เฒ่าเฉิง คงเป็นเพราะทำให้ท่านถูกใจ ตระกูลเฉิงถึงได้มาลงทุนกับโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด”
จูซินอี้พูดด้วยสีหน้าอิจฉา “คนเรามันช่างแตกต่างกันจริงๆ”
ข่าวในเมืองซิงเฉิงแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
จูซินอี้ก็รู้เรื่องที่คุณชายผู้เฒ่าเฉิงตัดสินใจรับเย่เสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์แล้ว
การได้เป็นศิษย์ของคุณชายผู้เฒ่าเฉิง ต่อไปเมื่อคนอื่นพูดถึงเย่เสี่ยวจิ่น พวกเขาจะไม่นึกถึงการที่เธอมาจากชนบทเป็นอันดับแรกอีกต่อไป
สิ่งแรกที่พวกเขาจะนึกถึงคือสถานะการเป็นศิษย์ของคุณชายผู้เฒ่าเฉิง
เย่เสี่ยวจิ่นถือว่าได้ก้าวเท้าเข้าสู่วงการชนชั้นสูงไปครึ่งก้าวแล้ว
“อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหยุดกลางเดือนแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นจะกลับบ้านไหม?” จูซินอี้ถาม
“ยังไม่ได้ถามหล่อนเลย เดี๋ยวฉันจะถามหล่อนดู”
“ได้ ลองถามหล่อนดู ถ้าหล่อนจะกลับบ้าน ผมจะแวะไปส่งหล่อน”
“แวะไปส่ง?” อู๋เหม่ยฉีจ้องมองเขาอย่างสงสัย
จูซินอี้เป็นคนท้องถิ่นเมืองซิงเฉิง ครอบครัวก็อยู่ในเมืองซิงเฉิง ไม่มีญาติพี่น้องที่เมืองหวายฮว่าเลยนี่
อู๋เหม่ยฉีก็ไม่ได้พูดอะไรแทงใจดำเขา
อยากไปส่งเย่เสี่ยวจิ่นกลับบ้านก็พูดตรง ๆ สิ หล่อนไม่ได้ดูถูกเขาหรอก
ห้องเรียนมัธยมปลายปีที่หนึ่ง ห้องหนึ่ง
คนที่มาเรียนไม่เยอะ แต่ทุกคนค่อนข้างเงียบ
โดยเฉพาะเวลาที่เย่เสี่ยวจิ่นอยู่ เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ แม้แต่เสียงพูดยังกดให้เบาลง
กลัวว่าจะรบกวนการเรียนของเธอ
พวกเขาต่างดีใจที่เย่เสี่ยวจิ่นสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
ถึงแม้จะเป็นวัยรุ่นที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเรียน แต่ทุกคนให้ความสำคัญกับหน้าตามาก กลัวแต่จะขายหน้า
แต่ก่อนการถูกบังคับให้มาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดทำให้พวกเขาไม่กล้าเชิดหน้าชูตา แต่ตอนนี้ดีแล้ว โรงเรียนอื่น ๆ ต่างอิจฉาที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดมีคนเก่งอย่างเย่เสี่ยวจิ่น
ถึงขนาดที่ผู้ปกครองบางคนคิดว่าใกล้ชาดติดสีแดงใกล้หมึกติดสีดำ จึงอยากย้ายลูกของตัวเองมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดด้วย
โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
เมื่ออู๋เหม่ยฉีเดินมาถึงหน้าประตูห้องเรียน ในห้องเรียนเงียบสงบ นักเรียนส่วนน้อยกำลังก้มหน้านอนพัก ส่วนที่เหลืออีกจำนวนมากกำลังอ่านหนังสือ
หล่อนรู้สึกปลื้มใจ สายตามองไปที่เย่เสี่ยวจิ่น
เย่เสี่ยวจิ่นอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ แทบจะไม่สนใจว่าโลกภายนอกเกิดอะไรขึ้น
เรื่องนี้อู๋เหม่ยฉีก็สังเกตมานานกว่าจะค้นพบ
หล่อนไม่รีบร้อน เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าแท่นบรรยาย
จนกระทั่งเสียงกริ่งหมดคาบดังขึ้น เย่เสี่ยวจิ่นยืดเส้นยืดสาย อู๋เหม่ยฉีจึงเอ่ยปาก
“เย่เสี่ยวจิ่น ตามฉันมาที่ห้องพักครูหน่อย”
ที่ห้องพักครู
อู๋เหม่ยฉีถามเย่เสี่ยวจิ่นว่าจะกลับบ้านช่วงวันหยุดเทศกาลหรือไม่
ช่วงนี้เย่เสี่ยวจิ่นยุ่งกับการเรียน แทบไม่ได้โทรกลับบ้านเลย ปกติเรื่องการรายงานความเป็นอยู่อะไรพวกนี้ล้วนเป็นอู๋เหม่ยฉีที่คอยติดต่อกับครอบครัวตระกูลเย่
เย่เสี่ยวจิ่นกล่าวขอบคุณอู๋เหม่ยฉีแล้วกลับไปที่ห้องเรียน
วันศุกร์ตอนเที่ยงหลังเลิกเรียน เย่เสี่ยวจิ่นก็กลับหอพักไปจัดของเตรียมขึ้นรถกลับบ้าน
เธอตั้งใจจะไปขึ้นรถที่สถานี แต่ไม่คิดว่าพอเดินมาถึงประตูโรงเรียนก็เห็นจูซินอี้และเฉิงซิงไห่รวมถึงคุณปู่เฉิงยืนอยู่
จูซินอี้กับเฉิงซิงไห่อยู่ที่นี่ไม่แปลก แต่ที่แปลกคือทำไมคุณปู่เฉิงถึงมาด้วย?
คุณปู่เฉิงเห็นเย่เสี่ยวจิ่นก็ดูดีใจมาก โบกมือเรียกเธอ “เสี่ยวจิ่น วันนี้หนูจะกลับบ้านใช่ไหม?”
“ขึ้นรถมาสิ พวกเราจะไปส่งหนู”
พวกเรา?
เย่เสี่ยวจิ่นมองเฉิงซิงไห่ด้วยสายตาสงสัย
เฉิงซิงไห่กระแอมแล้วพูดว่า “คุณปู่บอกว่าควรไปพบพ่อแม่ของเธอสักครั้ง จะได้จัดพิธีรับศิษย์ตามธรรมเนียม”
“อ้อ งั้นเหรอคะ”
จูซินอี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตื่นเต้นมาก จ้องมองคุณปู่เฉิงด้วยดวงตาเป็นประกาย!
นี่คือคุณปู่เฉิงนะ! ได้ยินมาว่าตอนหนุ่ม ๆ เคยออกรบและมีผลงานมากมาย!
จูซินอี้หวังมาตลอดว่าจะได้พบวีรบุรุษผู้เฒ่าสักครั้ง ไม่คิดว่าวันนี้จะได้พบง่าย ๆ แบบนี้
ดีใจจนพูดไม่ออก
ใบหน้าแดงก่ำด้วยความยินดี
เมื่อเย่เสี่ยวจิ่นเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด คุณปู่เฉิงก็ได้สอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด จึงรู้จักจูซินอี้อยู่บ้าง
มีความประทับใจกับคนคนนี้ไม่น้อย
พูดคุยกับเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จูซินอี้ดีใจจนเสียงสั่น
“คุณปู่คะ พวกเราต้องไปแล้ว ไม่งั้นคงไปไม่ถึงเมืองหวายฮว่าก่อนฟ้ามืด”
พวกเขาไม่ได้นั่งรถไฟ แต่ขับรถไปกัน
จากเมืองซิงเฉิงไปยังอำเภอเชียนอิน ใช้เวลาเดินทางด้วยรถประมาณห้าถึงหกชั่วโมง
เย่เสี่ยวจิ่นถามด้วยความกังวล “คุณปู่เฉิง นั่งรถนานขนาดนี้ ร่างกายคุณจะไหวหรือคะ?”
คุณปู่เฉิงยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร ๆ กระดูกแก่ ๆ ของฉันยังไม่เปราะบางขนาดนั้นหรอก”
หลังจากบอกลาจูซินอี้แล้ว ทุกคนก็ขึ้นรถ
รถที่พวกเขาขับมากว้างขวาง ในรถยังมีขนมและเครื่องดื่มเตรียมไว้มากมาย
พอขึ้นรถ คุณปู่เฉิงก็เข็นขนมและเครื่องดื่มทั้งหมดมาตรงหน้าเย่เสี่ยวจิ่น
“เสี่ยวจิ่น หนูกำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต กินเยอะ ๆ หน่อย อย่าปล่อยให้หิวเชียวนะ”
……………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
ที่บ้านจะช็อกไหมเนี่ย อยู่ๆ ลูกก็ได้เป็นศิษย์ของคนใหญ่คนโต
ไหหม่า(海馬)
………………..