ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 521 ครอบครัวตระกูลเฉิง
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 521 ครอบครัวตระกูลเฉิง
บทที่ 521 ครอบครัวตระกูลเฉิง
………………..
บทที่ 521 ครอบครัวตระกูลเฉิง
เย่เสี่ยวจิ่นจำเป็นต้องแจ้งเรื่องการรับเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการให้ครอบครัวทราบสักคำ
เฉิงซิงไห่คิดถึงเรื่องนี้เช่นกัน จึงก้มลงกระซิบที่หูคุณปู่เฉิงสองสามประโยค “คุณปู่ครับ ถ้าจะรับศิษย์อย่างเป็นทางการ คงต้องเชิญครอบครัวของเสี่ยวจิ่นมาเป็นสักขีพยานด้วย”
คุณปู่เฉิงเงยหน้ามองเฉิงซิงไห่
“ไม่ได้เจอกันสักพัก เจ้าหนูนี่คิดอะไรรอบคอบขึ้นเยอะเลยนะ”
“ก็ได้ เรื่องนี้ค่อยว่ากันหลังงานฉลองวันเกิดเสร็จ”
“พาเสี่ยวจิ่นไปรู้จักคนในบ้านซะ”
คฤหาสน์ตระกูลเฉิงใหญ่โตมาก สมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลเฉิงต่างอยู่ต้อนรับแขกที่เรือนหลัง
เฉิงซิงไห่ส่งสายตาให้เย่เสี่ยวจิ่นแล้วดึงเจียงซวี่ไปด้วย ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยังเรือนหน้า
เย่เสี่ยวจิ่นเคยเห็นของดี ๆ มาไม่น้อย แต่ยังไม่เคยได้ชื่นชมคฤหาสน์ของราชวงศ์อย่างใกล้ชิด
ไม่ไกลนัก มีคนที่ดูสูงศักดิ์หลายคนยืนอยู่ในศาลาพักร้อน
เฉิงซิงไห่มองเห็นแต่ไกล “พวกเราไปที่ศาลากัน”
ในศาลา เฉิงรั่วหลีหรือคุณพ่อเฉิงกำลังสนทนากับนายกเทศมนตรีเมืองซิงเฉิง
ข้างกายเขามีสตรีงดงามท่าทางอ่อนโยนสวมชุดกี่เพ้ายืนอยู่
หล่อนรวบผมยาวไว้ด้านหลังด้วยปิ่นปักผมอันหนึ่ง รูปร่างอรชร
ขณะที่เย่เสี่ยวจิ่นกำลังคาดเดาตัวตนของหญิงผู้นั้น ก็ได้ยินเฉิงซิงไห่ที่อยู่ข้าง ๆ เรียกหล่อนว่า “แม่ครับ”
เวินเสวี่ยได้ยินเสียงแล้วหันมามองพวกเขา
สายตากวาดมองทั้งสามคนทีละคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่เฉิงซิงไห่
มุมปากยกยิ้มบาง “มาแล้วหรือ”
แม่งั้นหรือ?
เวินเสวี่ยแผ่กลิ่นอายของคนที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีทั้งร่าง อายุเกือบสี่สิบแล้วแต่ไม่มีริ้วรอยแห่งวัยเลยสักนิด ผิวขาวผมดำ งดงามน่าหลงใหล ที่เฉิงซิงไห่หน้าตาดีขนาดนี้คงเพราะได้เวินเสวี่ยมาเต็ม ๆ
สายตาของเวินเสวี่ยเลื่อนมาหยุดที่เย่เสี่ยวจิ่นไม่มีแววตาประเมิน ยิ้มพลางพูดช้า ๆ ว่า “นี่คือลูกสะใภ้คนเล็กที่ลูกพามาให้แม่หรือ?”
เย่เสี่ยวจิ่นชะงัก
ไม่ใช่!
เข้าใจผิดใหญ่แล้ว!
เฉิงรั่วหลีกำลังคุยกับบรรดาผู้ใหญ่หลายคนอยู่ เมื่อได้ยินคำพูดนั้นก็อดไม่ได้ที่จะมองมา “ซิงไห่พาแฟนสาวกลับมาด้วยเหรอ?”
เจียงซวี่กลั้นหัวเราะ มือกุมท้องไว้ ดูท่าจะกลั้นหัวเราะจนท้องปวดไปหมดแล้ว
เฉิงซิงไห่ก็ทำหน้าอึ้งไปเหมือนกัน
เขามองเวินเสวี่ยอย่างจนใจ “แม่ครับ อย่าล้อผมเล่นเลย ผมอายุตั้งเท่าไหร่แล้ว เย่เสี่ยวจิ่นเพิ่งจะสิบกว่าขวบเอง ผมไม่ได้เลวร้ายขนาดจะจับเด็กสาววัยแค่นี้หรอกนะ”
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกเขินอายจนไม่กล้าพูดแทรก
“พรืด”
เจียงซวี่ทนกลั้นหัวเราะต่อไปไม่ไหวแล้ว
เฉิงรั่วหลีและคนอื่น ๆ ต่างก็หัวเราะออกมา
เฉิงซิงไห่ทำหน้าเหมือน “แม่จะว่ายังไงก็ได้ ผมยอมแล้ว” ดูจากความคุ้นเคย คงโดนเวินเสวี่ยแซวบ่อย ๆ
เวินเสวี่ยพูดอีกสองสามประโยคแล้วก็หยุด
“มานี่สิ อย่ายืนอยู่เลย มานั่งกันดีกว่า”
หล่อนตั้งใจให้เย่เสี่ยวจิ่นนั่งข้าง ๆ ตน
มองดูเย่เสี่ยวจิ่นอย่างใกล้ชิด
“ในรุ่นเด็กของตระกูลเฉิงไม่ค่อยมีเด็กผู้หญิง ส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชายที่ซุกซนทั้งนั้น” เวินเสวี่ยมองดูใบหน้าของเย่เสี่ยวจิ่น ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ
“หน้าตาของเธอดูมีวาสนากับตระกูลเฉิงนะ”
ประโยคนี้หมายความว่าอะไร
เฉิงซิงไห่ที่อยู่ข้าง ๆ อธิบายอย่างจนใจ “แม่ของผมชอบคนที่หน้าตาดี ทุกครั้งที่เห็นเด็กผู้หญิงสวย ๆ ก็จะพูดแบบนี้”
พอได้ฟังคำอธิบายแบบนี้ เย่เสี่ยวจิ่นก็เข้าใจแล้ว
นี่ก็คือคนที่ติดรูปลักษณ์ภายนอกชัด ๆ
“พ่อแม่ครับ คุณปู่จะรับเสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์ ให้ผมพาหล่อนมาทำความรู้จัก”
“หืม?” เฉิงรั่วหลี่หยุดชะงักเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจ
เวินเสวี่ยยิ้มอย่างมีความสุข จับมือเย่เสี่ยวจิ่นขึ้นมาลูบเบา ๆ “เห็นไหม ฉันพูดไม่ผิดเลย ฉันบอกแล้วว่าเด็กผู้หญิงคนนี้มีวาสนากับครอบครัวเรา”
“คุณปู่ตัดสินใจแล้วเหรอ?”
“อืม” เฉิงซิงไห่พูด “พูดต่อหน้าทุกคนขนาดนี้แล้ว คุณก็รู้ว่าถ้าท่านไม่ได้คิดให้ดีแล้ว ท่านคงไม่พูดออกมาหรอก”
นั่นก็จริง
เฉิงรั่วหลีพยักหน้า มองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นด้วยสายตาที่มีความสนใจอยู่หลายส่วน
เรื่องที่พ่อของเขาจะรับศิษย์ เขาไม่มีความเห็นอะไร ในเมื่อท่านอายุมากขนาดนี้แล้ว ก็มีความปรารถนาแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
สมควรที่จะทำให้ท่านสมหวัง
“ชื่ออะไรหรือ?” เฉิงรั่วหลีเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
คนในตระกูลเฉิงเข้ากับคนง่ายกว่าที่เย่เสี่ยวจิ่นคิดไว้ เธอไม่ใช่คนเคร่งเครียดอยู่แล้ว จึงตอบอย่างสง่างาม
“ฉันชื่อเย่เสี่ยวจิ่น เป็นคนเมืองหวายฮวาค่ะ”
“เย่เสี่ยวจิ่น?” เฉิงรั่วหลีทวนชื่อนี้อีกครั้ง รู้สึกว่าคุ้นหู แต่นึกไม่ออกในตอนนี้
เวินเสวี่ยจูงมือเย่เสี่ยวจิ่นให้ลุกขึ้น พูดกับเฉิงรั่วหลีว่า “คุณคุยกับท่านนายกเทศมนตรีไปก่อน ฉันจะพาเย่เสี่ยวจิ่นไปพบคนอื่น ๆ ที่ห้องรับแขก”
หลังจากที่เวินเสวี่ยและเย่เสี่ยวจิ่นจากไป นายกเทศมนตรีเมืองซิงเฉิง จู่ ๆ ก็หันไปมองหลัวเจี้ยนไป่ที่อยู่ตรงมุมห้อง ถามอย่างไม่แน่ใจว่า “ผู้อำนวยการหลัว เด็กสาวคนเมื่อกี้เป็นผู้ชนะการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายของเมืองซิงเฉิงใช่ไหม?”
หลัวเจี้ยนไป่กำลังเดินมาจากบ้านคุณชายเฉิง เมื่อได้ยินคำพูดก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็รีบพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว
เฉิงรั่วหลีดวงตาวาววับ นึกขึ้นได้
เขานึกแล้วว่าทำไมชื่อนี้ถึงคุ้นหู ก็เพราะเมื่อไม่นานมานี้ผู้ชนะการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกที่เมืองหลวงก็มีชื่อนี้
สองคนนี้ น่าจะเป็นคนเดียวกันสินะ
พอรู้ว่าเป็นเธอ เฉิงรั่วหลีก็ไม่รู้สึกแปลกใจ
ได้รับความสนใจจากคุณชายเฉิงแบบนี้ ก็ต้องมีความสามารถอยู่บ้าง
พอพูดถึงเย่เสี่ยวจิ่น นายกเทศมนตรีก็ถามเรื่องที่เกิดขึ้นในกรมด้วย
หลัวเจี้ยนไป่ไม่กล้าปิดบัง จึงเล่ารายละเอียดทั้งหมด
“หลิวหย่งที่ห้องเก็บของถูกคนจ้างวาน ผมส่งคนสืบตามเบาะแสนี้ลงไป สุดท้ายก็พบว่าเป็นอาจารย์โจวมู่จื๋อจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง”
“จากคำให้การของเขา เขาทำไปเพราะก่อนหน้านี้ตอนแข่งขันที่ยิม เขาถูกเย่เสี่ยวจิ่นทำให้อับอายต่อหน้าผู้คน เลยแค้นใจ ไม่อยากให้หล่อนได้ใจเกินไป ถึงได้คิดวิธีนี้ขึ้นมา”
คำให้การนี้มีช่องโหว่มากมาย
โจวมู่จื๋อเป็นเพียงครูคนหนึ่งในโรงเรียนมัธยมหนึ่ง การที่เกือบตรวจข้อสอบผิดไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อีกอย่างความผิดพลาดก็ได้รับการแก้ไขทันเวลา เขาแค่เสียหน้าไปบ้าง ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่
แต่การติดสินบนคนในสำนักงานเพื่อแก้ไขกระดาษคำตอบนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้ว
พวกเขาไม่เชื่อหรอกว่าโจวมู่จื๋อที่เป็นครูมาหลายปีจะไม่มีความรู้พื้นฐานขนาดนี้
ถึงจะโกรธแค้นจนมืดบอด ก็คงไม่ทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้
ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ เป็นอย่างไร พวกเขารู้กันดีอยู่แก่ใจ
โจวมู่จื๋อเป็นเพียงแพะรับบาปที่ถูกคนอยู่เบื้องหลังผลักออกมา ส่วนคนเบื้องหลังเป็นใครนั้น ก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
นายกเทศมนตรีฟังจบ สีหน้าเย็นชาลง
“หลายปีมานี้ยุ่งกับการพัฒนาเมืองซิงเฉิง กลับละเลยหลายเรื่องไป”
“หลัวเจี้ยนไป่ ต่อไปก็ต้องรบกวนคุณจัดการกับพวกปลวกในเมืองซิงเฉิงของเราให้ดี ๆ หน่อยแล้ว”
บางคนนั่งในตำแหน่งนั้นนานเกินไป ทั้งจิตใจและความกล้าก็พองโต ตาถูกผลประโยชน์บดบัง จนไม่รู้ผิดชอบชั่วดีและมองอะไรไม่ชัดเจนแล้ว
ถึงเวลาที่ต้องจัดการกันเสียที
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
มีหลายคนใกล้จะโดนเด้งในเร็ว ๆ นี้แล้วล่ะ ไปยุ่งกับจิ่นเป่าที่มีแบคหลังเป็นตระกูลเฉิงเนี่ยนะ
ไหหม่า(海馬)
………………..