ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 519 เพิ่มความสนิทสนมกันหรือ?! ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 519 เพิ่มความสนิทสนมกันหรือ?! ....................
บทที่ 519 เพิ่มความสนิทสนมกันหรือ?!
………………..
บทที่ 519 เพิ่มความสนิทสนมกันหรือ?!
ในที่สุดก็ถึงวันงานฉลองวันเกิดของคุณปู่ตระกูลเฉิง
งานฉลองวันเกิดของคุณปู่เฉิงถือว่าเป็นงานที่รวมบรรดาผู้มีอิทธิพลมากมาย เกือบครึ่งของคนสำคัญในเมืองซิงเฉิงต่างมาร่วมงาน
ไม่เพียงแต่คนจากเมืองซิงเฉิง แม้แต่คนจากปักกิ่งก็มาร่วมงานไม่น้อย
คฤหาสน์เก่าของตระกูลเฉิงแต่เดิมเป็นที่พำนักของราชวงศ์ คุณย่าตระกูลเฉิงมีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ และอาศัยอยู่ในคฤหาสน์นี้มาตั้งแต่เด็ก
ต่อมาตอนที่คุณย่าเฉิงยังมีชีวิตอยู่ นางก็ชอบพำนักที่เมืองซิงเฉิง คุณปู่เฉิงจึงทุ่มเงินจำนวนมากซื้อคฤหาสน์หลังนี้ไว้
คฤหาสน์เก่าของตระกูลเฉิงใหญ่กว่าคฤหาสน์ตระกูลเย่ถึงสามสี่เท่า
แม้จะมีคนมามากมายขนาดนี้ แต่ก็ไม่รู้สึกแออัดเลยแม้แต่น้อย
เฉิงซิงไห่ไม่ชอบการเข้าสังคมในงานแบบนี้มาตลอด เขาจึงออกจากคฤหาสน์เก่าตั้งแต่เช้า เขาเดินเตร่อยู่ข้างนอกนานมาก ก่อนจะไปรับเย่เสี่ยวจิ่น
“ทำไมคุณมาที่นี่?”
“มารับเธอ” เฉิงซิงไห่พูด “วันนี้ที่บ้านฉันมีคนมาเยอะ ฉันกลัวเธอจะไม่ชิน”
เย่เสี่ยวจิ่นเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว จ้องมองใบหน้าของเฉิงซิงไห่อย่างไม่ละสายตา
เธอไม่ยอมละสายตาไปไหน
เฉิงซิงไห่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ยังไง รู้สึกว่าอาจารย์ของเธอหล่อเกินไปจนหลงใหลหรือไง?”
ชิ!
เย่เสี่ยวจิ่นสบถในใจพลางหัวเราะคิกคัก
เธอพูดอย่างระแวง “เฉิงซิงไห่ ฉันรู้สึกว่าที่คุณดีกับฉันขนาดนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ ๆ บอกมาสิ คุณมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?”
ดวงตาง่วงงุนของเฉิงซิงไห่ฉายแววขบขัน
“เธอรู้ตัวแล้วสินะ”
เฉิงซิงไห่โน้มตัวไปข้างหน้า ยิ้มมุมปาก “เสี่ยวจิ่น อาจารย์ดีกับเธอเป็นพิเศษใช่ไหม?”
เย่เสี่ยวจิ่นได้ยินคำพูดนั้นก็เหมือนสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในสมอง เธอพูดอย่างระวังตัว “ก็พอไปได้นะ แล้วคุณจะพูดอะไรต่อ?”
“ก็นะ” น้ำเสียงของเฉิงซิงไห่ทอดยาว แฝงความหมายชวนให้หลงใหล “ถ้าความสัมพันธ์ของพวกเราสนิทกันมากขึ้นไปอีก จะไม่ยิ่งสมบูรณ์แบบหรอกหรือ?”
เย่เสี่ยวจิ่นกอดแขนตัวเอง มองเขาด้วยความตกใจกลัว
“เฉิงซิงไห่! ฉันยังเป็นแค่เด็กอยู่เลย!”
เฉิงซิงไห่: “……”
“เดี๋ยวก่อน”
เย่เสี่ยวจิ่นหัวเราะพลางลดแขนลง ทำท่าทางราวกับว่า “ฉันรู้แล้ว”
“ฉันน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วว่าคุณกำลังคิดอะไรกับเย่จู๋”
เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าจริงจังขึ้นมา น้ำเสียงก็เคร่งขรึมมาก
“ครอบครัวแบบคุณไม่มีทางยอมรับสาวชนบทแน่นอน”
จริง ๆ แล้ว เย่เสี่ยวจิ่นคิดไม่ออกเลยว่าเฉิงซิงไห่เห็นอะไรดีในเย่จู๋
ไม่ใช่ว่าเธอกำลังพูดถึงเย่จู๋ในแง่ลบ
แต่มันคือความจริง
หากมองที่รูปร่างหน้าตา เย่จู๋ไม่ได้งดงามโดดเด่นอะไร เมื่อเทียบกับเฉิงซิงไห่ที่เติบโตมาในเมืองซิงเฉิงที่เต็มไปด้วยสาวสวย หล่อนคงถูกกลืนหายไปกับฝูงชน
แถมทั้งสองคนก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรกัน
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกสงสัยว่าเฉิงซิงไห่ชอบอะไรในตัวหล่อนกันแน่
ใจจริงแล้วเย่เสี่ยวจิ่นไม่อยากให้เฉิงซิงไห่ไปยุ่งกับเย่จู๋
เย่จู๋เป็นคนดื้อรั้น อีกทั้งยังเคยถูกหลี่กุ้ยฮวาและเย่เหวินชางปฏิบัติแบบนั้นมา จิตใจหล่อนจึงเปราะบางมาก
แม้ปกติจะดูเข้มแข็ง แต่ก็มีฟางข้าวเส้นสุดท้ายที่จะทำให้อูฐล้มได้
เฉิงซิงไห่เงียบไปครู่หนึ่ง “เรื่องพวกนี้ฉันจะจัดการเอง”
“หมายความว่าคุณไม่คิดจะยอมแพ้?”
เฉิงซิงไห่ยิ้ม “จะยอมแพ้ได้ยังไง”
เรื่องที่เขาตั้งใจจะทำ เย่เสี่ยวจิ่นก็ห้ามไม่ได้
ถอนหายใจแล้วพูด “ฉันไม่ห้ามคุณหรอก แต่ถ้าวันไหนคุณทำให้เย่จู๋เจ็บ ฉันจะแอบเข้าบ้านคุณตอนกลางคืนแล้วซ้อมคุณให้เละ!”
เฉิงซิงไห่หัวเราะพรืด “ถ้าถึงวันนั้นจริง ๆ ฉันจะรอให้เธอมาซ้อม”
“ดังนั้นเสี่ยวจิ่นเอ๋อร์ ฉันอยากขอความช่วยเหลือจากเธอหน่อย…”
“ว่ามาสิ”
“เย่จู๋กำลังจะเรียนจบและสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วไม่ใช่หรือ? ให้หล่อนสมัครมหาวิทยาลัยที่เมืองซิงเฉิงสิ”
เย่เสี่ยวจิ่นปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด “ฉันไม่ทำ”
“ฉันไม่ได้ห้ามหล่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะช่วยผลักดันเย่จู๋ลงนรก”
เฉิงซิงไห่ไม่พอใจเคาะหัวเย่เสี่ยวจิ่นทีหนึ่ง “เด็กคนนี้ พูดอะไรออกมา นี่มันจะเรียกว่านรกได้ยังไง”
เย่เสี่ยวจิ่นหัวเราะเยาะเบาๆ มองเขาโดยไม่พูดอะไร
เฉิงซิงไห่สบตากับเธอสองวินาที ก่อนจะยอมแพ้ก่อน “ก็ได้ ฉันจะหาทางเอง”
“ยัยเด็กเนรคุณ อาจารย์รักเธอเสียเปล่าจริง ๆ”
มุมปากของเย่เสี่ยวจิ่นกระตุกเล็กน้อย พูดอย่างยากลำบาก “เฉิงซิงไห่ น้ำเสียงที่คุณพูดกับฉันแบบนี้ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนคุณเป็นคนแก่อายุแปดสิบแล้ว”
เฉิงซิงไห่ส่งสายตาเจ้าชู้ให้เย่เสี่ยวจิ่น “ถ้าอาจารย์แก่อายุแปดสิบแล้วยังมีหน้าตาแบบนี้ ฉันต้องขอบคุณเสี่ยวจิ่นเอ๋อร์แน่ ๆ”
เมื่อคนคนนี้ไม่ง่วงนอน ทั้งตัวก็ดูจะเหลวไหลไปหมด
คฤหาสน์ตระกูลเฉิง
จู่ ๆ คุณปู่เฉิงก็รู้สึกสนใจการคัดอักษรขึ้นมา จึงจัดโต๊ะเขียนหนังสือไว้ในลานบ้าน ให้พวกคนหนุ่มสาวมาเขียนตัวอักษร
พอเห็นว่ามีคนรุ่นหลังมามากมาย ก็เกิดความสนใจขึ้นมา จึงให้คนยกโต๊ะใหญ่มาตัวหนึ่ง ให้คนรุ่นหลังผลัดกันเขียนตัวอักษร แล้วท่านจะวิจารณ์ให้
คุณปู่เฉิงเป็นคนอัธยาศัยดี เข้ากับคนง่าย คนรุ่นหลังก็ชอบท่าน ดังนั้นจึงทำตามใจท่าน
ตอนที่เฉิงซิงไห่กับเย่เสี่ยวจิ่นมาถึงคฤหาสน์ ในมือของคุณปู่เฉิงก็ถือตัวอักษรที่เขียนเสร็จแล้วเป็นปึกหนึ่ง
“ตอนนี้คนหนุ่มสาวที่ตั้งใจฝึกเขียนตัวอักษรได้นั้นมีน้อยเหลือเกิน”
คุณปู่เฉิงถอนหายใจอย่างผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดุด่าคนรุ่นหลังที่เขียนไม่ดี
แค่บอกให้พวกเขาฝึกฝนให้มากขึ้นในยามว่าง
เจียงซวี่ก็ถูกลากมาเขียนตัวอักษรสองสามตัว
ปกติเขาทำแต่ ‘งานหยาบ’ จะไปทำงานละเอียดอย่างการเขียนตัวอักษรได้อย่างไร เขียนออกมาได้แค่ไม่กี่ตัวก็คดเคี้ยวไปหมด ทำเอาคุณปู่เฉิงโกรธจนคว้าไม้เท้าฟาดใส่ตัวเขาทันที
เจียงซวี่ทั้งร้องทั้งหลบ “คุณปู่เฉิงครับ! บอกว่าเขียนไม่ดียังไงก็ไม่เป็นไรไม่ใช่หรือ ทำไมถึงตีแค่ผมคนเดียวล่ะครับ!”
คุณปู่เฉิงจ้องเขาด้วยความโกรธ “ไอ้เด็กบ้านี่ยังกล้ามาพูดอีก ตอนเด็ก ๆ ฉันจับมือสอนเธอด้วยตัวเองนะ แล้วเธอยังเขียนออกมาได้แบบนี้!”
เจียงซวี่หยุดชะงัก ยกมือป้องหัว มองคุณปู่เฉิงด้วยสายตาน่าสงสาร “งั้นคุณปู่ช่วยตีเบา ๆ หน่อยนะครับ”
คุณปู่เฉิงยกไม้เท้าขึ้น ท่าทางดูน่ากลัว แต่กลับตีลงบนไหล่เขาเบา ๆ
“โตป่านนี้แล้ว ยังมาเล่นกับคุณปู่อีก”
เย่เสี่ยวจิ่นไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้
แต่เดิมเธอคิดว่าเจียงซวี่เป็นคนเย็นชา เข้าถึงยาก ไม่คิดว่าจะมีด้านที่เป็นเด็กแบบนี้ด้วย
เฉิงซิงไห่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเอ่ยปาก “คุณปู่ครับ ผมกลับมาแล้ว”
คุณปู่เฉิงได้ยินเสียง หันมามองทางนี้ สายตาตกอยู่ที่เฉิงซิงไห่สองวินาที ก่อนจะเลื่อนไปมองที่เย่เสี่ยวจิ่น
เขาอยู่ในเมืองซิงเฉิง ย่อมได้ยินเรื่องของเย่เสี่ยวจิ่นมาบ้าง
วันนี้ได้พบกันครั้งแรก เห็นเด็กคนนี้มีแววตาใสซื่อ บริสุทธิ์ ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยพลัง ดูแล้วทำให้รู้สึกชื่นใจ
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
คิดจะจีบเย่จู๋แล้วก็ช่วยจริงจังหน่อยนะคุณชายเฉิง เด็กคนนี้ผ่านอะไรมาเยอะมาก ไม่อยากให้เจ็บปวดจากการโดนใครหลอกอีกแล้ว
ไหหม่า(海馬)
………………..