ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 515 ลองฝีมือ
บทที่ 515 ลองฝีมือ
………………..
บทที่ 515 ลองฝีมือ
หลังจากที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดเสื่อมถอยลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งก็ผูกขาดความยิ่งใหญ่ จนถึงตอนนี้ หลัวเจี้ยนไป่ก็ถึงกับสงสัยว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งอาจจะถือว่าโรงเรียนเป็นสมบัติส่วนตัวของเขาไปแล้ว
เรื่องนี้เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยติงเหวินเหว่ยเป็นคนแรก
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โรงเรียนอื่น ๆ ต่างก็เดินตามทิศทางของโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง พวกเขาคงไม่กล้าทำอะไรกับโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้
คนที่กล้าทำแบบนี้ นอกจากติงเหวินเหว่ยแล้ว หลัวเจี้ยนไป่ก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นใครอีก
เขานั่งลงที่เก้าอี้ ใช้มือนวดคลึงขมับ รู้สึกหงุดหงิดมาก
ติงเหวินเหว่ยได้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งด้วยความสามารถจริง ๆ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งก็พัฒนาขึ้นภายใต้การนำของเขา และได้ผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพออกมามากมาย
โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งยังคงเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนมัธยมปลายอื่น ๆ ในเมืองซิงเฉิง
แต่ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อใด ติงเหวินเหว่ยที่เคยมีกิริยาของนักปราชญ์กลับกลายเป็นคนเห็นแก่ได้ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเงินตรา
หลัวเจี้ยนไป่ยิ่งปวดหัวหนัก บีบขมับพลางถอนหายใจ
ตอนนี้เขาแค่หวังว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับติงเหวินเหว่ย หวังว่าเขาจะคิดมากไปเอง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ติงชุนเซิงก็กลับมาจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิด
หลัวเจี้ยนไป่นั่งตัวตรง สีหน้าเคร่งเครียด “เป็นยังไงบ้าง?”
“กล้องวงจรปิดหายไปแล้ว” ติงชุนเซิงสีหน้าหม่นหมอง ส่ายหน้า “น่าจะถูกใครสักคนตั้งใจทำลาย”
เมื่อคำพูดจบลง หลัวเจี้ยนไป่ก็ฟาดโต๊ะอย่างแรง
“ช่างกล้าเหลือเกิน! ใครกันที่กล้ามากขนาดนี้ ถึงกับมาอาละวาดในสำนักงานต่อหน้าต่อตาพวกเรา!”
หลัวเจี้ยนไป่โกรธจนปวดหัว
เขาเดินไปมาหน้าโต๊ะทำงาน จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเป็นประกาย
“หัวหน้าแผนกติง เรื่องนี้คุณทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปก่อน ระงับกระดาษคำตอบของเย่เสี่ยวจิ่นเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดผมจะหาทางจัดการเอง”
พอเขาออกไป หลัวเจี้ยนไป่ก็รีบจิบชาด้วยความกังวล แล้วกระแอมไอ
เขากดโทรศัพท์ออก
ปลายสายดังตู้ด ๆ สองสามครั้งก็มีคนรับ
หลัวเจี้ยนไป่ยิ้มออกมา น้ำเสียงประจบประแจง “คุณชายเฉิง…”
สำนักงานการศึกษายังคงเงียบสงบ ไม่มีคลื่นระลอกใดปั่นป่วน
เวลาบ่ายสามนาฬิกาห้าสิบนาที หลัวเจี้ยนไป่พาผู้ช่วยมารอที่หน้าสำนักงานการศึกษา
เขามองรถยนต์บนถนนด้วยความกระวนกระวายใจ
จนกระทั่งเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งจอดที่หน้าบันได เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อแน่ใจว่าคนในรถเป็นใคร จึงรีบเดินลงบันไดไป
เฉิงซิงไห่สวมชุดลำลองสีเทา สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ทั้งร่างยังคงดูเกียจคร้านเหมือนเดิม
หลัวเจี้ยนไป่เดินเข้าไปทักทาย แต่พูดยังไม่ทันจบก็เห็นเฉิงซิงไห่เดินอ้อมไปอีกด้านของรถ
“คุณชายเฉิง คุณจะ…”
เฉิงซิงไห่เดินไปที่ประตูด้านผู้โดยสารแล้วเปิดประตู
เย่เสี่ยวจิ่นเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ในดวงตาฉายชัดว่า นายเป็นสุภาพบุรุษตั้งแต่เมื่อใด
เฉิงซิงไห่แค่นเสียงหัวเราะ ยื่นมือไปดีดหัวเย่เสี่ยวจิ่นทีหนึ่ง “รีบลงมาได้แล้ว”
เมื่อเห็นเย่เสี่ยวจิ่น หลัวเจี้ยนไป่ถึงกับชะงัก
ทำไมเฉิงซิงไห่ถึงพาเย่เสี่ยวจิ่นมาด้วยนะ
เขากลืนน้ำลายลงคอ
“ผู้อำนวยการหลัว แดดข้างนอกแรงมาก เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า” เฉิงซิงไห่หรี่ตามองด้วยท่าทางเหมือนคนยังไม่ตื่นเต็มที่
หลัวเจี้ยนไป่คุ้นเคยกับท่าทางแบบนี้ของเฉิงซิงไห่ดี รีบพาทั้งสองคนไปที่ห้องทำงานของเขา
เขาให้ผู้ช่วยชงชาร้อนมาให้สองแก้ว แล้วให้ติงชุนเซิงนำกระดาษคำตอบมาส่ง
“คำตอบของฉันโดนแก้ไขงั้นเหรอ?”
ติงชุนเซิงมองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นแล้วพยักหน้า “ใช่ครับ กระดาษคำตอบชุดนี้ไม่ใช่ชุดแรกแน่ ๆ”
เย่เสี่ยวจิ่นพลิกดูกระดาษในมือสองสามที “ลายมือในกระดาษคำตอบชุดนี้เหมือนกับที่คัดลอกมาตอนนั้นเลย ได้ถามอาจารย์ที่คัดลอกคำตอบหรือยังคะ?”
ติงชุนเซิงชะงักไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ยังไม่ได้ถามครับ ผู้อำนวยการหลัวบอกว่าเรื่องนี้ยังไม่ให้เปิดเผย”
เฉิงซิงไห่เอนหลังพิงโซฟา วางมือทั้งสองข้างไว้บนพนักพิงอย่างเกียจคร้าน หรี่ตามอง “งั้นตอนนี้ไปถามได้แล้ว”
“อ้อใช่ ผู้อำนวยการหลัว หาคนพาเย่เสี่ยวจิ่นไปห้องควบคุมกล้องวงจรปิดหน่อยสิ”
หลัวเจี้ยนไป่คิดว่าตัวเองได้ยินผิดไป
เขาถามย้ำอย่างไม่แน่ใจ “คุณชายเฉิง คุณพูดเมื่อกี้ว่าให้ผมหาคนพาเย่เสี่ยวจิ่นไปห้องควบคุมงั้นเหรอ?”
เฉิงซิงไห่พยักหน้าอย่างเกียจคร้าน “อืม พาหล่อนไป”
หลัวเจี้ยนไป่รู้สึกว่าสมองตัวเองประมวลผลไม่ทัน
เห็นหลัวเจี้ยนไป่ทำท่าอยากถามแต่ไม่กล้า เย่เสี่ยวจิ่นจึงลุกขึ้นพูดว่า “ฉันได้เรียนรู้จากเขามาระยะหนึ่งแล้ว ขอฉันลองดูสักครั้งนะคะ”
เย่เสี่ยวจิ่นไม่เคยคิดมาก่อน
เฉิงซิงไห่ไม่เพียงแต่เก่งเรื่องการลงทุน แต่ยังเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์ด้วย
ชาติที่แล้วเย่เสี่ยวจิ่นไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับแฮกเกอร์ แต่เธอก็พอรู้คร่าว ๆ ว่าฝีมือของเฉิงซิงไห่นั้นไม่ธรรมดาเลย
ช่วงนี้เธอใช้เวลาอยู่ในห้องสมุดตลอด เพื่ออ่านหนังสือด้านนี้โดยเฉพาะ
สิ่งที่เฉิงซิงไห่สอนให้นั้นมีมากมาย ถึงแม้เย่เสี่ยวจิ่นจะมีวุฒิภาวะทางจิตใจเท่ากับคนอายุหลายสิบปี แต่ก็ยังรับมือไม่ไหว
หลัวเจี้ยนไป่แทบจะอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
เขาลังเลก่อนถามว่า “คุณ…คุณหมายความว่า คุณชายเฉิงเป็นอาจารย์ของคุณงั้นเหรอ?”
อาจารย์?
เย่เสี่ยวจิ่นคิดสักครู่ “พูดแบบนั้นก็ไม่ผิดนะคะ”
เย่เสี่ยวจิ่นกลับได้เป็นศิษย์ของเฉิงซิงไห่!
หลัวเจี้ยนไป่มองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นด้วยความนับถือเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
คนที่เฉิงซิงไห่เลือกจะต้องมีความสามารถไม่มากก็น้อย
ท่าทีที่มีต่อเย่เสี่ยวจิ่นจึงเคารพนอบน้อมขึ้น ไม่เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อนักเรียนทั่วไป
“ฉันจะให้คนพาคุณไปเดี๋ยวนี้”
เรื่องล่าสุดที่หลัวเจี้ยนไป่จัดการไปนั้นไม่เลวเลย เฉิงซิงไห่คงยินดีให้เกียรติเขาสักครั้ง
หลังจากเย่เสี่ยวจิ่นออกจากสำนักงาน เธอพูดอย่างเนิบช้าว่า “อีกสองวันจะเป็นวันเกิดครบหกสิบปีของคุณปู่ ถ้าผู้กำกับหลัวว่าง ก็แวะมาที่บ้านได้นะคะ”
ดวงตาของหลัวเจี้ยนไป่เปล่งประกายด้วยความยินดี
รีบตอบรับทันที
ผู้ช่วยพูดคุยกับพนักงานสองสามประโยค พนักงานทั้งสองหันมามองเย่เสี่ยวจิ่นพร้อมกันด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เธอสามารถกู้คืนข้อมูลได้เหรอ?”
เป็นไปไม่ได้หรอก อย่ามาล้อเล่นน่า
พนักงานทั้งสองอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ แต่เพราะเห็นแก่หน้าผู้ช่วย พวกเขาจึงไม่ได้หัวเราะออกมาอย่างชัดเจน
แต่แววตาดูถูกนั้นมีไม่น้อย
เย่เสี่ยวจิ่นมองไปที่คอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ดูด้อยกว่าเครื่องที่เฉิงซิงไห่ให้เธอมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าจะกู้คืนข้อมูลได้หรือไม่
แต่เฉิงซิงไห่บอกให้เธอลองฝึกมือดู
เย่เสี่ยวจิ่นเดินไปอย่างใจเย็น โดยไม่ได้สนใจเสียงสงสัยของพนักงานทั้งสองเลยแม้แต่น้อย
“ฉันขอลองดูก่อน” เธอพูดเพียงเท่านั้น
พนักงานทั้งสองคนหัวเราะเยาะเบา ๆ
ลองดู?
คิดว่าเธอจะเก่งแค่ไหนกัน
พวกเขากอดอกถอยไปด้านข้าง รอดูเย่เสี่ยวจิ่นทำตัวน่าอาย
เย่เสี่ยวจิ่นนั่งลงบนเก้าอี้ ทำความคุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์สักครู่ จากนั้นนิ้วมือของเธอก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนแป้นพิมพ์ จนไม่มีใครมองเห็นมือของเธอชัดเจน
พนักงานหลายคนรู้แค่การใช้งานพื้นฐาน เมื่อเย่เสี่ยวจิ่นเปิดโปรแกรมเขียนโค้ด มือของเธอก็พิมพ์ตัวอักษรเป็นชุด ๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนค่อย ๆ อ้าปากกว้างด้วยความตกตะลึง
ดูท่าทางเด็กสาวคนนี้จะมีฝีมือจริง ๆ นะ?
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
พอจิ่นเป่าเป็นศิษย์ของคุณชายเฉิงแล้วเหมือนเสือติดปีกไปเลย ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไปนี่วงการศึกษาปั่นป่วนแน่
ไหหม่า(海馬)
………………..