ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 511 ข้อที่สองผิดหรือ?
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 511 ข้อที่สองผิดหรือ?
บทที่ 511 ข้อที่สองผิดหรือ?
………………..
บทที่ 511 ข้อที่สองผิดหรือ?
กระดานมีขนาดใหญ่พอที่จะเขียนโจทย์ทั้งห้าข้อได้อย่างครบถ้วนโดยไม่มีข้อผิดพลาด
เย่เสี่ยวจิ่นวางแผนในหัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เขียนข้อแรก
ทันทีที่เธอลงมือเขียน บรรยากาศก็เปลี่ยนไป
ราวกับว่าผู้คนและสิ่งแวดล้อมรอบข้างหายไปจากโลกของเธอ เหลือเพียงแค่โจทย์เท่านั้น
เสียงชอล์กขีดบนกระดานดังกังวานไม่หยุด
ทุกตัวอักษรที่เธอเขียนแทบไม่มีความลังเลใด ๆ เขียนอย่างต่อเนื่องในคราวเดียว
ตัวอักษรที่เขียนด้วยชอล์กนั้นเป็นระเบียบและหนักแน่น มีความคมชัด แฝงไว้ด้วยบุคลิกอันโดดเด่น
นักเรียนที่เมื่อครู่ยังคิดจะเยาะเย้ยเธอ พอกะพริบตาแล้วเห็นกระดานเต็มไปด้วยวิธีการแก้โจทย์ ก็ถึงกับพูดไม่ออกเหมือนไก่ถูกบีบคอ
ใบหน้าเต็มไปด้วยความตะลึง
เพียงแค่หนึ่งนาที ก็เขียนข้อแรกเสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว?
ทำไมพวกเขาถึงรู้สึกว่าเย่เสี่ยวจิ่นแก้โจทย์โดยไม่จำเป็นต้องคิดเลย
ราวกับว่ามีเฉลยคำตอบที่ถูกต้องวางอยู่ตรงหน้าเธอ แค่ลอกตามก็พอ
แต่จะมีเฉลยได้อย่างไรกัน?
นักเรียนจากโรงเรียนอื่น ๆ ต่างรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาพร้อมกัน
โดยเฉพาะนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง
พวกเขารู้สึกหวั่นกลัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เย่เสี่ยวจิ่นที่พวกเขาดูถูก ทำข้อสอบได้เร็วถึงขั้นน่าสะพรึงกลัว
ถ้าการแข่งขันครั้งนี้โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดได้ที่หนึ่งจริง ๆ พวกเขาคงขายหน้าหมด…
ติงเหวินเหว่ยผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งก็มาด้วย เขาไม่ได้นำทีมมาอย่างเปิดเผย แต่รออยู่ในรถบัสของโรงเรียน
รอให้นักเรียนทุกโรงเรียนเข้าสนามและเริ่มการแข่งขันแล้วค่อยย่องเข้ามาแอบดูอยู่ตรงมุมห้อง คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของจูซินอี้
จูซินอี้ทุ่มความสนใจทั้งหมดอยู่ที่เย่เสี่ยวจิ่น เขาฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเธอ
ตอนนี้เขากำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น จ้องมองโต๊ะหมายเลขห้าอย่างกระวนกระวาย
เย่เสี่ยวจิ่นทำโจทย์ข้อที่สองเสร็จแล้ว
เวลาผ่านไปเพียงห้านาที
หยางกั๋วหัวและหนิงอวี่ดูเหมือนจะยอมแพ้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ฉินเฟิงและจางเจี๋ยเซินยังคงพยายามต่อไป
ระบบเห็นเธอเขียนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย จึงพูดด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ [โฮสต์ เธอโตขึ้นแล้ว]
ราวกับเห็นลูกของตัวเองเติบโตขึ้นจนเป็นผู้ใหญ่
เย่เสี่ยวจิ่นยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้โต้เถียงกับระบบ
ในเมื่อต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด ก็ต้องทำให้เต็มที่
เธอเก็บรอยยิ้ม มือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนกระดาน
เสียงรบกวนรอบข้างถูกตัดขาดไปหมด
เธอวางชอล์กที่เหลือความยาวเพียงหนึ่งเซนติเมตรลง
หันตัวเงยหน้าขึ้น ดวงตางดงามสะกดใจแฝงไว้ด้วยความเย็นชาไม่แยแส
“ฉันเขียนคำตอบเสร็จแล้วค่ะ”
ในจังหวะที่เธอหันหลัง หัวใจของติงเหวินเหว่ยก็กระตุกวูบ
จูซินอี้ดีใจจนลุกขึ้นยืนทันที
เขาร้องตะโกนอย่างห้ามไม่อยู่ “เย่เสี่ยวจิ่น เธอเก่งที่สุดเลย!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น มุมปากของเย่เสี่ยวจิ่นก็กระตุกเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่
คณะกรรมการด้านล่างต่างตกตะลึง อาจารย์ชายคนหนึ่งในนั้นดันแว่นตาอย่างไม่อยากเชื่อ
ดวงตาเป็นประกายวาบ “เธอแน่ใจนะว่าตอบเสร็จแล้ว?”
“ฉันแน่ใจค่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้าอย่างเรียบเฉย ก้าวถอยไปข้างๆ เพื่อให้กรรมการตรวจดูคำตอบ
อาจารย์จากโต๊ะอื่น ๆ ก็เดินมารวมตัวกันหนึ่งถึงสองคน
จางเจี๋ยเซินสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวทางนี้ สายตาพลันจับจ้องที่เย่เสี่ยวจิ่น ดวงตาวาววับ มุมปากยกยิ้มบาง
เขาจ้องมองเธออยู่หลายวินาที ก่อนจะละสายตาไปอย่างเรียบเฉย
เมื่อเย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกถึงสายตาและหันไปมอง จางเจี๋ยเซินก็ก้มหน้าทำโจทย์ต่อแล้ว
หรือว่าเธอจะรู้สึกไปเอง?
เย่เสี่ยวจิ่นกวาดตามองกระดานคำตอบของจางเจี๋ยเซินสองสามครั้งด้วยความประหลาดใจ
คนคนนี้…
น่าสนใจทีเดียว
ที่หน้ากระดานคำตอบโต๊ะหมายเลขห้า
คณาจารย์เจ็ดแปดคนยืนล้อมอยู่หน้ากระดานคำตอบ กำลังตรวจเทียบกับเฉลยทีละขั้น
เขาเป็นอาจารย์ที่มีประสบการณ์มากที่สุดในโต๊ะหมายเลขห้า จึงเป็นธรรมดาที่จะยืนอยู่แถวหน้าสุด
เขากอดอกพลางกวาดตามองจากขั้นตอนแรกลงไป
ตรวจสอบอย่างละเอียดเทียบกับเฉลย
หลังจากตรวจข้อแรกเสร็จ ในใจก็เริ่มรู้สึกหวั่นไหว
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ ไม่มีผิดแม้แต่ขั้นตอนเดียว?
โจวมู่จื๋อสงบจิตใจลง ปลอบใจตัวเองว่าข้อต่อไปต้องผิดแน่ ๆ รีบดูข้อถัดไปทันที
โจทย์ข้อที่สองนั้นเริ่มเกี่ยวข้องกับความรู้ระดับมหาวิทยาลัยแล้ว
โจวมู่จื๋อรู้สึกใจเย็นลงมาก ค่อย ๆ เทียบคำตอบทีละขั้น
เมื่อเห็นว่าคำตอบของเย่เสี่ยวจิ่นไม่ตรงกับเฉลย เขาก็ชี้ด้วยความตื่นเต้น!
“ข้อที่สองของหล่อนผิด!”
“ถึงคำตอบจะถูก แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเธอไม่ได้เดาถูกโดยบังเอิญ”
“เราต้องเข้มงวดกับทัศนคติในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ ถึงคำตอบจะถูกแต่ถ้ากระบวนการผิดก็ใช้ไม่ได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น ในการแข่งขันครั้งนี้ของเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือดูกระบวนการแก้โจทย์ ถ้ากระบวนการผิดก็ต้องหักคะแนน”
พูดจบ โจวมู่จื๋อก็ยิ้มกว้างพลางเดินไปหยิบชอล์กสีแดง เตรียมจะกากบาทที่ข้อสอง
เย่เสี่ยวจิ่นยืนอยู่ด้านข้าง ฟังเสียงของโจวมู่จื๋อที่ฟังดูตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ
อาจารย์คนนี้ สมองมีปัญหาหรือเปล่านะ?
เธอไม่ได้รีบเอ่ยปาก แต่กวาดสายตามองหน้าอาจารย์คนอื่น ๆ ก่อนจะหยุดมองที่อาจารย์หญิงคนหนึ่ง
อี้ซือหรานไม่ได้สังเกตเห็นสายตานั้น หล่อนเพียงขมวดคิ้วพลางเปรียบเทียบข้อสอบข้อที่สองกับเฉลยไม่หยุด
อาจารย์คนอื่น ๆ ต่างรู้ดีว่าโจวมู่จื๋อเป็นอาจารย์อาวุโสของโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง และได้รับความไว้วางใจจากผู้อำนวยการติงเหวินเหว่ย พวกเขาจึงมีความคิดที่จะเอาใจอยู่บ้าง
เมื่อโจวมู่จื๋อพูดขึ้น อาจารย์เหล่านี้ก็รีบพากันเห็นด้วย
“พวกเราให้คะแนนตามขั้นตอน ข้อใหญ่หนึ่งข้อยี่สิบคะแนน หล่อนตอบถูก เราให้หล่อนได้สองคะแนน”
“ฉันก็คิดแบบนั้น มากสุดสองคะแนน ไม่ควรให้มากกว่านี้”
โจวมู่จื๋อถือชอล์กไว้ พลางคำนวณในใจ
เพิ่งดูแค่ข้อสอง เย่เสี่ยวจิ่นก็ถูกหักไปสิบแปดคะแนนแล้ว
ข้อต่อ ๆ ไปคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีข้อผิดพลาดเลย
คราวนี้โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งของพวกเขาได้ที่หนึ่งแน่นอน!
โจวมู่จื๋อดีใจจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ แต่ก็พยายามกลั้นความยินดีพลางพูดว่า “งั้นก็ตามที่ทุกคนว่า ข้อสองให้หล่อนสองคะแนน”
ขณะที่พูดจบ ชอล์กสีแดงก็แตะลงบนกระดานเพื่อเตรียมให้คะแนน
ในตอนนั้น อี้ซือหรานก็เอ่ยขึ้นทันที
“อาจารย์โจว รอก่อนค่ะ”
โรงเรียนมัธยมหมายเลขหกดีกว่าโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดแค่นิดหน่อย ทำให้โจวมู่จื๋ดูถูกอาจารย์จากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหกอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น อี้ซือหรานยังเป็นครูผู้หญิงอีก
สีหน้าเขาไม่สู้ดีนัก แสดงความโกรธที่ถูกขัดจังหวะ “อาจารย์อี้มีอะไรจะพูดหรือ? รีบ ๆ พูดมา อย่ามาเสียเวลาตรวจข้อสอบของพวกเรา”
อี้ซือหรานชินกับการถูกปฏิบัติแบบนี้มานานแล้ว จึงไม่ใส่ใจกับท่าทีของโจวมู่จื๋อเลยสักนิด
หล่อนยกมือชี้ไปที่โจทย์ข้อที่สองบนกระดาน
น้ำเสียงสงบนิ่ง “อาจารย์โจว ฉันแนะนำว่าคุณควรดูกระบวนการแก้โจทย์ของเย่เสี่ยวจิ่นให้ดี ๆ อีกครั้ง แม้การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายครั้งนี้จะไม่ใช่การแข่งขันใหญ่อะไร แต่ถ้าคุณตรวจข้อสอบผิดในการแข่งขันระดับนี้…”
หล่อนยิ้มเย็นชาพลางเหยียดมุมปาก “มันก็จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของคุณอย่างมากนะคะ”
หล่อนกำลังบอกว่าโจวมู่จื๋อตรวจข้อสอบผิดงั้นหรือ?
โจวมู่จื๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ความโกรธจะพลุ่งพล่านขึ้นในใจ
เขามองไปที่อี้ซือหรานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง “คุณหมายความว่ายังไง?!”
……………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ตรวจดูดีๆ นะอาจารย์ ตรวจผิดแล้วเดี๋ยวตัวเองจะขายหน้าแทน
ไหหม่า(海馬)
………………..