ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 510 โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดถูกจับตามอง ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 510 โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดถูกจับตามอง ....................
บทที่ 510 โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดถูกจับตามอง
………………..
บทที่ 510 โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดถูกจับตามอง
หยางกั๋วหัวได้ยินเสียงเยาะเย้ยเหล่านั้นก็ก้มหน้างุดลง
หนิงอวี่ก็ก้มหน้าเช่นกัน ร่างอวบสั่นเทาเล็กน้อย
ส่วนจางเจี๋ยเซินส่งสายตาดุดันมองไปรอบ ๆ
นักเรียนที่ขี้ขลาดบางคนเมื่อสบตากับเขา ก็ตกใจจนไม่กล้าพูดอะไร
ฉินเฟิงตบไหล่หยางกั๋วหัวเพื่อปลอบใจ “ไม่เป็นไร อย่าตื่นตระหนก”
นักเรียนโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดมักถูกนักเรียนโรงเรียนอื่นดูถูกมาตลอด
สายตาประหลาดเหล่านี้ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
พวกครูจากโรงเรียนเหล่านั้นก็ไม่ห้ามปราม ปล่อยให้คนพวกนี้นินทาว่าร้ายไปเรื่อย
หยางกั๋วหัวกับหนิงอวี่เป็นคนค่อนข้างเก็บตัวและมีปมด้อย จึงยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังไม่พูดอะไร
เย่เสี่ยวจิ่นมองเขาแวบหนึ่ง แล้วยิ้มบาง ๆ
หมอนี่แต่งตัวเหมือนนักเลงตัวน้อย แต่กลับมีจิตใจที่ละเอียดอ่อน
ผ่านไปประมาณสิบนาที ประตูโรงยิมก็เปิดออกจากด้านใน
ลำดับการเข้าสนามเริ่มจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งก่อน
สุดท้ายจึงถึงคิวของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
นักเรียนจากโรงเรียนอื่นต่างเดินผ่านหน้านักเรียนโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดอย่างยโสโอหัง จางเจี๋ยเซินเห็นเช่นนั้นจึงเลียฟันกราม พลางยิ้มกึ่งเยาะหยัน
สุดท้ายจึงถึงคิวของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
ที่นั่งของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดถูกจัดไว้ที่มุมห้อง
จูซินอี้แทบจะรักษารอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่อยู่
เจ้าหน้าที่ทำสีหน้าละอายใจ “ขอโทษจริง ๆ ครับ โดยปกติแล้วโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดไม่เคยมาร่วมการแข่งขันนี้ ทุกปีที่ผ่านมาเราเลยไม่ได้เตรียมที่นั่งไว้…”
ลำดับการแข่งขันตัดสินด้วยการจับสลาก
จูซินอี้ไปจับสลากก่อน กลับมาแล้วสีหน้ายิ่งดำมืดกว่าเดิม
ฉินเฟิงเป็นคนช่างพูดที่สุด อดถามไม่ได้ “ผอ.ครับ เป็นยังไงบ้าง”
จูซินอี้กางมือออก เผยให้เห็นแท่งไม้ไผ่ในมือ
ด้านบนเขียนเลข “10”
“พวกเราเป็นกลุ่มที่สิบเหรอ?”
“ครั้งนี้มีโรงเรียนที่เข้าร่วมแค่สิบโรงเรียนเท่านั้น”
จูซินอี้พูดต่อ “ครั้งนี้ในคณะกรรมการไม่มีครูจากโรงเรียนของเรา โรงเรียนอื่น ๆ ก็รวมหัวกันจ้องจะเล่นงานโรงเรียนหมายเลขเจ็ด พวกเขาต้องหาทางจับผิดให้ได้แน่ ๆ”
“พวกเขาจงใจให้เราอยู่กลุ่มสุดท้าย เพื่อจะได้ดูพวกเราขายหน้าพร้อมกัน” จูซินอี้หัวเราะขื่น ๆ
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ยังไงก็ตาม พวกเธอต้องพยายามทำทุกขั้นตอนของโจทย์ให้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้น…”
สิ่งที่เขากังวลตอนนี้คือเย่เสี่ยวจิ่น
ครูจากโรงเรียนอื่น ๆ ต่างรู้ดีว่าเขาอาศัยเย่เสี่ยวจิ่นในการพลิกฟื้นโรงเรียนหมายเลขเจ็ด พวกเขาจะต้องจับจ้องเธอเป็นพิเศษแน่นอน
ถ้าเกิดผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว พวกเขาก็จะต้องไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แน่
“เสี่ยวจิ่น ทำให้ดีที่สุดนะ”
เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้า แสดงว่าเธอเข้าใจสิ่งที่จูซินอี้กังวล
สนามการแข่งขันถูกจัดขึ้นที่ด้านข้างของโรงยิม
คณะกรรมการทั้งยี่สิบคนนั่งรวมกัน ด้านหน้ามีเวทียกสูง บนเวทีมีกระดานโจทย์ติดตั้งอยู่
มีโต๊ะสำหรับตอบคำถามทั้งหมดห้าโต๊ะ คนละหนึ่งโต๊ะ
นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งเป็นกลุ่มแรกที่ขึ้นเวทีแข่งขัน
นักเรียนทั้งห้าคนต่างเชิดหน้าอกผึ่งผาย ดูท่าทางมั่นอกมั่นใจ
หลังจากจับฉลากโจทย์ นักเรียนทั้งห้าคนจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งเริ่มทำข้อสอบบนกระดานพร้อมกัน และวางปากกาเมื่อหมดเวลา
คณะกรรมการจัดการแข่งขันประกาศคะแนนเบื้องต้นออกมาทันที
คะแนนสูงสุดแปดสิบคะแนน ต่ำสุดเจ็ดสิบสองคะแนน
ทั้งห้าคนจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งมีระดับความสามารถไม่ต่างกันมาก
พอคะแนนออกมา ผู้คนรอบข้างก็เริ่มวิจารณ์กัน
“นักเรียนโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ฉันจำได้ว่าการแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิกครั้งที่แล้ว คะแนนสูงสุดแค่เจ็ดสิบ แต่ครั้งนี้คะแนนต่ำสุดก็ยังได้เจ็ดสิบแล้ว”
“ฉันได้ยินมาว่าปีที่แล้วโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งทุ่มเงินจ้างอาจารย์คณิตศาสตร์โอลิมปิกมาสอน อบรมมาทั้งปี แน่นอนว่าต้องต่างกันสิ”
ทุกคนพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ต่างก็อิจฉาโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง
ทั้งทรัพยากรด้านการศึกษา คุณครู และสภาพความเป็นอยู่ล้วนดีเยี่ยม
โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดอยู่ลำดับสุดท้าย ได้แต่นั่งรออยู่ในพื้นที่รอเรียก
เย่เสี่ยวจิ่นพิงพนักเก้าอี้หลับตาอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าเธอกำลังหลับหรือทำอะไรอยู่ ดูสภาพจิตใจสงบมาก
จางเจี๋ยเซินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอก็หลับตาพักผ่อนเช่นกัน
ฉินเฟิงมองดูทั้งสองคนแล้วคิดในใจ
ทำไมสองคนนี้ถึงมีจิตใจที่สงบเยือกเย็นขนาดนี้
เย่เสี่ยวจิ่นนั้นช่างเถอะ อย่างน้อยก็มีตำแหน่งที่หนึ่งของเมืองติดตัวอยู่
แต่ผลการเรียนของจางเจี๋ยเซิน… มันย่ำแย่มากนะ
ฉินเฟิงคิดไม่ออก จึงก้มหน้าทบทวนบทเรียนแบบกระชั้นชิด
หยางกั๋วหัวกับหนิงอวี่ทั้งสองคนมีสีหน้าไม่ค่อยดี พวกเขาเครียดจนไม่รู้จะวางมือวางเท้าไว้ตรงไหน
ดูเหมือนจะทรมานมาก
หลังรอคอยอย่างยากลำบากผ่านไปสามชั่วโมงกว่า ในที่สุดก็ถึงคิวของโรงเรียนมัธยมหมายเจ็ด
หยางกั๋วหัวมีเหงื่อเย็นผุดออกทั่วตัวด้วยความประหม่า ตอนลุกขึ้นยืนยังกอดหนังสือเล่มหนาไว้ในมือ
“หยางกั๋วหัว วางหนังสือลง ห้ามเอาหนังสือขึ้นไป”
หยางกั๋วหัวชะงักฝีเท้า กอดหนังสือค้างอยู่หลายวินาที ก่อนจะวางหนังสือลง
เขากำชุดนักเรียนแน่นด้วยความประหม่า ค่อย ๆ เดินขึ้นไปอย่างเชื่องช้า
พอขึ้นไปบนเวที มือที่ถือชอล์กก็สั่นไปหมด
หนิงอวี่ก็รู้สึกประหม่าเช่นกัน
ฉินเฟิงอยู่โต๊ะสอบหมายเลขสาม จางเจี๋ยเซินอยู่หมายเลขสี่ เย่เสี่ยวจิ่นเดินไปที่หมายเลขห้าอย่างไม่เร่งรีบ
ห้าข้อคำถามจะถูกจับสลากในที่นี้ อาจารย์ที่จับสลากก็จับต่อหน้าทุกคน
ในช่วงเวลานั้น ด้านล่างเวที มีอาจารย์สองคนสลับที่นั่งกัน
“การแข่งขันครั้งนี้น่าสนใจแล้ว”
“นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดพวกนี้ไม่มีใครดูได้เลยสักคน”
“ไม่จริง มีคนหนึ่งนะ”
“หล่อนคือเย่เสี่ยวจิ่นที่โต๊ะหมายเลขห้า เป็นนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมต้นหมายเลขหนึ่งที่สอบเข้าได้เป็นอันดับหนึ่งของเมืองหวายฮว่า”
มีคนพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
ทันใดนั้นก็มีคนพูดเสริมขึ้นมา
“อันดับหนึ่งของเมืองหวายฮว่าเนี่ยนะ เก่งจังเลย”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย
พวกนักเรียนที่เติบโตในเมืองซิงเฉิงพวกนี้ไม่เคยเห็นเย่เสี่ยวจิ่นอยู่ในสายตาเลย
พวกเขาไม่ได้สนใจเย่เสี่ยวจิ่นแม้แต่น้อย
หยางกั๋วหัวที่โต๊ะหมายเลขหนึ่งถือชอล์กด้วยมือสั่นระริก เขียนตัวเลขลงบนกระดานได้แค่ไม่กี่ตัวก็เขียนต่อไม่ได้แล้ว
คนที่ยืนดูอยู่ด้านล่างหัวเราะออกมาดัง ๆ
“ฮ่า ๆๆๆ โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดนี่เก่งจริง ๆ ส่งนักเรียนแบบนี้มาด้วย”
คำพูดเหล่านี้เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจของหยางกั๋วหัว
ความรู้สึกต่ำต้อยและละอายใจแผ่ซ่านไปทั่วก้นบึ้งของหัวใจจนท่วมท้นตัวเขา
ดวงตาของหยางกั๋วหัวแดงก่ำ ชอล์กในมือหักเป็นสองท่อน
หนิงอวี่ที่โต๊ะหมายเลขสองก็เช่นกัน
หล่อนเป็นคนตื่นตูมอยู่แล้ว ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ตอนนี้ในใจมีแต่ความหวาดกลัวตกประหม่า ไม่มีความคิดอะไรเหลืออยู่เลย
หล่อนจึงเขียนไม่ออกเช่นกัน
ราวกับว่าเสียงหัวเราะเยาะของนักเรียนคนอื่นดังก้องอยู่ข้างหู
หล่อนก้มหน้าต่ำ แทบอยากจะมุดลงไปในรอยแยกของพื้นเพื่อหลบซ่อนตัว
ส่วนฉินเฟิงกับจางเจี๋ยเซินมีสภาพดีกว่ามาก
เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะเขียนจริงจัง
แต่ตอนนี้ถอนหายใจแล้วจำใจเริ่มเขียนคำตอบ
ฉินเฟิงไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร แต่เขาแค่แก้โจทย์ไม่เป็น โจทย์ทั้งห้าข้อ เขาไม่เข้าใจแม้แต่ข้อเดียว
ได้แต่แกล้งทำท่าเขียนบนกระดานคำตอบ
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้สนใจว่าคนอื่นเป็นอย่างไร
เธอตั้งใจเขียนคำตอบของตัวเองเท่านั้น
ในเมื่อรับปากจูซินอี้ว่าจะพยายามแล้ว
เธอก็ต้องทำให้ดีที่สุด
“ทุกคนดูเร็ว นักเรียนโรงเรียนหมายเลขเจ็ดที่โต๊ะหมายเลขห้าเริ่มเขียนแล้ว!”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ทำไมสุ่มได้เควสต์ยากจังว้า เหมือนเทความโชคร้ายทั้งหมดลงมาที่โรงเรียนหมายเลขเจ็ดที่เดียวเลย จิ่นเป่าสู้ ๆ นะ ลำบากตัวแบกด้อมอย่างเธอแล้ว
ไหหม่า(海馬)
………………..