ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 507 จงใจคว่ำบาตรโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 507 จงใจคว่ำบาตรโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
บทที่ 507 จงใจคว่ำบาตรโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
………………..
บทที่ 507 จงใจคว่ำบาตรโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
อู๋เหม่ยฉีก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล
“ผู้อำนวยการคะ เรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกต้องนะคะ”
จูซินอี้ก็มองออกเช่นกัน
“ผมจะโทรศัพท์ไปสอบถามดู” จูซินอี้หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา แล้วโทรออกไปหลายสาย
“เอ่อ เหล่ากู้ครับ ผมเอง จูซินอี้นะ…”
ยิ่งโทรศัพท์ไปสอบถามเรื่อยๆ สีหน้าของจูซินอี้ก็ยิ่งแย่ลง จนแทบจะดำเหมือนก้นหม้อ
เมื่อเขาวางสาย หัวใจของอู๋เหม่ยฉีก็จมดิ่งลงเหวลึก
“ท่านผู้อำนวยการคะ…”
จูซินอี้สูดหายใจลึก แทบจะฉีกกระดาษในมือขาด
เขาสูดหายใจลึกอีกครั้ง พยายามกลั้นความโกรธไว้ “คงเป็นเพราะเย่เสี่ยวจิ่นปฏิเสธคำเชิญของโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งแล้วมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งรู้สึกเสียหน้า เลยจงใจก่อเรื่อง”
“เอกสารเปลี่ยนแปลงกฎการแข่งขันถูกส่งมาตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน แต่คนของผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งหาโอกาสเก็บไว้”
“ผู้อำนวยการโรงเรียนอื่น ๆ ก็ถูกเตือนมาแล้ว พวกเขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว เลยไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย”
จูซินอี้ยิ้มขื่น “เพราะเมื่อเทียบโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดกับโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งแล้ว มันไม่คู่ควรจะเอามาเทียบกันเลย”
“คนหนึ่งเป็นผู้อำนวยการที่มีอนาคตไกล อีกคนเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่แทบจะพังแล้ว จะให้เลือกยังไง พวกเขาคงไม่ต้องคิดเลย”
“พวกเขาทำแบบนี้ได้ยังไง!” อู๋เหม่ยฉีโกรธจนตัวสั่น “กว่าโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดจะมีเย่เสี่ยวจิ่น พวกเราก็รอโอกาสครั้งนี้มานานแล้ว…”
จูซินอี้โกรธจนต้องเอามือขยี้ผม แต่แล้วก็ปล่อยมือลงอย่างแค้นใจ
“ไม่ได้ พวกเราจะยอมแพ้แบบนี้ไม่ได้ การแข่งขันมีขึ้นวันพรุ่งนี้แล้ว ผมต้องหาทางแก้!”
หลังจากอู๋เหม่ยฉีออกจากห้องทำงานไป จูซินอี้ก็ถอดสูทออก เผยศีรษะที่เกลี้ยงเกลาเปล่งประกายวับ เขาไม่มีอารมณ์จะจัดการอะไรอีกแล้ว รีบเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
เย่เสี่ยวจิ่นทำหน้างุนงง “ผู้อำนวยการ ทำไมคุณถึงรีบร้อนแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?”
“ฉันเพิ่งรู้วันนี้เองว่า การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายกำหนดให้แต่ละโรงเรียนต้องส่งนักเรียนเข้าร่วมห้าคน ไม่งั้นจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน”
เย่เสี่ยวจิ่นขมวดคิ้ว เธอมาหาจูซินอี้ก็เพื่อเรื่องการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกนี่แหละ
ช่วงนี้เธอยุ่งกับเรื่องอื่น ๆ แถมยังต้องเรียนรู้สิ่งที่เฉิงซิงไห่สอน ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกเลย
จนวันนี้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้จะแข่งแล้ว เลยคิดจะมาถามจูซินอี้เกี่ยวกับขอบเขตของการสอบ
“คุณหมายความว่าโรงเรียนของพวกเราไม่สามารถเข้าร่วมได้แล้วใช่ไหม?”
เธอรู้ว่าจูซินอี้ส่งใบสมัครไปเพียงแค่ใบเดียว นั่นก็คือใบสมัครของเธอ
จูซินอี้ยื่นมือตบไหล่เย่เสี่ยวจิ่น “เธอไม่ต้องกังวลหรอก เรื่องนี้ผู้อำนวยการจะจัดการเอง เธอแค่เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันพรุ่งนี้ก็พอ”
ถึงจะต้องเสียหน้าก็ตาม แต่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดจะต้องเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ให้ได้
หลังจากพูดคุยกันอย่างรีบร้อนไม่กี่ประโยค จูซินอี้ก็หิ้วกระเป๋าเอกสารเดินออกไป
ในดวงตามีความรู้สึกบางอย่างผ่านวูบไป
ครู่หนึ่งผ่านไป เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า โทรหาคนที่ชื่อเฉิงซิงไห่
เฉิงซิงไห่กดดันเธอมาหลายวันแล้ว ถ้าเธอจะหาเรื่องยุ่งยากให้เฉิงซิงไห่บ้าง ก็คงไม่ถือว่าเกินไปใช่ไหม?
ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง ขณะนี้มีติงเหวินเหว่ย เฉียวมู่เหลียงผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขสอง และหม่ากั๋วชิ่งผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขสามอยู่ด้วยกัน
พวกเขาทั้งหมดถือว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในทุกเรื่อง
โรงเรียนมัธยมอื่น ๆ ในเมืองซิงเฉิงก็ทำตามทิศทางของพวกเขาทั้งสาม
สถานะของพวกเขาถูกยกย่องไว้สูงมาก
ติงเหวินเหว่ยรินชาให้เฉียวมู่เหลียงและหม่ากั๋วชิ่งด้วยท่าทางเบิกบานอย่างยิ่ง ยิ้มพลางพูดว่า “นี่เป็นชาเหมาเจียนชั้นดีที่เพิ่งส่งมาเมื่อวานนี้ ถ้าเป็นที่อื่นพวกคุณไม่มีโอกาสได้ดื่มหรอก”
เฉียวมู่เหลียงมีใบหน้าแบบคนจีนทั่วไป ดูซื่อตรงและเคร่งขรึม แต่ดวงตากลับไม่ซื่อ มีประกายแวววาวอยู่ในนั้น
“ใช่แล้วละ โรงเรียนมัธยมของพวกเราหลายแห่งนี้ ก็มีแต่ในห้องทำงานของท่านติงเท่านั้นที่จะได้ดื่มชาแบบนี้” เฉียวมู่เหลียงยกถ้วยชาขึ้นมาดมที่จมูก “แค่ได้กลิ่นหอมแบบนี้ ก็รู้สึกชื่นใจแล้ว”
ทั้งสามคนจิบชาพลางคุยกันเรื่องโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
“ฉันอยากจะดูว่าจูซินอี้จะยังดีใจได้อีกไหม” ติงเหวินเหว่ยหัวเราะเยาะพลางใช้นิ้วลูบขอบถ้วยชาอย่างช้า ๆ
“เขายังคิดจริงๆ หรือว่ามีแค่เย่เสี่ยวจิ่นคนเดียวแล้วจะทำให้โรงเรียนห่วย ๆ ของเขาฟื้นคืนชีพได้?”
เฉียวมู่เหลียงแทรกขึ้นมา “ใช่ ๆ”
“แค่นักเรียนคนเดียว จะก่อคลื่นลมอะไรได้มากนักหนา”
“เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันเจอจูซินอี้แล้วทักทายเขาด้วย เขายังทำเป็นไม่สนใจ พรุ่งนี้เขาต้องร้องไห้แน่”
“ฉันอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของเขาในวันพรุ่งนี้”
หม่ากั๋วชิ่งก็พูดว่า “เปิดเทอมมาแค่เดือนกว่า ๆ จูซินอี้ก็กล้าเชิดหน้าขึ้นมาทำตัวเป็นคนแล้ว ไม่กลัวเอวจะเคล็ดบ้างเลย”
“โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดนั่นมันโรงเรียนขยะ ไม่ควรจะมีอยู่ต่อไปด้วยซ้ำ”
ในสามคนนี้ หม่ากั๋วชิ่งเป็นคนที่หวังให้โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดปิดตัวลงมากที่สุด
โรงเรียนมัธยมหมายเลขสามของเขาอยู่ติดกับโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด เมื่อเร็ว ๆ นี้โรงเรียนมัธยมหมายเลขสามได้รับเงินสนับสนุนก้อนหนึ่ง เขาจึงคิดจะขยายลู่วิ่งของโรงเรียน และที่ดินของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดก็เหมาะสมที่สุด
ถ้าโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดปิดตัวลง ก็จะสามารถยื่นเรื่องขอให้ที่ดินนั้นมาเป็นของโรงเรียนมัธยมหมายเลขสาม
หม่ากั๋วชิ่งรอคอยให้โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดกลายเป็นโรงเรียนร้างในอีกสองปีนี้ จึงไม่มีความประทับใจที่ดีต่อเย่เสี่ยวจิ่นผู้เป็นนักเรียนเรียนดีที่ดื้อดึงจะไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
ติงเหวินเหว่ยรินชาเพิ่มอีกถ้วย จิบช้า ๆ พลางพูดว่า “ฉันยังรอดูตอนที่เย่เสี่ยวจิ่นมาคุกเข่าขอโทษฉันที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งอยู่”
“โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดมีสภาพแบบนั้น หล่อนจะทำอะไรได้”
“ฉันก็ไม่ได้อยากได้นักเรียนที่สอบได้ที่หนึ่งของเมืองแบบหล่อนหรอก”
“ใช่ ๆ” เฉียวมู่เหลียงรีบพูด “รอบนี้ชั้นเรียนมัธยมปลายปี 1 คนใหม่ของโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งมีนักเรียนที่สอบได้ที่หนึ่งของเมืองตั้งหลายคน”
แม้แต่นักเรียนที่สอบได้ที่หนึ่งของเมืองซิงเฉิงก็มาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหนึ่ง
เย่เสี่ยวจิ่นเป็นเพียงเด็กสาวที่มาจากชนบท จะไปเทียบกับนักเรียนในเมืองที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดีตั้งแต่เด็กได้อย่างไร
โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดตกต่ำมาหลายปี จูซินอี้มีเส้นสายที่พอจะติดต่อได้เหลืออยู่ไม่มากแล้ว
เขาวุ่นวายอยู่ทั้งช่วงเช้า จนถึงบ่ายโมงก็ยังไม่ได้พบใครสักคน
วันนี้แดดแรงมาก เสื้อด้านหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ผมก็เปียกชื้นลู่ติดข้างขมับ ดูทุลักทุเลมาก
จูซินอี้ก้มหน้า ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
ไม่ใช่เพราะกลัวคนอื่นจะจำเขาได้ แต่เพราะไม่มีความกล้าที่จะเงยหน้าขึ้น
หาคนไม่เจอ หาเส้นสายไม่ได้ พรุ่งนี้เย่เสี่ยวจิ่นก็จะไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน
เขาทำให้โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดผิดหวัง และทำให้ความพยายามหลายวันของเย่เสี่ยวจิ่นสูญเปล่า
จูซินอี้กลืนซาลาเปากับน้ำลงไป พักเอาแรงสักครู่ แล้วคิดว่าจะไปหาเส้นสายจากที่ไหนได้อีกบ้าง
ขณะที่เขากำลังจะยันเข่าลุกขึ้น จู่ ๆ ก็มีเงาทอดยาวหลายเงาปรากฏขึ้นตรงหน้า
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น
“ตอนที่ลุงหม่าบอกผม ผมยังไม่เชื่อเลย ผู้อำนวยการจู เป็นคุณจริง ๆ ด้วย ทำไมคุณถึงมาอยู่ในสภาพแบบนี้ล่ะ?”
“อากาศร้อนขนาดนี้ นั่งอยู่หน้าสำนักงานการศึกษามันร้อนจะตายไป ทำไมไม่เข้าไปนั่งข้างในล่ะ?”
เขาค้ำเข่าอย่างสบาย ๆ ก้มลงชื่นชมสภาพอันน่าอเนจอนาถของจูซินอี้ น้ำเสียงเจือแววสมน้ำหน้าอย่างปิดไม่มิด
คำพูดที่เอ่ยออกมานั้นดูสวยหรู “ผู้อำนวยการจู อากาศร้อนขนาดนี้ อย่านั่งตากแดดอยู่เลย รีบกลับไปเถอะ”
“ชะตากรรมของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดถูกกำหนดไว้แล้ว ต่อให้คุณดิ้นรนยังไงก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
“แถมดูสภาพคุณสิ”
เขาแกล้งถอนหายใจ “ไม่จำเป็นต้องทำให้ตัวเองเหนื่อยขนาดนี้เลย”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
รวมหัวกันโกงชัดๆ ถอดสิทธิ์สามโรงเรียนนี่ให้หมด
ไหหม่า(海馬)
………………..