ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 506 สูญเสียสิทธิ์ในการแข่งขัน
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 506 สูญเสียสิทธิ์ในการแข่งขัน
บทที่ 506 สูญเสียสิทธิ์ในการแข่งขัน
………………..
บทที่ 506 สูญเสียสิทธิ์ในการแข่งขัน
“ต่อไปอย่าได้มาปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีก”
เย่เสี่ยวจิ่นจ้องตรงไปที่จูซินอี้ “อาจารย์ใหญ่คะ ฉันชอบสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ”
จูซินอี้เข้าใจในทันที “เรื่องครั้งนี้ผมจะปล่อยผ่านไป แต่ถ้าผมจับได้อีกว่าคุณใช้อำนาจรังแกคนอื่น ผมจะให้ออกจากโรงเรียนทันที”
หวังเฟิ่งอิงได้สติกลับมา รีบกล่าวขอบคุณเย่เสี่ยวจิ่นนับพันครั้ง
ฉินเหยาสีหน้าซีดเผือด ไม่คิดว่าตัวเองจะไปก่อเรื่องกับเย่เสี่ยวจิ่นเข้า
เย่เสี่ยวจิ่นเป็นคนที่จูซินอี้เชิญมาที่โรงเรียนเองนะ
หวังเฟิ่งอิงรีบคว้ามือฉินเหยา พูดพร้อมกับยิ้มแหย “ไปกันเถอะ ไปกันเถอะ”
ฉินเหยาก็ไม่กล้าอยู่ต่อ ทั้งสองรีบจากไปอย่างลนลาน
จูซินอี้มองดูเย่เสี่ยวจิ่นอย่างระมัดระวัง “เสี่ยวจิ่น เรื่องนี้เป็นความผิดของฉันเองที่จัดการไม่ดี ไม่ได้แจ้งผู้ดูแลหอพักล่วงหน้า”
“ห้องพักข้าง ๆ ฉันไม่ได้จัดให้นักเรียนคนอื่นเข้าพัก ดังนั้นที่นี่จะเงียบสงบแน่นอน จะไม่มีใครมารบกวนเธอทั้งนั้น”
จูซินอี้พูดต่อ “เธอตั้งใจเรียนที่โรงเรียนนี้ได้อย่างสบายใจเลย”
เขาหยิบบัตรสีเทาออกมาจากกระเป๋า “นี่คือบัตรยืมหนังสือของห้องสมุดโรงเรียน สามารถยืมหนังสือได้ทุกเล่ม”
ห้องสมุดของโรงเรียนอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลเมืองซิงเฉิง กฎการยืมหนังสือนั้นเข้มงวดมาก จูซินอี้ต้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงจะขอบัตรใบนี้มาได้
เย่เสี่ยวจิ่นรับบัตรมาด้วยความประหลาดใจ
จูซินอี้มองออกถึงความคิดของเธอ
จูซินอี้เผชิญหน้ากับสายตาของเธอ เขายกมือขึ้นจัดผมโดยไม่รู้ตัว ยิ้มอ่อนโยน “ฉันได้ยินว่าเธอชอบอ่านหนังสือ ก็เลยคิดว่าเธอคงอยากไปห้องสมุด”
ของขวัญชิ้นนี้ถูกใจเย่เสี่ยวจิ่นมาก
เห็นเธอมีท่าทางดีใจ จูซินอี้ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย
เขาฉวยโอกาสนี้หยิบใบสมัครการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายออกมา
เย่เสี่ยวจิ่นกวาดตามองใบสมัคร
ที่แท้ก็รอเธอเพราะเรื่องนี้นี่เอง
จูซินอี้รู้สึกลิงโลดใจ “เสี่ยวจิ่น กฎของการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายไม่เข้มงวดขนาดนั้น แต่ก็แตกต่างจากกฎการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกที่เธอเคยไปแข่งที่ปักกิ่ง”
“ถึงอย่างนั้นทุกอย่างก็มีหลักการเดียวกัน ถ้าเธอมีความสามารถ ก็ไม่มีปัญหาอะไร”
จูซินอี้คิดว่าเย่เสี่ยวจิ่นอาจจะคว้าแชมป์กลับมาได้
ถ้าเป็นแบบนั้น เขาคงจะดื่มฉลองให้สุขอุราตลอดสามวันสามคืน
จูซินอี้กลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ หยิบหมึกประทับออกมา เย่เสี่ยวจิ่นเซ็นชื่อลงในช่องลายเซ็น แล้วจุ่มนิ้วชี้ข้างซ้ายลงในหมึกประทับ กดประทับลายนิ้วมือลงไป
จูซินอี้เป่าลายนิ้วมือให้แห้ง แล้วเก็บใบสมัครเข้าไปในกระเป๋าเอกสารอย่างระมัดระวัง
เขากวาดตามองรอบ ๆ “เสี่ยวจิ่น ถ้าเธอต้องการอะไรบอกฉันได้เลย ฉันจะหามาให้ทุกอย่าง”
“ขอบคุณท่านผู้อำนวยการค่ะ ฉันไม่ขาดอะไรแล้ว”
“ดี ๆ” จูซินอี้ยิ้ม ตอนที่กำลังจะจากไปก็หันกลับมา “เกือบลืมไปเลย”
เขาล้วงบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าอีกข้าง “นี่เป็นบัตรอาหาร เธอไม่ต้องเติมเงินเข้าไป ทางโรงเรียนจะเติมเงินเข้าบัตรอาหารของเธอเป็นประจำ”
“ถือว่าเป็นรางวัลที่เธอมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด”
จูซินอี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคนมีความสามารถอย่างเย่เสี่ยวจิ่นจริง ๆ
เขาให้รางวัลเธอแทบจะทุกอย่างที่สามารถให้ได้
จูซินอี้และอู๋เหม่ยฉีต่างก็ยุ่ง พูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยคก็แยกย้ายกันไป
ป้าแม่บ้านที่ช่วยดูแลหอพักมองมาที่เย่เสี่ยวจิ่นด้วยความชื่นชม “ที่แท้หนูก็เก่งขนาดนี้นี่เอง”
เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มอย่างถ่อมตัวโดยไม่พูดอะไร
ตั้งแต่เข้าเรียนมัธยมปลาย จำเป็นต้องมีการเรียนพิเศษทั้งเช้าและเย็น
ช่วงเรียนพิเศษตอนเช้า
ในห้องเรียนเงียบสงัด
เพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน อู๋เหม่ยฉีก็เป็นครูที่เข้มงวดมาก กระทั่งนักเรียนที่ซนที่สุดก็ยังต้องเชื่อฟังหล่อนอย่างว่าง่าย
ดังนั้นแม้ในห้องจะมีคนตั้งใจเรียนไม่มาก แต่ทุกคนก็เงียบสงบดี
หลังจากเรียนไปประมาณหนึ่งเดือน จูซินอี้ก็แจ้งเย่เสี่ยวจิ่นว่าการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายกำลังจะเริ่มขึ้น
การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายของเมืองซิงเฉิงจัดขึ้นโดยความร่วมมือของโรงเรียนมัธยมปลายหลายแห่งในเมือง
จัดขึ้นที่สนามกีฬาเมืองซิงเฉิง
ในทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ตำแหน่งที่หนึ่งถึงสามล้วนถูกครอบครองโดยโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งและโรงเรียนมัธยมหมายเลขสอง ทำให้ทั้งสองโรงเรียนได้รับเงินลงทุนมากมาย
โรงเรียนอื่น ๆ ได้รับส่วนแบ่งเพียงเศษเนื้อเล็กน้อย
โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดนั้นน่าสงสารที่สุด แม้แต่กระดูกก็ไม่มีให้แทะ
ใบสมัครถูกส่งไปยังคณะกรรมการตั้งแต่เช้าแล้ว
ครั้งนี้คณะกรรมการการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายของเมืองซิงเฉิงล้วนถูกคัดเลือกมาจากครูแกนนำของโรงเรียนมัธยมในเมืองซิงเฉิง
มีครูทั้งหมดยี่สิบคน ส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง โรงเรียนมัธยมหมายเลขสอง และโรงเรียนมัธยมหมายเลขสาม
โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดมีครูที่พอจะเป็นตัวแบกได้แค่อู๋เหม่ยฉี แต่อู๋เหม่ยฉีเป็นครูฟิสิกส์ ไม่ตรงสาขา
คณะกรรมการตรวจสอบใบสมัครล่วงหน้าเพียงหนึ่งวัน ใบสมัครถูกส่งไปให้ครูทั้งยี่สิบคน พวกเขาตรวจดูทีละใบ
พวกเขาเริ่มพูดคุยกัน
“หลิวอวี่จากโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งมาสมัครด้วย”
“ใช่ ผมนับดูแล้ว โรงเรียนมัธยมหนึ่งมีนักเรียนสมัครมาห้าคน”
การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายให้โควตาแต่ละโรงเรียนมากที่สุดแค่ห้าคน
โรงเรียนทั่วไปจะส่งนักเรียนเข้าร่วมห้าคน
“การแข่งขันครั้งนี้มีกฎใหม่เพิ่มขึ้นมา แต่ละโรงเรียนต้องมีนักเรียนเข้าร่วมห้าคนถึงจะมีคุณสมบัติเข้าแข่งขันได้ หรือว่าผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลขเจ็ดไม่ทราบเรื่องนี้?”
ครูที่พูดชื่ออี้ซือหราน เป็นครูจากโรงเรียนหมายเลขหก ปกติมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอู๋เหม่ยฉี
เมื่อหล่อนพูดจบ ครูคนอื่น ๆ ต่างก้มหน้าไม่ส่งเสียง
อี้ซือหรานนึกขึ้นได้บางอย่าง บนใบหน้าปรากฏความโกรธเคืองขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
หล่อนเก็บใบสมัครของเย่เสี่ยวจิ่นเข้าที่
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ทันทีที่เลิกประชุม หล่อนก็รีบไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรหาอู๋เหม่ยฉี เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
อู๋เหม่ยฉีเพิ่งสอนฟิสิกส์จบพอดี พอได้รับโทรศัพท์ก็รีบร้อนไปที่ห้องผู้อำนวยการทันที
ในห้องผู้อำนวยการ
พรุ่งนี้จะเป็นการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายซึ่งโรงเรียนหมายเลขเจ็ดไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันมาหลายปีแล้ว คราวนี้จูซินอี้จึงตัดสินใจจะนำทีมไปด้วยตัวเอง หวังว่าจะได้กู้หน้ากลับมาสักครั้ง
เขาตั้งใจให้ภรรยาจัดเตรียมชุดสูทที่ดูดีที่สุด รีดให้เรียบเนี้ยบ เพื่อเก็บไว้ใส่พรุ่งนี้
ตอนที่อู๋เหม่ยฉีเคาะประตู จูซินอี้กำลังลองชุดสูทอยู่หน้ากระจก
เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เขารีบวางมือลง นั่งลงบนเก้าอี้ ทำหน้าขรึมขึง
“เชิญเข้ามา”
“ผู้อำนวยการ ฉันเพิ่งได้รับข่าวว่าการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมัธยมปลายครั้งนี้ ทางโรงเรียนต้องส่งนักเรียนเข้าร่วมห้าคนถึงจะแข่งขันได้”
รอยยิ้มของจูซินอี้ค้างอยู่บนใบหน้า “อะไรนะ?”
เขาคิดว่าตัวเองได้ยินผิดไป
“ต้องส่งนักเรียนห้าคน?”
“กฎนี้ตั้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ทุกปีที่ผ่านมาไม่เคยจำกัดจำนวนผู้เข้าแข่งขันนี่ แค่ไม่เกินห้าคนก็พอ”
จูซินอี้ลุกขึ้นยืน เดินไปเดินมา “คุณได้ยินข่าวนี้มาจากไหน?”
“ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งเป็นครูที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหก หล่อนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดการแข่งขันครั้งนี้พอดี วันนี้ตอนที่พวกเขาตรวจสอบใบสมัคร หัวหน้าใหญ่พูดด้วยตัวเองเลย”
จูซินอี้รู้สึกว่าเส้นด้ายแห่งเหตุผลในสมองของเขาขาดสะบั้นไปแล้ว
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย?!”
ตามหลักการแล้ว ถ้ากฎเกณฑ์มีการเปลี่ยนแปลง จะต้องมีคนมาแจ้งให้เขาทราบแน่นอน
หรืออย่างน้อยจูซินอี้ก็ควรจะได้ยินข่าวคราวอะไรบ้าง
แต่ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยได้ยินข่าวคราวอะไรแม้แต่น้อยเลย!
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
อ้าวเฮ้ย วางแผนตัดสิทธิ์โรงเรียนหมายเลขเจ็ดแบบเนียนๆ เหรอ กรรมการชุดนี้มันยังไงกัน
ไหหม่า(海馬)