ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 503 ห้องเรียนที่หนึ่ง ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 503 ห้องเรียนที่หนึ่ง ....................
บทที่ 503 ห้องเรียนที่หนึ่ง
………………..
บทที่ 503 ห้องเรียนที่หนึ่ง
ภายใต้สายตาของทุกคน เย่เสี่ยวจิ่นค่อย ๆ ยกมือขึ้นช้า ๆ แล้วลุกขึ้นยืน
“ฉันเองค่ะ”
เสียงอุทานดังขึ้นรอบ ๆ ทันที
“คนนี้คือเย่เสี่ยวจิ่นเหรอ?”
“ไม่คุ้นหน้าเลย ที่แท้เย่เสี่ยวจิ่นก็หน้าตาแบบนี้นี่เอง! ใครกันนะที่พูดว่าหล่อนขี้เหร่และบ้านนอก แถมยังพูดอย่างมั่นใจอีก?!”
คนที่เคยพูดแบบนั้นต่างก้มหน้าด้วยความละอาย
พวกหล่อนจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจริง ๆ แล้วเย่เสี่ยวจิ่นหน้าตาเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาล้วนพูดไปตามอำเภอใจ
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้มองไปรอบ ๆ เพียงแค่เงยหน้าขึ้นสบตากับอู๋เหม่ยฉีเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน อู๋เหม่ยฉีก็กำลังพินิจพิจารณาเย่เสี่ยวจิ่นอยู่เช่นกัน
และยังฝากคนไปหาสำเนาข้อสอบของเธอมาศึกษาอยู่หลายวัน
ความประทับใจที่มีต่อเย่เสี่ยวจิ่นก็คือ นักเรียนคนนี้ฉลาดมาก พื้นฐานก็แน่นมาก ความรู้ที่เรียนรู้ด้วยตัวเองก็ใกล้จะถึงระดับมหาวิทยาลัยแล้ว
คนแบบนี้ บางทีอาจจะทำให้โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้จริงๆ
ตอนนี้พอได้เห็นตัวจริง อู๋เหม่ยฉี่รู้สึกมั่นใจในสัญชาตญาณของหล่อนมากขึ้น
ปกติเวลาสอนในโรงเรียน หล่อนจะดุมาก จนนักเรียนที่ซนที่สุดในโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดก็ยังกลัวหล่อน
แต่กับเย่เสี่ยวจิ่นไม่เป็นแบบนั้น
ในแววตาของเธอไม่มีความกลัวเลยสักนิด มีแต่ความเคารพอย่างเท่าเทียม
อู๋เหม่ยฉี่ไม่ได้หวังให้นักเรียนกลัวตน หล่อนหวังว่าจะมีความสัมพันธ์ในการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกับนักเรียนมากกว่า แต่นักเรียนโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด… เฮ้อ ไม่พูดถึงดีกว่า
อู๋เหม่ยฉี่จ้องมองเย่เสี่ยวจิ่นอยู่พักหนึ่ง มุมปากปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ อย่างหาได้ยาก
หล่อนโบกมือ
“เอาล่ะ นั่งลงเถอะ”
นักเรียนคนอื่น ๆ ยังคงอยู่ในความตกตะลึง
นี่คือหน้าตาของเย่เสี่ยวจิ่นหรือ? ใบหน้านั้นเป็นหน้าคนสวยโดยกำเนิด แม้จะยังไม่เบ่งบานเต็มที่ แต่ตอนนี้ก็เห็นได้บ้างแล้ว
สำคัญที่สุดคือบุคลิกผู้นำของเธอไม่เหมือนคนที่มาจากชนบทเลย ถ้าบอกว่าเธอมาจากตระกูลใหญ่ พวกเขาก็เชื่อ
หลังจากให้เย่เสี่ยวจิ่นนั่งลงแล้ว สีหน้าของอู๋เหม่ยฉี่ก็กลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
ให้นักเรียนทุกคนขึ้นไปแนะนำตัวบนเวทีคนละรอบ
บางคนที่พูดเก่งก็แนะนำตัวยาว ยืนพูดอยู่บนเวทีตั้งหลายนาที
บางคนที่ขี้อายหน่อยยืนอยู่บนเวทีตั้งนาน กว่าจะพูดชื่อตัวเองออกมาได้
เมื่อถึงคิวของเย่เสี่ยวจิ่น เธอดึงมือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วเดินขึ้นเวที
เชิดคางขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเรียบเฉยแต่ใสกังวานน่าฟัง
“ฉันชื่อเย่เสี่ยวจิ่น”
ฉินเฟิงแอบมองเย่เสี่ยวจิ่น รู้สึกเหมือนโดนศรปักอก เท่มากเลย!
พอเย่เสี่ยวจิ่นกลับมานั่งที่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะชวนคุย
“เธอคือเย่เสี่ยวจิ่นนี่เอง ฉันนึกว่าเธอเป็นคนรวยมาจากตระกูลใหญ่ซะอีก”
พอรู้ว่าเธอคือเย่เสี่ยวจิ่น ฉินเฟิงก็ไม่รู้สึกเกร็งอีกต่อไป
คิดว่าพวกเขาต่างก็มาจากชนบทเหมือนกัน ฐานะทางบ้านคงพอ ๆ กัน
เขาไม่รู้สึกกลัวที่จะชวนเย่เสี่ยวจิ่นคุยแล้ว
“คะแนนของเธอคงจะดีมากสินะ แต่ข้อสอบจบการศึกษาของเมืองซิงเฉิงนั้นต่างจากที่อื่นนะ”
เขาคิดว่าคะแนนของเย่เสี่ยวจิ่นคงจะดีในระดับปานกลาง
อาจจะพอ ๆ กับเขา
ตอนที่เขาสอบจบ คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 85 คะแนน เย่เสี่ยวจิ่นก็น่าจะได้ใกล้เคียงกับเขา
ฉินเฟิงที่แต่เดิมรู้สึกหงุดหงิด ไม่คิดว่าจะบังเอิญได้นั่งข้าง ๆ เย่เสี่ยวจิ่น พลันรู้สึกราวกับว่าเป็นเพื่อนร่วมชะตากัน
เย่เสี่ยวจิ่นเมื่อคืนจมอยู่กับการเรียนมานาน วันนี้ก็ตื่นแต่เช้า ความง่วงจึงถาโถมเข้ามาเป็นระลอก
เธอทิ้งตัวลงบนโต๊ะทันที เสียงพูดแฝงความเหนื่อยล้า “อย่าส่งเสียงดังนะ ฉันอยากนอนสักหน่อย”
ฉินเฟิงก้มมอง เย่เสี่ยวจิ่นหลับตานอนคว่ำอยู่บนโต๊ะแล้ว
เธอนอนตะแคงข้าง เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งหนึ่งที่งดงามประณีต
ฉินเฟิงรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงขึ้นมาทันที
ใบหน้าสีแทนของเขาพลันร้อนผ่าว แดงจัดราวกับจะมีเลือดหยด
เขารีบก้มหน้าลง สายตาเลื่อนลอยไปมาอย่างไม่มั่นคง
วันนี้นอกจากพิธีเปิดเทอมก็ไม่มีเรื่องสำคัญอะไร อู๋เหม่ยฉีกวาดสายตามองไปที่เย่เสี่ยวจิ่น เห็นเธอกำลังนอนหลับอยู่ก็ไม่ได้พูดอะไร
จากนั้นก็จัดการเรื่องต่าง ๆ ของชั้นเรียนต่อไป
เมื่อมีอู๋เหม่ยฉีคอยจับตาดูอยู่ข้าง ๆ พวกเขาก็ไม่กล้าพูดเสียงดัง
ผ่านไปสักพัก นักเรียนหญิงคนหนึ่งยกมือถามขึ้น “คุณครูอู๋ เย่เสี่ยวจิ่นนอนหลับอยู่ ทำไมไม่ปลุกหล่อนให้มาทำความสะอาดด้วยกันล่ะคะ”
อู๋เหม่ยฉีเงยหน้ามองนักเรียนหญิงคนนั้น
สายตาของหล่อนมีความกดดันในตัว ทำให้นักเรียนหญิงคนนั้นลดความมั่นใจลงโดยไม่รู้ตัว
“ปล่อยให้หล่อนนอนไป เก็บขยะไว้ให้หล่อนทิ้ง”
พอได้ยินคำพูดนี้ นักเรียนคนอื่น ๆ ก็ไม่มีความเห็นอะไรอีก
ไม่มีใครกล้าไปรบกวนเย่เสี่ยวจิ่น ส่วนใหญ่เป็นเพราะก่อนหน้านี้เธอแสดงบุคลิกที่ดูยิ่งใหญ่มาก ทุกคนจึงมีความประทับใจที่ดีต่อเธอและรู้สึกหวั่น ๆ กับเธออยู่บ้าง
จนกระทั่งการทำความสะอาดใหญ่ใกล้จะเสร็จ เย่เสี่ยวจิ่นก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยท่าทางง่วงงุน ยังไม่ค่อยตื่นดี
ฉินเฟิงถือผ้าขี้ริ้วอยู่ในมือเพิ่งเช็ดหน้าต่างเสร็จ เห็นเย่เสี่ยวจิ่นตื่นแล้ว จึงรีบเดินเข้ามาหา “เธอตื่นแล้วเหรอ พวกเราเพิ่งทำความสะอาดครั้งใหญ่เสร็จ อาจารย์อู๋เห็นเธอหลับสนิทเลยไม่ปลุก”
“งานเสร็จเกือบหมดแล้ว เหลือแค่ทิ้งขยะเท่านั้น”
มันเป็นถังสีแดง ปากถังกว้างประมาณ 70-80 เซนติเมตร ซึ่งดูใหญ่มาก ราวกับใส่เย่เสี่ยวจิ่นได้ถึงสองคน
ฉินเฟิงรีบเก็บผ้าขี้ริ้วแล้วพูดอย่างกระตือรือร้น “ฉันเช็ดหน้าต่างเสร็จแล้ว เราไปทิ้งขยะด้วยกันนะ”
ถังขยะใบใหญ่ขนาดนี้ เย่เสี่ยวจิ่นคนเดียวคงยกไม่ไหว
อีกอย่าง ข้างในยังมีเศษไม้ที่พังอยู่เยอะ หนักพอสมควร
เย่เสี่ยวจิ่นคิดว่าตัวเองไม่มีปัญหา น้ำหนักแค่นี้ เธอถือได้มือละถัง
แต่ว่า
เธอกวาดตามองฉินเฟิง แล้วเอามือปิดปากหาว ไม่ได้ปฏิเสธ พยักหน้า “ขอบคุณนะ”
สภาพหอพักของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดไม่ค่อยดี ประกอบกับนักเรียนส่วนใหญ่มีบ้านอยู่แถวนี้ จึงมีคนพักอาศัยรวมกันที่หอพักแค่สิบกว่าคน
ทางโรงเรียนเลยจัดการเปลี่ยนห้องพักที่คับแคบให้เป็นห้องเดี่ยว
แบ่งเป็นชั้นหอพักหญิงหนึ่งชั้น ชั้นหอพักชายหนึ่งชั้น
แม้จะไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็อยู่ได้อย่างสบายพอสมควร
ประมาณบ่ายสองโมง หลินหงป๋อส่งคนมาส่งของใช้ในชีวิตประจำวันให้เธอ
มีผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งคน
ผู้ชายช่วยแบกถุงขึ้นมาที่หอพัก ส่วนผู้หญิงเดินตามมาที่ห้อง พอวางของตรงโน้นตรงนี้เสร็จ เย่เสี่ยวจิ่นยังไม่ทันได้พูดอะไร หล่อนก็เริ่มจัดของทันที
ขณะที่แกะถุงห่ออย่างคล่องแคล่ว หล่อนก็พูดว่า “คุณหลินให้พวกเรามาช่วยจัดการเรื่องที่พักให้คุณ คุณพักผ่อนก่อน จะอ่านหนังสือก็ได้นะ เดี๋ยวฉันจะจัดให้เสร็จเร็ว ๆ”
หลินหงป๋อคงจ้างคนสองคนนี้มา
เย่เสี่ยวจิ่นจึงนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ หยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่าน
ชั้นนี้มีนักเรียนหญิงอยู่หลายคน
มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องจากหลายห้องเรียน
ประตูห้องไม่ได้ปิด คนที่เดินผ่านไปมาจึงมองเห็นสภาพข้างในได้ชัดเจน
มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งเดินผ่านมา เหลือบมองเข้ามาในห้อง แล้วหยุดชะงักหันไปมองเพื่อนที่เดินมาด้วยทันที
“ทำไมฉันรู้สึกว่าห้องพักห้องนี้ดูแตกต่างจากที่พวกเราอยู่จัง?”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
จิ่นเป่าแลดูมีออร่ายิ่งใหญ่มาก ใครคิดจะกลั่นแกล้งจิ่นเป่าก็ต้องคิดหนักหน่อยนะ
ไหหม่า(海馬)
………………..