ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 502 เย่เสี่ยวจิ่นต้องดูขี้เหร่และบ้านนอกแน่ๆ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 502 เย่เสี่ยวจิ่นต้องดูขี้เหร่และบ้านนอกแน่ๆ
บทที่ 502 เย่เสี่ยวจิ่นต้องดูขี้เหร่และบ้านนอกแน่ๆ
………………..
บทที่ 502 เย่เสี่ยวจิ่นต้องดูขี้เหร่และบ้านนอกแน่ๆ
วันที่ 1 กันยายนคือวันเปิดเทอมอย่างเป็นทางการ
ในวันนี้โรงเรียนส่วนใหญ่ในเมืองซิงเฉิงมีนักเรียนมากมายจนแน่นขนัด มีเพียงโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดเท่านั้นที่นับจำนวนคนได้
คนที่มาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดล้วนไม่ค่อยสนใจเรื่องการเรียน ดังนั้นจึงไม่ค่อยกระตือรือร้นกับการสมัครเรียน
พิธีเปิดภาคเรียนของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดกำหนดไว้ตอนเก้าโมงเช้าตรง แต่จนถึงแปดโมงห้าสิบนาทีแล้วนักเรียนบางห้องก็ยังมาไม่ครบ
คุณครูโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดต่างก็ชินชากับเรื่องแบบนี้แล้ว
ปีนี้ระดับมัธยมปลายปีหนึ่งของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดมีเพียงห้าห้องเรียน รวมแล้วมีนักเรียนแค่สองร้อยกว่าคน ซึ่งน้อยกว่าโรงเรียนในชนบทห่างไกลเสียอีก
ตอนที่จัดห้องเรียนให้เย่เสี่ยวจิ่น จูซินอี้ก็กลุ้มใจจนผมร่วงไปอีกกำหนึ่ง
“ปีนี้มัธยมปลายปีหนึ่งมีนักเรียนแค่สองร้อยห้าสิบคน แถมยังเป็นพวกที่โรงเรียนอื่นไม่อยากรับ…”
เมื่อนักเรียนไม่สนใจการเรียน พิธีเปิดภาคเรียนของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดก็จัดอย่างลวก ๆ จูซินอี้ขึ้นเวทีพูดไม่กี่ประโยคก็จบพิธี
เมื่อเลิกประชุม เย่เสี่ยวจิ่นก็มองนาฬิกา
ยังไม่ถึงเก้าโมงครึ่ง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พิธีเปิดภาคเรียนก็จบลงแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นสอดมือลงในกระเป๋ากางเกงนักเรียนอย่างไม่ใส่ใจ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ไม่ผิดจริง ๆ ที่เธอเลือกโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
งานน้อยดี
จูซินอี้จัดให้เย่เสี่ยวจิ่นอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่หนึ่งห้องหนึ่ง
นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่หนึ่งห้องหนึ่งถือเป็นนักเรียนที่มีศักยภาพพอสมควรที่คัดเลือกมาจากนักเรียนกว่าสองร้อยคน
พวกเขาไม่ใช่ว่าไม่รักการเรียน แต่บางคนเรียนไม่เข้าหัวจริง ๆ บางคนก็ทำข้อสอบได้แย่ผิดปกติ สอบได้คะแนนต่ำมากจนต้องมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
ฉินเฟิงก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำข้อสอบได้แย่ผิดปกติ
เขาท้องเสียทั้งวันก่อนสอบ ตอนสอบนั่งอยู่ในห้องสอบตัวสั่นไปหมด ไม่ต้องพูดถึงการจับปากกาเขียนหนังสือ
ตอนมัธยมต้น ฉินเฟิงเรียนอยู่ในระดับกลาง ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาก็ไม่มีปัญหากับการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมหมายเลขสามหรือหมายเลขสี่ แต่เพราะทำข้อสอบได้แย่ผิดปกติ จึงต้องมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
เรื่องนี้ทำให้เขาหงุดหงิดมาหลายวันแล้ว
หากที่บ้านมีเส้นสายและมีเงิน ก็อาจจะติดต่อเส้นสายซื้อที่เรียนได้ แต่ปัญหาคือฉินเฟิงไม่ใช่คนท้องถิ่นในเมืองซิงเฉิง พ่อแม่ต้องขายทุกอย่างเพื่อส่งเขาเรียน จะมีเงินที่ไหนไปติดต่อเส้นสาย
ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนี้ ฉินเฟิงก็ทำงานพิเศษไปด้วยเรียนไปด้วย
ยิ่งไม่กล้าบอกครอบครัวว่าโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดเป็นโรงเรียนขยะ
พ่อแม่ของเขาอยู่ในชนบท เพียงแค่ส่งเงินให้เขาทุกเดือนเท่านั้น
พวกเขารู้แค่ว่าฉินเฟิงสอบเข้ามัธยมปลายได้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นโรงเรียนมัธยมอะไร
ฉินเฟิงก็ไม่กล้าบอกพวกเขา
ผ่านไปอีกหนึ่งช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เย่เสี่ยวจิ่นสูงขึ้นมาก เธอตัดผมยาวให้สั้นลง เหลือแค่ยาวเลยไหล่ลงมานิดหน่อย รวบผมหางม้าแบบลวก ๆ ที่ท้ายทอย
ดูทั้งเท่และสง่างาม
เมื่อเธอเดินเข้ามา เสียงจอแจในห้องเรียนก็เงียบลงชั่วขณะ
นักเรียนส่วนใหญ่ต่างสังเกตเห็นเธอ และเริ่มกระซิบกระซาบกัน
“คนนั้นเป็นใครกัน? หน้าตาไม่เลวเลย ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อน?”
“ใช่เลย บุคลิกของหล่อนคนนั้น ดูแล้วฉันอยากจะเรียกหล่อนว่าหัวหน้าซะด้วย!”
“ได้ยินมาว่าห้องเราได้นักเรียนที่สอบได้ที่หนึ่งของเมืองมา แต่เป็นที่หนึ่งจากเมืองเล็ก ๆ น่ะ” คนคนนั้นเอามือปิดปากหัวเราะ น้ำเสียงเยาะหยัน “พวกเธอก็รู้นี่ว่าเป็นเมืองเล็ก ๆ ฉันเดาว่าคนนั้นต้องทั้งขี้เหร่และบ้านนอกแน่ ๆ”
พอหล่อนพูดจบ เหล่าเพื่อนผู้หญิงที่อยู่รอบข้างก็หัวเราะลั่น
“ใช่เลย”
“ที่หนึ่งของเมืองงั้นเหรอ ที่หนึ่งจากเมืองเล็ก ๆ ไม่รู้จะได้คะแนนสักกี่คะแนน อย่าบอกนะว่ายังสู้ฉันไม่ได้?”
เย่เสี่ยวจิ่นได้ยินคำพูดของคนพวกนั้นทั้งหมด
มองไปรอบ ๆ ห้องเรียน ในที่สุดก็หาที่นั่งที่พอใจได้
ข้าง ๆ มีนักเรียนชายคนหนึ่งนั่งอยู่แล้ว
เด็กผู้ชายคนนั้นก้มหน้าคว่ำอยู่บนโต๊ะ เงียบสงบ ไม่พูดอะไร
เย่เสี่ยวจิ่นลังเลเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไป
เธอไม่อยากมีเพื่อนนั่งข้าง ๆ แต่เดี๋ยวค่อยบอกจูซินอี้ทีหลัง ตอนนี้ก็ทนไปก่อนแล้วกัน
เด็กหนุ่มนั่งอยู่ที่นั่งด้านใน เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้ส่งเสียงอะไร เธอดึงเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลงไปเลย
เสียงเก้าอี้ครูดกับพื้นดังแสบแก้วหู เด็กหนุ่มได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก
“ใครอนุญาตให้เธอนั่งตรงนี้?”
ฉินเฟิงขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ รอบตัวเขาเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน
คำพูดของเขาแฝงความกระแนะกระแหน
เมื่อฉินเฟิงมองเห็นใบหน้าของเย่เสี่ยวจิ่นชัดเจน ดวงตาของเขาก็วาบขึ้นด้วยความตะลึง
สาวน้อยตรงหน้าแม้ใบหน้าจะดูเยาว์วัย แต่ก็มีเค้าโครงความงามชัดเจน ผิวขาวเนียนดั่งกระเบื้องเคลือบ ไร้ที่ติแม้แต่น้อย ที่หางตายังมีไฝน้ำตาเม็ดหนึ่ง
ดวงตาดำขลับเป็นประกาย
แม้ตอนนี้ดวงตาที่มองเขาจะเจือแววเย็นชา แต่ฉินเฟิงกลับรู้สึกว่าท่าทางที่เธอเอียงศีรษะนั้นทั้งน่ารักและน่าเอ็นดู
น้ำเสียงของเขาดีขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ก็ไม่ใช่หรอก แค่เธอรบกวนการนอนของฉันน่ะ”
เย่เสี่ยวจิ่นจ้องมองเขานิ่งอยู่สองวินาที
พยักหน้า “อืม ขอโทษนะ”
ดวงตาฉินเฟิงเป็นประกาย
แม้แต่การขอโทษก็ยังดูเท่ขนาดนี้! เป็นสเปกที่เขาชอบเลย!
เด็กสาวตรงหน้าดูออกว่าเติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย พอคิดถึงตรงนี้ ฉินเฟิงก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา
ฉินเฟิงทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง นึกถึงคะแนนสอบจบของตัวเองแล้วก็ยิ่งรู้สึกท้อแท้
เขาต้องอยู่ที่โรงเรียนหมายเลขเจ็ดถึงสามปี ถึงเมื่อก่อนเขาจะเรียนดี แต่อีกหน่อยก็คงจะกลายเป็นเหมือนนักเรียนแย่ ๆ พวกนี้
ฉินเฟิงเอาแขนหนุนหัว ถอนหายใจเงียบ ๆ ไร้เรี่ยวแรง
แต่เดิมเย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้สนใจฉินเฟิงเลยสักนิด
แต่เขาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจไม่หยุด ราวกับอีกวินาทีจะตายคาที่ กลับทำให้เธอสนใจขึ้นมา
ตอนที่กำลังจะเอ่ยปาก ประตูห้องเรียนก็ถูกเคาะเบา ๆ หลายที
เธอเงยหน้ามอง
ข้างนอกมีหญิงวัยกลางคนสวมชุดสูทสั้นสีดำยืนอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าเคร่งขรึม มือถือไม้เรียวเคาะที่กรอบประตูดังกึก ๆ อีกหลายที
เสียงอึกทึกในห้องเรียนเงียบลงในที่สุด
อู๋เหม่ยฉีเดินไปที่หน้าชั้นเรียน เสียงของหล่อนเย็นชาและทุ้มต่ำ “ฉันหวังว่าต่อไปหลังจากที่กริ่งเข้าเรียนดังขึ้นและฉันเข้ามาในห้องเรียน จะไม่ได้ยินเสียงพูดคุยใด ๆ อีก”
หล่อนมาถึงก็ข่มขวัญเสียแล้ว ทำให้นักเรียนในชั้นต่างรู้สึกกลัว
ยิ่งไปกว่านั้น หล่อนยังทำปากคว่ำตลอดเวลา ใบหน้าดูเคร่งขรึมเล็กน้อย ดูเหมือนคนที่ไม่ควรยุ่งด้วย
นักเรียนต่างมองหน้ากัน ในใจคาดเดาว่าครูคนนี้คงเข้ากับคนยากแน่ ๆ
หลังจากพูดกฎระเบียบของชั้นเรียนจบ อู๋เหม่ยฉีค่อย ๆ ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากหนังสือ มองดูแล้วสีหน้าอ่อนลงไม่น้อย
กวาดตามองรอบห้องเรียนหนึ่งรอบ แล้วเงยหน้าถาม “ใครคือเย่เสี่ยวจิ่น?”
เย่เสี่ยวจิ่น?
นักเรียนในชั้นต่างคุ้นเคยกับชื่อนี้ คนที่มาจากที่ห่างไกลและได้ที่หนึ่งก็ชื่อเย่เสี่ยวจิ่น
หลังจากที่อู๋เหม่ยฉีพูดจบ คนอื่น ๆ ในชั้นต่างมองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้
“มีเย่เสี่ยวจิ่นมาไหม? ทำไมฉันไม่เห็นคนที่ดูขี้เหร่และบ้านนอก…”
“น่าจะยังไม่มาหรอก พวกเราก็รู้จักทุกคนในห้องเรียนนี้อยู่แล้ว ไม่เห็นมีเย่เสี่ยวจิ่นเลย”
“ไม่ใช่นะ ผู้หญิงที่ทั้งเท่และดูเก๋คนนั้น…”
ในทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็พร้อมใจกันมองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นตรงมุมห้อง
ไม่…ไม่จริงใช่ไหม? เด็กสาวคนนี้คือเย่เสี่ยวจิ่น?!
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ไหน ใครบอกว่าจิ่นเป่าขี้เหร่และบ้านนอก? ตบปากตามอายุตัวเองเดี๋ยวนี้
ไหหม่า(海馬)
………………..