ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 499 โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 499 โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
บทที่ 499 โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
………………..
บทที่ 499 โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
เขารีบยกหูโทรศัพท์แนบหู กลัวว่าจะพลาดข้อมูลสำคัญ
“ฮัลโหล? ซินอี้ใช่ไหม?”
จูซินอี้แสดงสีหน้าดีใจ “อาจารย์กู้ เป็นคุณจริง ๆ ด้วย ผมนึกว่าผมฟังผิดไปเสียอีก!”
“ใช่ ฉันเอง ฉันเอง” กู้กั๋วเฉียงพูดอย่างร่าเริง “เมื่อกี้คุณบอกว่าไม่ต้องการ ไม่ต้องการอะไรหรือ?”
จูซินอี้ทำหน้าจนใจพลางอธิบาย “ช่วงนี้มีโทรศัพท์ขายของโทรเข้ามาที่โรงเรียนเยอะมาก ผมเลยนึกว่าเป็นคนขายของน่ะครับ”
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง”
ด้านนี้ กู้กั๋วเฉียงพยักหน้าพลางมองชายที่อยู่ข้าง ๆ
“เมื่อกี้ผมให้ลูกชายผมโทรไปก่อน คุณคงจำเสียงเขาไม่ได้”
“จำไม่ได้จริง ๆ ครับ แต่ผมยังจำเสียงคุณได้อยู่เลย!”
“ซินอี้ คุณรู้จักนักเรียนที่ชื่อเย่เสี่ยวจิ่นไหม?”
“เย่เสี่ยวจิ่นเหรอครับ? แน่นอนว่าผมรู้จัก หล่อนโด่งดังไปทั่วปักกิ่งแล้ว แถมยังเป็นนักเรียนที่จบมัธยมต้นเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหวายฮว่าด้วย ผมต้องรู้จักหล่อนอยู่แล้ว”
“อืม” กู้กั๋วเฉียงพูดต่อ “เย่เสี่ยวจิ่นกำลังพิจารณาเรื่องเรียนที่เมืองซิงเฉิง หล่อนเลยให้ผมมาถามว่าคุณจะรับหล่อนเป็นนักเรียนไหม”
ทางด้านจูซินอี้คิดว่าตัวเองหูฝาด
เขาอึ้งไปพักใหญ่ แคะหู กลั้นหายใจแล้วถามอย่างระมัดระวัง “อาจารย์กู้ครับ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ?”
คุณปู่กู้พูดซ้ำอย่างใจเย็นอีกครั้ง “เย่เสี่ยวจิ่นเสนอมาเองว่าอยากไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด ฝากผมมาถามว่าคุณในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดจะตกลงรับหล่อนไหม”
พอได้ยินข่าวนี้ กู้กั๋วเฉียงก็ตกใจเหมือนกัน
ต้องรู้ว่าโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดเป็นโรงเรียนมัธยมที่อยู่อันดับท้ายสุดของเมืองซิงเฉิง
เมื่อเทียบกับโรงเรียนมัธยมหมายหนึ่งแล้วก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว
แค่มีสมองนิดหน่อยก็ต้องเลือกโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งแน่นอน
โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดเป็นโรงเรียนแบบไหน? โรงเรียนนี้เต็มไปด้วยนักเลงและเด็กเกเรมากมาย แทบไม่มีใครตั้งใจเรียนเลย
เขาพยายามทัดทานไปหลายคำ แต่เย่เสี่ยวจิ่นไม่ฟังทั้งดีทั้งร้าย
กู้กั๋วเฉิงพอจะเข้าใจนิสัยของเย่เสี่ยวจิ่น รู้ว่าถ้าเธอตัดสินใจอะไรแล้วแทบจะไม่มีทางเปลี่ยนใจ
เขาถึงได้ตกลงมาถามให้เธอ
นี่แหละที่เรียกว่าโชคลาภหล่นจากฟ้า!
จูซินอี้หน้ามืดตาลายจากความประหลาดใจครั้งใหญ่นี้ ถึงขั้นคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป
เขาบีบต้นขาตัวเองอย่างแรง พอคิดว่ายังเจ็บไม่พอ จึงเอาหัวไปกระแทกกับมุมโต๊ะอีกที
ครั้งนี้เจ็บจนเกือบมีเหงื่อเย็น ๆ ผุดออกมา
เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝัน!
“ซินอี้ คุณทำอะไรน่ะ?” กู้กั๋วเฉียงได้ยินเสียงโอดโอยดังมาจากอีกฝั่ง
“อาจารย์กู้ครับ ที่คุณพูดเป็นเรื่องจริงใช่ไหม? เย่เสี่ยวจิ่นยินดีจะมาโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดของเราจริง ๆ หรือ?”
“นี่เป็นความต้องการของหล่อนเอง”
จูซินอี้ไม่อาจระงับรอยยิ้มบนใบหน้าได้ มุมปากแทบจะยิ้มกว้างจนถึงใบหู
เขาดีใจอยู่พักใหญ่ กำลังจะตอบตกลง แต่จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หัวใจที่กำลังเต้นระรัวก็เหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็น
“อาจารย์กู้ครับ คุณก็รู้ดีถึงสภาพแวดล้อมของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด อุปกรณ์การเรียนการสอนก็ขาดแคลน นักเรียนก็ล้วนเป็นเด็กที่โรงเรียนอื่นไม่เอา โรงเรียนแบบนี้ไม่เหมาะกับเย่เสี่ยวจิ่นเลยจริง ๆ”
“ผมเคยดูผลการเรียนของเย่เสี่ยวจิ่นอยู่ เด็กคนนี้เป็นอัจฉริยะ ไม่ควรจะถูกฝังอยู่ในที่แบบโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด”
แม้จะหวังให้เย่เสี่ยวจิ่นเข้าเรียน แต่เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว จูซินอี้ก็กลืนคำพูดที่จะหลุดออกมาจากปากกลับเข้าไป
เขาไม่อาจทำร้ายอัจฉริยะคนหนึ่ง
กู้กั๋วเฉียงหัวเราะขึ้นมา “คุณนี่ ผ่านมาหลายปีก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลย”
จูซินอี้เคยเป็นนักเรียนของกู้กั๋วเฉียงมาก่อน เขาเป็นคนที่ชอบคิดแทนคนอื่นมากที่สุด และตั้งใจจะสอนหนังสือให้ความรู้แก่คนอื่นอย่างแท้จริง
“ได้ ผมจะบอกคำพูดของคุณให้เย่เสี่ยวจิ่นฟัง”
“แต่ว่าเย่เสี่ยวจิ่นเป็นเด็กที่ดื้อมาก ดื้อยิ่งกว่าคุณอีก”
“เรื่องไหนที่หล่อนตัดสินใจแล้ว แทบจะไม่เปลี่ยนใจเลย”
“และการที่หล่อนเลือกโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด แน่นอนว่าต้องมีเหตุผลของตัวเอง”
จูซินอี้เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “อาจารย์กู้ครับ ถ้าเย่เสี่ยวจิ่นขอมาอีกครั้ง โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดจะต้อนรับหล่อนอย่างสมเกียรติแน่นอน”
เขาต้องการให้โอกาสเย่เสี่ยวจิ่นได้พิจารณาอย่างดีอีกครั้ง
“ได้ ฉันเข้าใจแล้ว”
กู้กั๋วเฉียงหันไปเล่าคำพูดของจูซินอี้ให้เย่เสี่ยวจิ่นฟัง
เย่เสี่ยวจิ่นได้ยินแล้วก็หัวเราะ “ขอบคุณคุณปู่กู้ค่ะ เรื่องต่อจากนี้ฉันจะจัดการเอง”
สาเหตุที่เย่เสี่ยวจิ่นเลือกโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดก็เพราะระบบทั้งหมด
ระบบการเรียนรู้เสมือนจริงมีภารกิจการสอนที่ต้องปลดล็อก
เธอจำเป็นต้องทำภารกิจการสอนให้สำเร็จ ถึงจะใช้การเรียนรู้เสมือนจริงต่อได้
ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสองคงไม่ปล่อยให้เธอทำอะไรตามใจชอบแน่นอน
แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดนั้นต่างออกไป
ด้วยผลการเรียนแบบนี้ของเธอ ถ้าเข้าโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด ผู้อำนวยการต้องดูแลเธอเหมือนสมบัติล้ำค่าแน่นอน ถึงแม้ผู้อำนวยการจะไม่พอใจที่เธอทำอะไรนอกลู่นอกทาง แต่เห็นแก่ผลการเรียน ก็คงจะปล่อยผ่านไปบ้าง
ผลลัพธ์แบบนี้เป็นสิ่งที่เย่เสี่ยวจิ่นอยากเห็นพอดี
อีกไม่กี่วันเย่ฉางอันต้องไปเมืองซิงเฉิง เย่เสี่ยวจิ่นเลยถือโอกาสติดรถเขาไปด้วย
เธอให้เย่ฉางอันไปส่งที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด
ตอนนี้ใกล้เปิดเทอมแล้ว จูซินอี้จึงมาที่โรงเรียนบ่อย ๆ
ที่หน้าประตูโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดมีเพียงคนเฝ้าประตูคนเดียว กำลังเอาพัดใบตาลปิดหน้าเอนหลับอยู่ในศาลา เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้ปลุกเขา เธอปีนข้ามประตูใหญ่เข้าไป
แม้แต่ประตูเหล็กบานใหญ่ก็ยังขึ้นสนิม
เธอเดินตามถนนขึ้นไป
อาคารทั้งหมดของโรงเรียนมัธยมเจ็ดล้วนมีอายุมาก เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา ผนังกำแพงมีรอยด่างดวง บางที่มีมอสขึ้นเต็มไปหมด
เย่เสี่ยวจิ่นมองดูตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จ
คิดสักครู่ก็เข้าใจว่าโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดคงขอเงินทุนไม่ได้แน่ ๆ
ในเมืองซิงเฉิงมีโรงเรียนมากมาย ผู้บริหารคงจะให้เงินกับโรงเรียนดี ๆ ส่วนโรงเรียนอย่างมัธยมซิงเฉิงหมายเลขเจ็ดที่พลาดนิดเดียวก็อาจกลายเป็นโรงเรียนร้างได้ คงจะถูกเลื่อนออกไปนานเท่าที่จะนานได้
เงินทุนไม่ได้ นักเรียนก็ไม่มา ย่อมหนีไม่พ้นที่จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดก็จะถูกยุบในเวลาไม่นาน
หลังจากเดินดูรอบโรงเรียนแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นจึงไปหาห้องผู้อำนวยการ
ริมหน้าต่างมีโต๊ะไม้หลายตัวถูกจัดวางเรียงกัน ดูเหมือนจะเป็นโต๊ะทำงานของจูซินอี้
อีกด้านหนึ่งของผนังมีเหรียญรางวัลแขวนอยู่
เย่เสี่ยวจิ่นกวาดตามองสองสามครั้ง พบว่าเหรียญรางวัลล่าสุดก็เป็นของเมื่อห้าปีที่แล้ว
ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดถูกกดให้อยู่อันดับท้ายสุด
จูซินอี้ได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นมอง
เขาเคยดูการถ่ายทอดสดการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก พอเห็นเย่เสี่ยวจิ่นในทันที ก็รู้สึกคุ้นหน้าอย่างมาก
“เธอคือ…” จูซินอี้รู้สึกตื่นเต้นในใจ
เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะผู้อำนวยการจู ฉันคือเย่เสี่ยวจิ่นค่ะ”
จูซินอี้รู้สึกเหมือนสมองชาวูบ ดวงตาเป็นประกาย
ครั้งแรกที่เขาปฏิเสธการเข้าเรียนของเย่เสี่ยวจิ่นเพราะเสียดายความสามารถของเธอ
แต่ครั้งที่สองนี้ ด้วยความเห็นแก่ตัว เขาคิดว่าถ้ามีอัจฉริยะอย่างเย่เสี่ยวจิ่นอยู่ โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดอาจจะหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากในตอนนี้ได้
จูซินอี้มีลางสังหรณ์อย่างแรงกล้าอยู่ในใจ
อนาคตของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดอาจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเพราะเย่เสี่ยวจิ่นก็เป็นได้
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
มาเพราะภารกิจปลดล็อกฟังก์ชันบางอย่างของระบบนี่เอง ไม่แน่นะ บางทีอนาคตของโรงเรียนนี้อาจจะดีขึ้นก็ได้
ไหหม่า(海馬)
………………..