หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 991 แผนการของเยี่ยนอ๋อง (3)
ตอนที่ 991 แผนการของเยี่ยนอ๋อง (3)
ฟังชวีเหลียนซิงเล่าจบ หนานกงมั่วจึงทำได้เพียงมองคุณชายฉินด้วยความเห็นใจ ฉินจื่อซวี่ยกมือขึ้นประสานบ่งบอกว่าตนเองความสามารถอ่อนด้อยความรู้ตื้นเขิน ไร้ความสามารถสั่งสอนคุณชายและคุณหนูทั้งสอง
หนิงอ๋องกลับประหลาดใจ ลูบปลายคาง เอ่ย “ช่างน่าสนใจ จะว่าไป ข้าจำได้ว่าคุณชายเว่ยเคยรับปาก จะให้เด็กๆ ทั้งสองไปอยู่กับข้าสักปี”
สำหรับเรื่องนี้ หนานกงมั่วไม่ใส่ใจนัก เห็นได้ว่าเว่ยจวินมั่วคงเคยเอ่ยเรื่องนี้กับนางแล้ว เพียงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “หนิงอ๋องหมายถึง อยากให้อานอานและเยาเยากลับสีโจวด้วยอย่างนั้นหรือเพคะ”
หนิงอ๋องเลิกคิ้ว “หากข้าบอกว่าใช่เล่า” สองสามีภรรยาคู่นี้นี่มันอย่างไรกัน ไม่คิดจะสนใจลูกๆ เลยหรือ สำหรับเรื่องนี้ หนิงอ๋องรู้สึกพ่ายแพ้ เพียงแต่…เขาอยากรู้ว่าตุ๊กตาน้อยทั้งสองที่ทำให้พี่สามของเขาให้ความสำคัญเพียงนั้นจะมีหน้าตาอย่างไร
หนานกงมั่วเอ่ย “ขอเพียงหนิงอ๋องทำให้พวกเขายอมได้”
หนิงอ๋องเอ่ยอย่างเย่อหยิ่ง “นี่มันแน่นอนอยู่แล้ว ข้าไม่มีทางบีบบังคับเด็กอยู่แล้ว” เพียงเด็กสองคน ด้วยความสามารถของหนิงอ๋องเช่นข้าไม่คณามือกระมัง
“ท่านแม่ ท่านแม่” หนิงอ๋องเพิ่งเอ่ยจบ น้ำเสียงอ่อนช้อยน่ารักแฝงไปด้วยเสียงหัวเราะด้วยความยินดีเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น จากนั้นก็เห็นร่างเล็กนุ่มละมุนวิ่งไปทางหนานกงมั่ว หนิงอ๋องรู้สึกยินดีขึ้นมา เป็นเด็กน้อยที่งดงามจริงๆ เขาเองเคยเห็นเด็กน้อยมามาก แต่ไม่เคยรู้สึกว่าเด็กคนใดจะสวยและน่ารักเพียงนี้ มุมปากยกยิ้มขึ้นมาทันที เบี่ยงตัวไปบังด้านหน้าของหนานกงมั่วเอาไว้
เดิมทีเด็กน้อยอยากวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของมารดา ทว่าจู่ๆ กลับมีชายแปลกหน้าที่มีรอยยิ้มแปลกประหลาดมาขวางอยู่ตรงหน้าไม่ยอมให้นางพุ่งเข้าหามารดาจึงตกใจขึ้นมา ปากเล็กของเด็กน้อยเบะออก น้ำตาคลอเบ้าเกลือกกลิ้งไปมา หนิงอ๋องรีบย่อตัวลง ใช้ท่าทีที่คิดว่าเป็นมิตรและดูจิตใจดีที่สุดของตนเองเอ่ยกับเด็กน้อยด้วยรอยยิ้ม “เยาเยาน้อย ข้าคือเสด็จปู่สิบเจ็ดของเจ้า มาให้ปู่กอดสักหน่อย ปู่จะให้กินลูกอม”
เยาเยาน้อยกะพริบตาปริบ มองคนตรงหน้า ทันใดนั้นพลันวิ่งอ้อมตัวเขาไป พุ่งเข้าหาอ้อมกอดของมารดา “ท่านแม่ แย่แล้ว มีโจรจะลักพาตัวลักพาตัวเยาเยา”
มุมปากของหนิงอ๋องกระตุกแข็งค้าง
โจรลักพาตัว…มีโจรลักพาตัวที่หล่อเหลาไม่ธรรมอย่างเขาเช่นนี้ด้วยหรือ
หนานกงมั่วยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มของบุตรสาว จิ้มจมูกเล็กเบาๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เหลวไหล นี่คือเสด็จปู่สิบเจ็ด เรียกเสด็จปู่สิ ห้ามดื้อ”
เยาเยาหันไปมองหนิงอ๋อง ศีรษะเล็กเอียงคออย่างสงสัย “ท่านน้าชวีบอกว่าเสด็จปู่มีเครา เสด็จปู่อายุเท่าท่านตา ท่านแม่ ท่านถูกหลอกแล้ว เขาต้องเป็นโจรลักพาตัวอย่างแน่นอน จะมาลักพาตัวเยาเยา”
ความจริงเยี่ยนอ๋องนั้นอายุน้อยกว่าอาจารย์อาอยู่มาก เพียงแต่อาจารย์อาฝึกวรยุทธ์ขั้นสูง บำรุงรักษาเป็นอย่างดีจึงดูอายุไล่เลี่ยกับเยี่ยนอ๋อง หนานกงมั่วถอนหายใจ ก้มลงไปจูบเบาๆ บนหว่างคิ้วของบุตรสาว “เยาเยาฉลาดจริงๆ แต่ว่านี่เป็นน้องชายของเสด็จปู่ที่อยู่โยวโจวผู้นั้นของเจ้า เจ้าก็ต้องเรียกเสด็จปู่รู้หรือไม่”
“น้องสิบเจ็ดเลย” เยาเยาพยักหน้า เชิงบอกว่ามีจำนวนมาก เยาเยามองมารดาแล้วจึงเอ่ย “ก็ได้เจ้าค่ะ เสด็จปู่ เสด็จปู่มีพี่ชายสิบหกคนหรือ เยาเยามีคนเดียวเอง เยาเยายังมีพี่อาเจี้ยวอีกด้วย” ในที่สุดหนิงอ๋องก็ได้สติจากการเป็นโจรลักพาตัวแล้ว ฝืนยิ้มออกมา “เยาเยาฉลาดจริงๆ”
“ท่านแม่”
“อาจารย์”
ด้านหลัง ซังเจี้ยวและอานอานเองก็ตามมา บนตัวของพวกเขามีกลิ่นหมึกจางๆ ใบหน้าของอานอานยังมีรอยหมึกอีกด้วย เห็นชัดว่าเพิ่งออกมาจากห้องหนังสือ ด้านหลังของทั้งสองคือองค์หญิงฉังผิงที่เพิ่งรู้ข่าวและรีบตามมาเช่นกัน “อู๋สยา น้องสิบเจ็ดหรือ”
หนิงอ๋องลุกขึ้น “พี่ห้า”
องค์หญิงฉังผิงพยักหน้า เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “กลับมาก็ดีแล้ว อย่ายืนอยู่เลย เข้ามานั่งในห้องโถงคุยกันก่อนเถิด”
ดังนั้นทุกคนจึงเคลื่อนย้ายมายังห้องโถงรับแขก
เข้ามาในห้องโถง เด็กน้อยทั้งสามจึงเข้ามารุมล้อมหนานกงมั่วจอแจเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันมานี้ ความจริงแล้วมีเพียงเยาเยาเท่านั้นที่เสียงดังจอแจ อานอานและซังเจี้ยวนั้นยังเงียบสงบอยู่
หนานกงมั่วกอดเด็กทั้งสองเอาไว้ในอ้อมแขนซ้ายขวา มองดูแล้วยังคงขาวๆ นุ่มนิ่มเหมือนตอนที่จากกัน เยาเยายังอ้วนขึ้นมาอีกเล็กน้อย เห็นได้ว่าระยะเวลาที่ผ่านมานี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มองไปยังอาเจี้ยว คล้ายกับจะสูงขึ้นอีกนิด ดูสุขุมมากขึ้น หนานกงมั่วพยักหน้าชื่นชม “อาเจี้ยว หลายวันนี้ลำบากเจ้าแล้ว” ต่อให้ไม่ถามหนานกงมั่วก็รู้ว่าหลายวันมานี้เยาเยาสร้างความวุ่นวายให้ซังเจี้ยวอยู่ไม่น้อย
ใบหน้าเล็กไม่ประสาของซังเจี้ยวขึ้นสีแดงระเรื่อ ส่ายศีรษะพลางเอ่ย “ดูแลอานอานและเยาเยา เป็นสิ่งที่อาเจี้ยวควรทำขอรับ”
เยาเยากอดคอหนานกงมั่ว “เยาเยาไม่ได้ทำให้พี่อาเจี้ยวลำบากเสียหน่อย เยาเยาเล่นกับพี่อาเจี้ยว”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “โอ้ เล่นแต่กับพี่อาเจี้ยวหรือ ไม่เล่นกับอานอานหรือ”
เยาเยากะพริบตา มองดูใบหน้าเล็กของพี่ชายที่หน้าตาเหมือนกับตนเองที่นั่งอยู่ตรงข้าม เยาเยารู้สึกผิดขึ้นมา อานอานมักอ่านหนังสืออยู่ในห้องของตนเอง คงจะเหงามาก หากไม่มีใครเล่นกับเยาเยาล่ะก็…
“เยาเยาผิดไปแล้ว ต่อไปเยาเยาจะเล่นกับอานอานทุกวัน”
อย่างไรก็ยังเป็นเด็กอายุสามขวบ เยาเยานิสัยร่าเริงสดใสแน่นอนว่านั่งอยู่ไม่นิ่ง แต่อานอานกลับมีนิสัยเงียบสงบ เช่นนี้เยาเยาจึงไม่อาจอยู่กับเขาได้นาน เด็กตัวเล็กๆ ในใจย่อมไม่ได้คิดสิ่งใดมากมาย แต่ว่าตอนนี้หนานกงมั่วเอ่ยขึ้น เยาเยาพลันรู้สึกว่าพี่ชายน่าสงสาร ตนเองทำไม่ถูกต้อง
อานอานกะพริบตาเงียบๆ ยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กเพื่อปลอบโยน เขาไม่ได้รู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว บางครั้งยังออกไปเล่นกับน้องสาว แต่ไม่อาจสดใสร่าเริงอยู่ตลอดเวลาได้เหมือนน้องสาว แต่ในใจของอานอาน น้องสาวยังคงเป็นคนสำคัญที่นอกเหนือจากบิดาและมารดา
เดิมทีหนิงอ๋องกำลังพูดคุยอยู่กับองค์หญิงฉังผิง ได้ยินวาจาแบบเด็กๆ ก็อดอารมณ์ดีขึ้นมาไม่ได้ หันกลับไปเอ่ยกับหนานกงมั่วด้วยรอยยิ้ม “ซิงเฉิงจวิ้นจู่ช่างโชคดี เด็กทั้งสองไม่เพียงสติปัญญาเฉลียวฉลาดยังรู้ความเป็นอย่างยิ่ง ข้าช่างอิจฉาเสียจริง”
หนานกงมั่วยิ้ม “หนิงอ๋องชมเกินไปแล้วเพคะ อาเจี้ยว เยาเยา อานอาน ถวายพระพรเสด็จปู่เร็ว”
“อาเจี้ยวถวายพระพรหนิงอ๋อง” ซังเจี้ยวเคยเจอหนิงอ๋องมาแล้ว จึงไม่ประหม่านัก
“เคารพเสด็จปู่ขอรับ”
“เคารพเสด็จปู่เจ้าค่ะ”