หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 985 พ่ายแพ้อีกครั้ง ก้าวเท้าผิด (2)
ตอนที่ 985 พ่ายแพ้อีกครั้ง ก้าวเท้าผิด (2)
เดินออกมาจากตำหนักของพระสนมจูเฟย สีหน้าของเซียวเชียนเยี่ยยังคงเคร่งขรึม เขาเชื่อว่าพระสนมจูเฟยเป็นคนฉลาด จะต้องเอาคำที่เขาอยากเอ่ยไปบอกเกาอี้โหวอย่างแน่นอน ส่วนจูชูอวี้…เหอะ สำหรับสตรีที่ฉลาดเฉลียวกว่าน้องสาวเชื้อสายรองผู้นั้นเซียวเชียนเยี่ยไม่ชอบนัก สตรีฉลาดอย่างฮองเอา เสด็จแม่ น่าเคารพ ฉลาดเช่นพระสนมจูเฟยนั้นน่ารัก แต่ถ้าอย่างเช่นจูชูอวี้หรือหนานกงมั่วเช่นนั้นน่ารังเกียจ เมื่อครั้งที่จูชูอวี้เสนอตัวแต่งเข้าไปยังจวนเยี่ยนอ๋องเขานึกว่าตนเองได้โยนตะปูเข้าไปยังจวนเยี่ยนอ๋องแล้ว แต่หลายปีมานี้จูชูอวี้นอกจากจะส่งข่าวที่ได้เรื่องบ้างไม่ได้เรื่องบ้างกลับมาเป็นบางครั้งบางคราให้เขา ก็ไม่เคยได้ข่าวที่มีประโยชน์อันใดอีกเลย เซียวเชียนเยี่ยเข้าใจตั้งนานแล้ว เห็นชัดว่าสตรีผู้นั้นได้ลงเดิมพันกับเยี่ยนอ๋องไปแล้ว เพียงแต่…ไม่รู้ว่านี่เป็นความคิดของนางคนเดียวหรือเป็นความต้องการของจวนเกาอี้โหว ก็อย่าโทษว่าเขาไม่ไว้หน้าพระสนมจูเฟยแล้ว
บุตรีทั้งสอง คนหนึ่งเป็นบุตรสะใภ้เชื้อสายหลักของเยี่ยนอ๋อง อีกหนึ่งคนเป็นกุ้ยเฟยของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ไม่ว่าฝ่ายใดพ่ายแพ้ก็ไม่มีทางล้มได้ พวกเขาช่างวางแผนได้ดีเสียจริง
“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์คนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบเร่ง คุกเข่าลงตรงหน้า
หัวใจเซียวเชียนเยี่ยหนักอึ้ง เอ่ยเสียงดัง “ว่ามา”
องครักษ์เอ่ย “ทัพหน้าส่งข่าวกองทัพมาเมื่อครู่พ่ะย่ะค่ะ กองทัพของเอ้อกั๋วกงถูกปิดล้อม ทั้งกองทัพ…ทั้งกองทัพ ถูกปิดล้อม” ไม่รู้ว่าเพราะสีหน้าของเซียวเชียนเยี่ยไม่น่ามองเกินไปหรือไม่ ไม่กี่คำท้ายประโยคจึงถูกเอ่ยออกมาแทบไม่ได้ยินเสียง
เซียวเชียนเยี่ยพลันรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามืดดับ เกือบเป็นลมล้มไป ขันทีด้านข้างเห็นท่าไม่ดี รีบประคองเขาพร้อมเอ่ยเสียงดัง “รีบตามหมอหลวง”
“หุบปาก” เซียวเชียนเยี่ยหลับตาลง เอ่ยเสียงดัง “ข้าไม่เป็นไร เรียกขุนนางมาหารือที่ห้องทรงอักษรของข้า”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ตกใจกับเสียงกร้าวของเซียวเชียนเยี่ย ขันทีคนหนึ่งแทบล้มลุกคลุกคลานออกไป
สาวตาเกรี้ยวกราดของเซียวเชียนเยี่ยจ้องมององครักษ์ตรงหน้า กัดฟันพลางเอ่ย “เจ้าเอ่ยมาให้ชัดเจน ไยเอ้อกั๋วกงจึง…ทหารใหม่กว่าสี่แสน บวกกับ…อย่างน้อยก็มีทหารกว่าหกแสน เพียงซังหรงคนเดียว มีความสามารถปิดล้อมเขาเอาไว้ได้หรือ อีกทั้งซังหรงที่สมควรตายนั่นมิใช่ไปสนับสนุนอิ่งชวนหรอกหรือ” องครักษ์ตัวสั่นเทาโดยไม่อาจห้ามได้ เอ่ยอย่างรวดเร็ว “ทูลฝ่าบาท ซังหรง…กองทัพของซังหรงหันหลังกลับไปที่เขาชิงอวิ๋น นอกจากนี้อิ่งชวน เซวียเจินนำกำลังโจมตีเขาหลัวตัดเส้นทางการล่าถอยของเอ้อกั๋วกงพ่ะย่ะค่ะ อีกทั้ง…กองกำลังไท่หนิง…กองกำลังไท่หนิงกว่าสี่แสนนายปรากฏตัวขึ้นที่เฉินโจว เอ้อกั๋วกง ถูกกองทัพเฉินโจวและกองกำลังไท่หนิงร่วมมือ…”
“หนิง อ๋อง” เซียวเชียนเยี่ยโกรธจนดวงตาแทบถลน แทบอยากกัดหนิงอ๋องอย่างโหดเหี้ยมแล้วกลืนลงไป เขาถูกหนิงอ๋องและเว่ยจวินมั่วหลอกแล้ว หนิงอ๋องร่วมมือกับเยี่ยนอ๋องแล้วไม่ผิด แต่ว่ากองกำลังไท่หนิงไม่ได้คิดจะไปยังเมืองเผิง ทว่าเดินทางจากเย่ว์โจวลงทางใต้ไปรวมกับกองทัพเฉินโจว เว่ยจวินมั่วเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาตั้งใจจะโจมตีเฉินโจวไม่ใช่อิ่งชวน
เซียวเชียนเยี่ยโกรธจนตัวสั่น “ดี ดีมาก เด็กๆ รีบสั่งการไปยังหนานกงไหว ไม่ต้องสนใจค่าชดใช้ ทำลายเมืองเผิงและกองทัพโยวโจวให้สิ้นซาก ไม่มีกองกำลังไท่หนิงคอยสนับสนุน ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะต่อสู้กับกองทัพใหญ่ได้เยี่ยงไร”
แผนการของเซียวเชียนเยี่ยกลับไม่ได้ราบรื่นเพียงนั้น เพราะว่า…เพียงกองทัพหลายแสนของเอ้อกั๋วกงดับสิ้นก็หมายความว่าพื้นที่ทางทิศตะวันตกผืนใหญ่ไม่มีทหารราชสำนักเฝ้าประจำการ ทว่ากองทัพเฉินโจว กองกำลังไท่หนิง กระทั่งกองทัพโยวโจวที่มีเซวียเจินเป็นแม่ทัพ ทั้งหมดสามารถแบ่งเป็นสองเส้นทางข้ามผ่านแม่น้ำหลีเข้าใกล้จินหลิงยิ่งขึ้น ถึงตอนนั้นต่อให้พวกเขาทำลายเมืองเผิงและกองทัพโยวโจว ขอเพียงเยี่ยนอ๋องรอดมาได้ขณะเดียวกันจินหลิงก็เป็นอันตรายคืบคลานเข้าใกล้ แม้แต่หุบเขาฟู่อวิ๋นที่มีการวางแผนเป็นอย่างดีก็ไม่อาจสังหารเยี่ยนอ๋องได้ พวกเขาสงสัยเหลือเกินว่าต่อให้กองทัพโยวโจวในเมืองเผิงย่อยยับไป จะสามารถสังหารเยี่ยนอ๋องได้หรือไม่
ในห้องทรงอักษร ขุนนางหลายคนกำลังถกเถียงแสดงความคิดเห็นของตน จนเซียวเชียนเยี่ยปวดศีรษะแทบระเบิด
การก้าวเท้าผิดของเอ้อกั๋วกงนั้นส่งผลกระทบต่อราชสำนักอย่างใหญ่หลวง การเป็นวีรบุรุษร่วมก่อตั้งประเทศมาอย่างหนานกงไหว เอ้อกั๋วกงเพียงอยู่ตรงนั้นก็ทำให้คนรู้สึกวางใจแล้ว แต่ว่าตอนนี้เอ้อกั๋วกงที่ถูกขนานนามว่าเทพแห่งสงครามจะมาพ่ายแพ้ในกำมือของกลุ่มคนที่ไม่มีแม้แต่ชื่อเสียงด้วยซ้ำ ซังหรงนั้นร้ายกาจ เซวียเจินเองก็ร้ายกาจไม่ผิด แต่ไม่มีทางที่คนจะเอาพวกเขามาเปรียบเทียบกับเอ้อกั๋วกงได้ เพราะพวกเขายังอีกไกลกว่าจะถึงระดับนั้น แต่ว่าตอนนี้…หนึ่งในเทพแห่งสงครามของต้าเซี่ยถูกทำลาย จะไม่ทำให้คนรู้สึกหวาดกลัวได้หรือ
“พอแล้ว” เซียวเชียนเยี่ยที่นั่งอยู่ในตำแหน่งเหนือสุด ทุบโต๊ะพร้อมเอ่ยเสียงดัง “ทะเลาะกันมาตั้งนาน ได้ผลลัพธ์แล้วหรือไม่”
โจวเซียงและหันหมิ่นต่างก็ไม่เอ่ยวาจา ชายชราคนหนึ่งเดินตัวสั่นเทาออกมา “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่า…กระหม่อมคิดว่า ยามนี้ถึงเวลาที่ต้องเจรจากับเยี่ยนอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านว่าอย่างไรนะ” เซียวเชียนเยี่ยตกตะลึง ราวกับได้ยินถึงสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ สายตาจับจ้องอยู่ที่ขุนนางเก่าแก่ตรงหน้า
ขุนนางชราผู้นั้นเอ่ย “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่าถึงเวลาที่ต้องเจรจากับเยี่ยนอ๋องแล้ว ทำสงครามติดต่อกันมานานหลายปี ครั้งนี้เอ้อกั๋วกงพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ มิสู้เจรจาสงบศึกและรักษาตัวเพื่ออนาคตดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ใบหน้าของเซียวเชียนเยี่ยเย็นยะเยือก “เช่นนั้นตามความเห็นของท่านควรเจรจาเยี่ยงไร”
ขุนนางชราเอ่ย “ยึดแม่น้ำหลีเป็นเส้นแบ่ง ปกครองแยกกับเยี่ยนอ๋องโดยมีแม่น้ำหลีเป็นเส้นกั้น กองกำลังเยี่ยนไม่เชี่ยวชาญการรบทางน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นทำสงครามมาหลายปี กองทัพเยี่ยนเองก็คงสถานการณ์ไม่ดีนัก เยี่ยนอ๋องจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” เซียวเชียนเยี่ยกวาดตามองเหล่าขุนนางตรงหน้า เอ่ยเสียงเข้ม “พวกเจ้าก็คิดเช่นนี้หรือ”
มีเพียงไม่กี่คนที่ส่งสายตาบ่งบอกว่าเห็นด้วย ทว่าส่วนใหญ่นั้นก้มหน้า เห็นชัดว่าสนับสนุนการเจรจาสงบศึกเช่นกัน หลายปีมานี้ราชสำนักห่างไกลที่จะเอาชนะกองทัพเยี่ยน ส่วนใหญ่มีแต่พ่ายแพ้เอาชนะได้นั้นมีน้อยนัก เห็นอยู่ว่ากำลังจะข้ามแม่น้ำหลีมาแล้ว เพียงข้ามแม่น้ำหลีมาจินหลิงก็ต้องตกอยู่ในอันตราย มีไม่กี่คนที่กล้าพนันว่ากองทัพราชสำนักจะมีความสามารถทำให้เยี่ยนอ๋องพ่ายแพ้อยู่ที่แม่น้ำหลี
“ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่า…ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ” หันหมิ่นก้าวออกมา เอ่ยเสียงเข้ม
สีหน้าของเซียวเชียนเยี่ยอ่อนลง เอ่ย “ท่านหันเชิญว่ามา”
หันหมิ่นเอ่ยเสียงดัง “เยี่ยนอ๋องก่อกบฏ เรียกว่าเป็นโจรกบฏ ฝ่าบาทปกครองใต้หล้าจะไปเจรจากับโจรกบฏได้เยี่ยงไร เจรจาสงบศึกยามนี้มิใช่การป่าวประกาศให้ใต้หล้าได้รับรู้ว่าฝ่าบาทยอมยกเยี่ยนอ๋องทัดเทียมกับพระองค์เอง สวรรค์มีหนึ่งเดียว ประเทศมีกษัตริย์เพียงหนึ่งเดียว ขอฝ่าบาทได้โปรดไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
โจวเซียงเองก็ก้าวขึ้นมาด้านหน้า “ขอฝ่าบาทได้โปรดไตร่ตรอง ใต้เท้าหันเอ่ยถูกแล้ว คนอื่นอาจเอ่ยถึงการเจรจาได้ แต่ฝ่าบาทมิได้อย่างเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ”
ตั้งแต่ต้นจนจบเซียวเชียนเยี่ยไม่เคยคิดถึงการเจรจาสงบศึกมาก่อน แม้ว่าเขาไม่มีความเด็ดเดี่ยวแต่ก็ยังมียามที่ดื้อดึง อย่างเช่นแผ่นดินนี้บังลังก์นี้ไม่เขานั่งก็เยี่ยนอ๋องนั่ง คิดจะให้เขายอมรับเยี่ยนอ๋อง แผ่นดินนี้…เป็นของข้า เป็นแผ่นดินที่เสด็จปู่มอบให้ข้า เยี่ยนอ๋องเป็นเพียงโจรกบฏเท่านั้น
เงียบไปเนิ่นนาน เซียวเชียนเยี่ยเงยหน้าขึ้นดวงตาเหลือเพียงความเย็นยะเยือก “ส่งกำลังทหารไปสนับสนุนเอ้อกั๋วกง กล้าเอ่ยถึงการเจรจาสงบศึกอีก สังหารให้สิ้น”