หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 978 ตนเองไม่มีก็เล่นของคนอื่นไปก่อน (1)
ตอนที่ 978 ตนเองไม่มีก็เล่นของคนอื่นไปก่อน (1)
เหล่าเซวียปินเคลื่อนไหวรวดเร็ว รอจนคนในค่ายทหารรู้ว่าพวกเขาไม่อยู่ก็เป็นวันถัดมาแล้ว แน่นอนว่าคนที่ไม่เห็นเหมือนกันก็คือทหารหลายหมื่น จูเหมิงนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ มองหนานกงชวี่ที่นั่งอยู่ตำแหน่งสูงสุด จากนั้นมองไปยังนายทหารขั้นสูงคนอื่นๆ ทว่าไม่กล้าถามถึงพี่ชายทั้งสองของตน
ทว่าเนี่ยนหย่วนกลับไม่เกรงกลัว “คุณชายหนานกง ไยจึงไม่เห็นเฉินซิวแม่ทัพน้อยทั้งสองเล่า”
หนานกงชวี่ไม่ใส่ใจนัก เอ่ย “มีเรื่องให้พวกเขาไปจัดการ ไต้ซือไม่ต้องกังวล อย่างมากสามวันก็คงกลับมา” รอยยิ้มของเนี่ยนหย่วนไม่เปลี่ยน เพียงแต่สายตาที่มองไปยังหนานกงชวี่ลุ่มลึกขึ้น เนี่ยนหย่วนไม่สนิทกับหนานกงชวี่ หนานกงชวี่แตกต่างจากเยี่ยนอ๋อง เขาทำอันใดไม่หารือกับใครหรือแม้แต่คุยกับผู้ใต้บัญชา หลายครั้งที่กว่าพวกเขาจะรู้เรื่องหนานกงชวี่ก็ส่งคนไปจัดการเรียบร้อยแล้ว เพียงบอกกล่าวกับพวกเขาเท่านั้น ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่นั่นเป็นเรื่องของพวกเจ้า
เนี่ยนหย่วนไม่เข้าใจนักว่ามีความจำเป็นอย่างไรเยี่ยนอ๋องถึงได้ส่งเขามาช่วยหนานกงชวี่ หนานกงชวี่ต้องการผู้ช่วยจริงหรือ ขึ้นเขามาหลายวัน ส่วนใหญ่หนานกงชวี่ต้องการให้เขาทำสิ่งใด เพียงบอกว่าเขาต้องทำอันใด ต้องการผลลัพธ์อย่างไร ส่วนแแผนการนั่นเขาไม่สนใจและไม่กังวล ยิ่งไม่จำเป็นต้องให้เนี่ยนหย่วนช่วยวางแผนให้เขา
ความจริงเหตุผลที่หนานกงชวี่ทำเช่นนี้ หนึ่งคือความเคยชิน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาจัดการสิ่งต่างๆ มาคนเดียวโดยตลอด ไม่เคยปรึกษากับใคร ยิ่งไม่เคยต้องให้ใครมาช่วยเขาวางแผน สองคือเขาไม่ใช่อ๋องอย่างเยี่ยนอ๋อง ผู้เป็นอ๋องจำเป็นต้องฟังคำแนะนำ จำเป็นต้องการคำแนะนำที่กว้างขวาง จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาหลายคนคอยช่วยวางแผน แต่สำหรับขุนพลผู้หนึ่ง มีกุนซือที่ปรึกษาแน่นอนว่าเปลืองแรงน้อยกว่า ไม่มีใช่ว่าไม่ได้ สิ่งที่หนานกงชวี่โดดเด่นก็คือสติปัญญา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีคนมาเติมเต็มในส่วนนี้ กลับกันเขาคาดหวังให้มีนายทหารผู้กล้าเติมเต็มในด้านการต่อสู้ที่เขามีไม่เพียงพอ ส่วนข้อที่สาม…หนานกงชวี่ยังไม่เชื่อใจเนี่ยนหย่วน ต่อให้เขาเป็นคนที่เยี่ยนอ๋องส่งมา แต่ในค่ายกองทัพเฉินโจว มีเพียงเนี่ยนหย่วนคนเดียวที่เป็นคนนอก
แน่นอนว่าหนานกงชวี่ไม่รู้ว่าตนเองนั้นบีบให้เนี่ยนหย่วนพระผู้สูงส่งที่ปฏิบัติมานานเกิดคำนินทาเขาในใจอยู่ไม่น้อย เพียงเอ่ยต่อ “สองวันมานี้ ดูเหมือนว่าทหารด้านล่างนั้นไม่อยากโจมตีอีกแล้วหรือ”
จูเหมิงที่อยู่ถัดลงไปพยักหน้าเอ่ย “สงบกว่าหลายวันก่อนไปไม่น้อยจริงๆ ขอรับ คุณชายหนานกง อีกฝ่ายคงมิได้มีแผนการอันใดใช่หรือไม่”
หนานกงชวี่พยักหน้า เอ่ย “ต้องระวังสักหน่อย”
ทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “คุณชายหนานกง พวกเราหลบซ่อนอยู่บนเขามาตลอด หากศัตรูหาพวกเราไม่เจอ จะเคลื่อนกลับไปเมืองเผิงหรือไม่”
หนานกงชวี่เท้าคาง เอ่ยถามเสี่ยงเอื่อย “เช่นนั้นพวกเจ้าคิดว่าควรทำเช่นไร”
“พวกเราต้องออกไปสู้กับพวกเขา” กองทัพเฉินโจวนั้นกำลังเลือดร้อน วันๆ เอาแต่หลบอยู่บนเขามันช่างน่าเบื่อ หากคนไม่รู้คงคิดว่าพวกเขาเกรงกลัวต่อกองทัพราชสำนัก หากหนานกงชวี่รู้ความคิดของพวกเขา คงบอกกับพวกเขาอย่างจริงจัง พวกเขากำลังเกรงกลัวต่อกองทัพราชสำนักจริงๆ ไม่ว่าใครที่มีทหารแสนกว่าๆ แล้วเจอกับศัตรูที่มีทหารมากกว่าตนเองกว่าสี่เท่าก็ต้องกลัวกันทั้งนั้นหรือไม่
“พวกเรา…คงไม่ใช่คู่ต่อสู้กระมัง” จูเหมิงเอ่ยอย่างเห็นต่าง
หนานกงชวี่พยักหน้า ไม่คุยโวโอ้อวด “ตอนนี้พวกเราไม่ใช้คู่ต่อสู้ของกองทัพราชสำนัก”
“เช่นนั้นจะทำเยี่ยงไร” ทุกคนมองสบตากัน
หนานกงชวี่หันไปมองเนี่ยนหย่วน เลิกคิ้วพลางถาม “ไต้ซือเนี่ยนหย่วนมีแผนการอันใดหรือไม่”
เนี่ยนหย่วนถอนหายใจ ในที่สุดก็ถามเขาแล้วหรือ เพียงแต่คุณชายหนานกงจะไม่เอ่ยปากก็ได้ เพียงเอ่ยปากก็ยากเพียงนี้ ครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่นาน เนี่ยนหย่วนจึงเอ่ยถาม “คุณชายหนานกงไม่อยากพ่ายแพ้ หรืออยากโจมตีเอาชนะหนานกงไหว”
“ไม่พ่ายแพ้แล้วอย่างไร เอาชนะหนานกงไหวแล้วอย่างไร”
เนี่ยนหย่วนเอ่ย “หากคุณชายหนานกงยืนหยัดไม่อยากพ่ายแพ้ก็เพียงไม่ออกไป เสบียงอาหารของเรายังอยู่ได้อีกนาน หากต้องการเอาชนะหนานกงไหว…ต้องขออภัยที่อาตมาไร้ความสามารถ จนปัญญา เพียงแต่…อาตมาคิดว่า เป้าหมายของคุณชายหนานกง คงไม่ใช่ทั้งสองอย่างนี้”
หนานกงชวี่เลิกคิ้ว เอ่ย “โอ้”
เนี่ยนหย่วนยิ้มพลางเอ่ย “คุณชายหนางกงคงจะ…อยากยื้อหนานกงไหวเอาไว้ ให้เวลากับเมืองเผิงได้ดิ้นรน ดังนั้นหากอาตมาคาดเดาไม่ผิด ทางฝั่งเมืองเผิงนั้นคุณชายเว่ยคงหากำลังสนับสนุนที่แข็งแกร่งได้แล้ว เพียงต้องการเวลาเท่านั้น และเวลานี้ แน่นอนว่าต้องอาศัยคุณชายหนานกงคอยยื้อเอาไว้”
ได้ยินเช่นนั้น หนานกงชวี่จึงมองเนี่ยนหย่วนด้วยความสนอกสนใจ ไม่ได้บอกว่าเขาเดาถูกหรือไม่ เพียงเอ่ยถาม “เช่นนั้น หากเป็นไต้ซือเนี่ยนหย่วนจะยื้อเวลาได้เยี่ยงไร”
เนี่ยนหย่วนมองไปยังหนานกงชวี่ “คุณชายหนานกงส่งคนไปจัดการแล้วมิใช่หรือ ส่งคนไปข้ามแม่น้ำหลี หากทหารของเราไปโผล่ที่ริมฝั่งแม่น้ำหลีในตอนนี้ แน่นอนว่าเป็นความบกพร่องของแม่ทัพที่เฝ้าประจำการที่อวิ๋นตู ด้วยความคิดของคนในจินหลิงผู้นั้น จะต้องออกคำสั่งให้แม่ทัพที่ประจำการในอวิ๋นตูกำจัดทหารที่คิดจะข้ามแม้น้ำให้สิ้น เช่นนี้แล้ว…หนานกงไหวก็ไม่อาจไปเมืองเผิงได้”
หนานกงชวี่หัวเราะเสียงดังขึ้นมา มองเนี่ยนหย่วนอย่างชื่นชม “ไต้ซือเนี่ยนหย่วนช่างร้ายกาจ อาศัยเพียงไม่กี่ประโยคของข้าก็สามารถคาดเดาได้มากมายเพียงนี้ ช่างน่านับถือ”
เนี่ยนหย่วนยิ้มเจื่อน “มิกล้า คุณชายหนานกงเองก็ไม่แพ้กัน”
หนานกงชวี่เอ่ย “ไต้ซือคิดว่าแผนการนี้ของข้าพอได้หรือไม่”
“จะไม่เพียงพอได้เยี่ยงไร” เมื่อรู้ว่ากองทัพศัตรูเป็นอันตรายต่อจินหลิง ไม่ต้องเอ่ยถึงหนานกงไหวที่เตรียมตัวจะไปเมืองเผิง ต่อให้พรุ่งนี้สามารถตีเมืองเผิงได้ เซียวเชียนเยี่ยก็จะสั่งให้หนานกงไหวถอนทัพ
“จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่”
เนี่ยนหย่วนครุ่นคิดอยู่นาน “แม่ทัพอยู่ด้านนอก รับสั่งของฝ่าบาทจะไม่ปฏิบัติตามได้หรือ” หนานกงไหวปฏิเสธรับสั่ง นั่นเป็นสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงได้
หนานกงชวี่พยักหน้า “เช่นนี้ ข้าก็วางใจแล้ว” หนานกงไหวจะขัดต่อพระบัญชาหรือ มีความกล้าขัดต่อพระบัญชาหรือไม่ แน่นอนว่าไม่มี
สองวันต่อมา ในที่สุดหนิงอ๋องก็มาปรากฏตัวในค่ายกองทัพโยวโจวพร้อมกับหนานกงมั่ว เยี่ยนอ๋องบาดเจ็บหนักแน่นอนว่าไม่อาจออกมาต้อนรับได้ด้วยตนเอง ดังนั้นเว่ยจวินมั่วจึงพาคุณชายเซียวทั้งสามและเหล่านายทหารชั้นสูงออกมาต้อนรับด้วยตนเอง นับว่าเป็นการไว้หน้าหนิงอ๋องยิ่ง
เมื่อได้หน้าแล้ว หนิงอ๋องก็อารมณ์ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะยามที่เข้ามาในกระโจมใหญ่แล้วเห็นเยี่ยนอ๋องนอนอยู่บนเตียง อารมณ์จึงดียิ่งขึ้นไปอีก
“โอ้ พี่สาม หลายปีแล้วที่ไม่ได้เห็นท่านอ่อนแอเพียงนี้ ได้ยินข่าวน้องก็ตกใจยิ่งนัก” หนิงอ๋องเอ่ยด้วยรอยยิ้มร่า
เยี่ยนอ๋องกรอกตาอย่างจนปัญญา “น้องสิบเจ็ด ไม่ได้เจอกันหลายปีเจ้าก็ยังเป็นเหมือนเดิมสินะ”
หนิงอ๋องยักไหล่ เอ่ยอย่างมีความสุข “ใช้ชีวิตก็ต้องผ่อนคลายสิ ดูพี่สามท่านทำให้ตนเองต้องบาดเจ็บเพียงนี้ ช่างเหนื่อยเสียจริง” มองร้อยยิ้มล้อเลียนของหนิงอ๋อง เยี่ยนอ๋องเองก็เอือมระอา เพียงส่ายศีรษะ เอ่ย “ข้าไม่ได้โชคดีอย่างน้องสิบเจ็ด”
หนิงอ๋องส่งเสียงหยัน ปรายตามองหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วที่ยืนอยู่ด้านข้าง เอ่ย “พี่สามเอ่ยเช่นนี้ถ่อมตัวเกินไปแล้ว มีคุณชายเว่ยและซิงเฉิงจวิ้นจู่ หลานชายหลานสะใภ้เช่นนี้ผู้ใดกล้าหาว่าท่านไม่โชคดีกันเล่า” เยี่ยนอ๋องเองก็รู้ว่าระหว่างเว่ยจวินมั่วและหนิงอ๋องนั้นมีบุญคุณความแค้นกันอยู่ ความจริงแล้วไม่ใช่เขาที่เกลี้ยกล่อมหนิงอ๋องได้ น้องสิบเจ็ดนี้ดูอายุน้อยที่สุด แต่ความเจ้าเล่ห์นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย สองปีมานี้ไม่ว่าเขาหรือเซียวเชียนเยี่ยจะส่งใครไปอยู่ใกล้เขา แต่หนิงอ๋องกลับไม่ทำให้ใครขุ่นเคืองหรือเข้าข้างใคร พวกเขาเองก็จนปัญญา ทว่าไม่คิดว่าจวินเอ๋อร์จะเกลี้ยกล่อมเขาได้ เพียงแต่…ดูแล้วความสัมพันธ์ก็ดูยังไม่ดีนี่นา