หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 977 แผนการรับมือ (3)
ตอนที่ 977 แผนการรับมือ (3)
เมื่อรวมกับก่อนหน้านี้ที่เนี่ยนหย่วนบุกปล้นเสบียงอาหารชุดใหญ่ของกองทัพราชสำนัก ส่วนที่เอาไปได้ก็เอาไป ส่วนที่เอาไปไม่ได้ก็เผาทิ้ง กองทัพต้องรอเสบียงอาหารจากกองจัดหาเสบียงที่ตามมาภายหลัง ยามนี้จึงไม่อาจไปเพิ่มความยากลำบากให้เว่ยจวินมั่วและเยี่ยนอ๋องได้
ได้รับจดหมายลับจากสำนักหอธารา หนานกงไหวอ่านชั่วครู่พลันขย้ำเป็นก้อนกลม ส่งเสียงหยัน “เอ่ยน่ะง่าย ตลอดหลายปีมานี้เจ้าสำนักกงเองก็ทำไม่สำเร็จสักเรื่องมิใช่หรือ” หากเป็นเมื่อก่อนคนอย่างกงอวี้เฉินนั้นหนานกงไหวไม่มีทางสนใจ แต่การที่หนานกงไหวได้มีชีวิตอยู่ต่อ กระทั่งได้ออกจากคุกมานำทัพทำสงคราม กงอวี้เฉินนับว่ามีความชอบอยู่ไม่น้อย เรื่องเหล่านี้แน่นอนว่าหนานกงไหวออกมาจากคุกแล้วจึงได้รับรู้ แต่ไม่ว่ากงอวี้เฉินจะมีแผนการเยี่ยงไร อย่างไรกงอวี้เฉินก็เป็นคนช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ อีกทั้งตอนนี้กงอวี้เฉินร่วมมือกับเซียวเชียนเยี่ย ต่อให้หนานกงไหวไม่พอใจก็ต้องยอมรับให้ได้
สือจิ้งเซียงที่อยู่ด้านข้างไม่เข้าใจนักว่ากงอวี้เฉินเป็นผู้ใด เพียงแต่ไม่ชอบการออกคำสั่งเยี่ยงนี้ของสำนักหอธารา พวกเขาเป็นทหารของราชสำนัก ภักดีต่อฮ่องเต้ เจ้าสำนักกงนั่นเป็นผู้ใดมาจากไหน ใครจะไปสนใจเขาเล่า
เพียงแต่คำเตือนของกงอวี้เฉินก็มีเหตุผล “ท่านแม่ทัพ หากเยี่ยนอ๋องร่วมมือกับหนิงอ๋องจริง พวกเราคงมีปัญหาใหญ่แล้ว ดังนั้น…ต้องรีบจัดการกองทัพเฉินโจวของหนานกงชวี่ เข้าร่วมกับแม่ทัพเซ่า”
หนานกงไหวถอนหายใจออกมาช้าๆ แน่นอนว่าสิ่งที่สือจิ้งเซียงเอ่ยใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ เพียงแต่… “รีบจัดการหนานกงชวี่ จุดไฟเผาภูเขาอย่างนั้นหรือ” พวกเขาอยู่ใต้ลม ทั่วทั้งเมืองอวิ๋นตูมีเขาล้อมลอบอยู่สามภูเขา ถึงตอนนั้นหากจุดไฟเผาจริงๆ คงไม่ใช่จะดับได้ง่ายๆ ถึงตอนนั้นสุดท้ายเป็นการเผาใครก็ไม่แน่
สือจิ้งเซียงถอนหายใจอย่างจนปัญญา “หรือว่าเราไม่มีวิธีแล้ว”
หนานกงไหวยิ้มเย็น เอ่ย “ในเมื่อหนานกงชวี่ชอบอวิ๋นตู รอเสบียงมาถึงแล้วพวกเราก็มุ่งหน้าไปเมืองเผิง”
“ท่านแม่ทัพหมายถึง…” สือจิ้งเซียงหัวใจกระตุก หนานกงไหวเอ่ย “อวิ๋นตูนั้นสำคัญ เพราะเป็นด่านสุดท้ายทางเหนือของแม่น้ำหลีเจียง แต่ว่า…หากกองทัพโยวโจวไม่มีใครสามารถข้ามแม่น้ำนี้ไปเล่า จะเฝ้าอวิ๋นตูหรือไม่เฝ้าแล้วจะต่างกันอย่างไร”
สือจิ้งเซียงเงียบไปนาน พลันปรบมือหัวเราะออกมา “ท่านแม่ทัพช่างปราดเปรื่อง” ตอนนี้กำลังทหารของพวกเขามีมากกว่ากองทัพโยวโจว ในเมื่อยามนี้ยังไม่อาจจัดการหนานกงชวี่ได้ไยต้องมาเสียเวลากับเขาเล่า ขอเพียงพวกเขากำจัดกองทัพหลายแสนของโยวโจวและกองทัพเฉินโจว ต่อให้หนานกงชวี่หลบอยู่ในเขาลึกไปตลอดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่วนอวิ๋นตู หนานกงชวี่ไม่ได้เคลื่อนกำลังข้ามแม่น้ำเพื่อข่มขวัญจินหลิง รอกระทั่งจัดการกับกองทัพโยวโจวเรียบร้อยค่อยย้อนกลับมา สามารถกำจัดหนานกงชวี่ได้ทุกเมื่อ
“เพียงแต่ ผู้นั้น…” สือจิ้งเซียงนึกถึงจดหมายเมื่อครู่ สำนักหอธาราผู้นั้นดูเหมือนอยากให้พวกเขากำจัดหนานกงชวี่ให้ได้
หนานกงไหวเอ่ยเสียงเรียบ “กงอวี้เฉินเพียงต้องการให้เราไปสบทบกับเมืองเผิงให้เร็วก็เท่านั้น หากกองกำลังไท่หนิงมาถึงคงจะเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ต้องสนใจ”
สือจิ้งเซียงพยักหน้า เอ่ย “เช่นนี้ก็ดีขอรับ เสบียงชุดใหม่อย่างมากก็สามห้าวันก็มาถึง ถึงตอนนั้น…พวกเราจะเคลื่อนทัพไปเมืองเผิง”
หมู่บ้านบนเขา หนานกงชวี่ยืนอยู่เนินเขามองออกไปไกลยังเทือกเขาที่ทอดยาวออกไปพลางเล่นกริชสั้นในมืออย่างไม่ใส่ใจนัก
“คุณชายหนานกง” ทางด้านหลัง เซวียปินรีบวิ่งเข้ามา หนานกงชวี่หันกลับไป “มีอันใดหรือ มีข่าวจากเมืองเผิงหรือ” เซวียปินส่ายศีรษะ “ไม่มีข่าวจากเมืองเผิงขอรับ เพียงแต่กองทัพของราชสำนักที่อยู่เบื้องล่างนั้นมีความเคลื่อนไหวแล้ว”
“เอ๋” หนานกงชวี่ขมวดคิ้ว เซวียปินเอ่ย “มีหน่วยสอดแนมเห็นว่า ทัพหลังของหนานกงไหวเริ่มถอนทัพ ออกไป ดูเหมือนว่า…ไม่ตีกับพวกเราแล้ว” สำหรับเรื่องนี้เซวียปินนั้นเข้าใจ หากเขาเป็นหนานกงไหวก็คงไม่อยากสนใจ ใครจะยอมพากำลังทหารหลายแสนมาเฝ้าภูเขาอยู่ตลอดกันเล่า
หนานกงชวี่ขมวดคิ้ว “ถอนกำลังทหารหรือ”
“ตอนนี้คงไม่กระมัง ทัพหน้ายังไม่เคลื่อนไหว มีเพียงทัพหลังที่ค่อยๆ ถอนตัวออกไป”
กริชสั้นในมือของหนานกงชวี่หมุนไปสองรอบ หนานกงชวี่ครุ่นคิด “เสบียงของกองทัพเพิ่งถูกเผาไป หนานกงไหวยังไม่เคลื่อนทัพไปเมืองเผิงจึงจะถูก เพียงแต่…รอเสบียงอาหารมาถึงก็ไม่แน่ ให้คนส่งจดหมายให้เว่ยจวินมั่วก่อนเถิด”
เซวียปินเอ่ยด้วยความหวาดกลัว “พี่หนานกง คุณชายเว่ยบอกว่ายื้อหนานกงไหวเอาไว้ไม่ได้ก็จะตัดคอพวกเรานะขอรับ”
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือคำว่ายื้อ จะสู้ได้หรือไม่ได้สามารถสังหารอีกฝ่ายได้กี่คนไม่สำคัญสำหรับพวกเขา ที่สำคัญที่สุดคือยื้อหนานกงไหวเอาไว้ อย่าให้เขาไปสร้างความวุ่นวายที่เมืองเผิง
หนานกงชวี่เลิกคิ้ว “พวกเราซ่อนตัวอยู่บนเขามานานเพียงนี้ เว่ยจวินมั่วยังไม่อาจจัดการเมืองเผิงได้ ยื้อเอาไว้ไม่ได้แล้วโทษพวกเราหรือ” พวกเขาทั้งหมดมีกำลังทหารเพียงไม่กี่หมื่น ในกองทัพยังไม่มีบุคคลยิ่งใหญ่ใดๆ สามารถยื้อหนานกงไหวอยู่ที่นี่ได้ตั้งหลายวันนับว่าแปลกแล้ว หากเปลี่ยนเป็นหนานกงชวี่เอง ไม่ว่าเจ้าจะหลบซ่อนตัวอยู่ในเขาเพื่อปลูกเห็ดหรือรอโอกาส ข้าก็จะโจมตีเมืองเผิงเสียก่อนค่อยว่ากัน
คำนวณความเป็นไปได้ที่เว่ยจวินมั่วจะไม่มีเหตุผล แม้ว่าเขาไม่กลัวทว่ามองเห็นท่าทางน่าสงสารของเซวียปิน หนานกงชวี่จึงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “เจ้าและเฉินซิว…นำทัพคนละสองหมื่นนาย ไปเดินเล่นริมฝั่งแม่น้ำ”
เซวียปินตัวแข็งทื่อ “คุณชายหนานกง พวกเรามิได้มีความแค้นกับท่านใช่หรือไม่” ริมฝั่งแม่น้ำ…ข้ามแม่น้ำไปก็เป็นเขตของราชสำนักเลยนะ ทหารของกองกำลังรักษาการณ์สิบสามแห่งจินหลิงไม่ใช่เอาไว้ประดับตกแต่งเสียหน่อย ไม่ใช่ส่งแกะเข้าปากหรอกหรือ
หนานกงชวี่ถอนหายใจแก่สมองของบุตรชายของแม่ทัพเซวีย “เจ้าต้องการยื้อหนานกงไหวเอาไว้มิใช่หรือ หากพบกองทัพโยวโจวอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าว่าเซียวเชียนเยี่ยจะทำเช่นไร”
“ต้องโกรธน่ะสิขอรับ” เซวียปินเอ่ย
หนานกงชวี่พยักหน้า “และหนานกงไหวเป็นแม่ทัพที่อยู่ใกล้แม่น้ำหลีที่สุด…”
“คงซวยครั้งใหญ่แน่” เซวียปินเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น
หนานกงชวี่เอ่ย “ซวยหรือไม่ก็ไม่แน่ แต่เซียวเชียนเยี่ยจะต้องออกคำสั่งให้เขาจัดการกับทหารที่ต้องการข้ามแม่น้ำก่อน แน่นอนว่าหนานกงไหวไม่มีเวลาไปเมืองเผิงแล้ว”
“…” คนที่ถูกจัดการก็เป็นพวกเรามิใช่หรือ
หนานกงชวี่เอ่ยเสียงเรียบ “พวกเจ้าแยกกันเป็นหลายส่วน ดึงความสนใจเอาไว้ หลังจากนั้นหาวิธีซ่อนตัวหรือจะกลับมาก็ได้ ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีตาไม่ไปยั่วยุในสถานที่หรือคนที่ไม่ควรยั่วยุได้กระมัง”
“อืม เข้าใจแล้วขอรับ” เซวียปินพยักหน้าหนักๆ
หนานกงชวี่พยักหน้า “เช่นนั้นก็ไปเถิด”