หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 971 เจ้าอยู่หน่วยใดในกองทัพหรือ (3)
ตอนที่ 971 เจ้าอยู่หน่วยใดในกองทัพหรือ (3)
“เจ้า…เจ้า…” กงเสี่ยวเตี๋ยหน้าซีด ชี้ไปยังหนานกงมั่วแล้วเอ่ยออกมาอย่างโกรธแค้น “หรือว่าซิงเฉิงจวิ้นจู่ไม่ได้วิ่งไปทั่วอย่างนั้นหรือ ไยจึงไม่เห็นคุณชายเว่ยจะว่าอย่างไร”
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “นางเป็นภรรยาของข้า เจ้าเป็นใคร”
“เจ้า…เจ้า…” ในที่สุดกงเสี่ยวเตี๋ยก็ทนไม่ไหว ล้มลงในอ้อมแขนของสาวใช้
“พระชายารอง พระชายารองเจ้าคะ…” สาวใช้ต่างพากันตื่นตระหนก “เร็ว รีบตามหมอ พระชายารองเป็นลมแล้ว”
“หุบปาก” หนานกงมั่วก้าวเข้าไป หยิกเข้าไปที่ร่องริมฝีปากบนของกงเสี่ยวเตี๋ย ไม่นานกงเสี่ยวเตี๋ยก็ตื่นขึ้นมา กงเสี่ยวเตี๋ยเป็นลมอยู่ในกระโจมของเว่ยจวินมั่ว เรียกหมอบ้าอันใดกันเล่า หากแพร่งพรายออกไปไม่รู้ว่าจะกลายเป็นอย่างไร
กงเสี่ยวเตี๋ยค่อยๆ ลืมตาขึ้น น้ำเอ่อล้นไหลทะลักออกมา
หนานกงมั่วโบกมือไร้ซึ่งวาจา ส่งสัญญาณให้สาวใช้พานางออกไป เห็นบรรยากาศไม่ค่อยดี จูชูอวี้และหย่งเฉิงจวิ้นจู่เองก็รีบหนีเอาตัวรอดเช่นกัน ไม่นานกระโจมใหญ่พลันเงียบสงบ หนานกงมั่วหันกลับมามองไปยังเว่ยจวินมั่ว เลิกคิ้วขึ้น “คุยกันแล้วว่าหากเกิดปัญหาจะเป็นหน้าที่ของเสด็จลุงมิใช่หรือ” ตกลงกันแล้ว รอกงเสี่ยวเตี๋ยมา กงเสี่ยวเตี๋ยเป็นปัญหาของเยี่ยนอ๋อง ดังนั้นจึงยกกงเสี่ยวเตี๋ยให้เยี่ยนอ๋องเป็นคนจัดการมิใช่หรือ
คุณชายเว่ยเองก็ดูไร้เดียงสา “ข้าจะไปรู้ได้เยี่ยงไรว่าสมองของนางจะมีปัญหา” มีเรื่องน้อยใจแล้วเอามาฟ้องเขาเหมาะสมแล้วหรือ แม้แต่การประจบสอพลอยังทำไม่เป็น กงอวี้เฉินขาดคนเพียงใดกันถึงได้ใช้นาง
หนานกงมั่วยักไหล่ “ช่างเถิด อย่าพึ่งเอ่ยถึงเรื่องนี้” ยกแผนที่ในมือที่เพิ่งได้รับมา เอ่ยถาม “นี่คืออันใดหรือ ไยข้าจึงไม่รู้ว่าจะมีคนมา”
คุณชายเว่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย “แน่นอนว่าเจ้าไม่รู้ เพราะว่า…นี่เป็นสิ่งที่ข้าเพิ่งตัดสินใจ”
หนานกงมั่วกะพริบตา มองเว่ยจวินมั่วด้วยความสงสัย “ท่านคิดแผนร้ายอันใดอีก”
คุณชายเว่ยกระดิกนิ้วเรียกนาง หนานกงมั่วเดินเขาไปหาโดยไม่ลังเล ยื่นมือไปคว้าคอเสื้อของเขาด้วยสีหน้าดุร้าย “รีบบอกมา” ในเมื่อกล้าใช้นางแล้วยังกล้าปิดบังนางอีก คุณชายเว่ยยิ้มบาง “ไม่ได้ปิดบังเจ้า เจ้าเป็นคนแรกที่รู้” เอ่ยจบ พลันก้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูหนานกงมั่วไม่กี่ประโยค เมื่อฟังจบแล้วหนานกงมั่วได้แต่จ้องมองคุณชายเว่ยอยู่เนิ่นนานไม่เอ่ยวาจา เว่ยจวินมั่วไม่เข้าใจ “ทำไมหรือ”
หนานกงมั่วส่ายศีรษะ ถอนหายใจ เอ่ย “เปล่า ข้าเพียงรู้สึกว่า…ข้าคง อาจจะ บางที สมองคงไม่พอใช้” มิฉะนั้นไยข้าจึงคิดวิธีการที่ยุ่งเหยิงและน่ากลัวเช่นนี้ไม่ได้ เว่ยจวินมั่วถอนหายใจ ส่ายศีรษะพลางเอ่ยขึ้นว่า “อู๋สยาไม่ต้องคิดเรื่องนี้ให้มากมาย หากไม่ใช่เพราะคนพวกนั้นซ่อนตัวเก่ง ข้าเองก็คงไม่อาจคิดแผนนี้ออกมาได้”
หนานกงมั่วพยักหน้า แสดงออกว่าเห็นด้วย หากจะทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ให้เข้าใจในทุกขั้นตอน ไม่รู้ว่าเซลล์สมองต้องตายไปแล้วกี่เซลล์ แม้ยามนี้กองทัพโยวโจวจะดูมั่นคง บาดแผลของเยี่ยนอ๋องก็กำลังดีขึ้น แต่ความจริงแล้วไม่ว่าปัญหาภายนอกหรือภายในก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข เซ่าจงที่อยู่ในเมืองเผิงป้องกันเมืองราวกับเต่าในกระดองจนคนไร้หนทาง ฝั่งอวิ๋นตูรวบรวมกำลังทหารนับวันมากขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าเมื่อถึงเวลาต่อให้พวกเขาไม่หาเรื่องก่อน หนานกงไหวและสือจิ้งเซียงก็คงเริ่มก่อน อีกทั้งกงอวี้เฉินที่ไม่รู้ไปหลบอยู่ที่ใด รวมไปถึงคนของกงอวี้เฉินและสายลับของเซียวเชียนเยี่ยที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพ ปวดหัวเสียจริง
นางมองคุณชายเว่ยด้วยความเห็นใจ ยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าหล่อเหลาของเขา “ลำบากท่านแล้ว”
เว่ยจวินมั่วกุมมือของนางเอาไว้ “อู๋สยาต่างห่างที่ลำบากแล้ว”
นอกกระโจมใหญ่ กงเสี่ยวเตี๋ยยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น จูชูอวี้และหย่งเฉิงจวิ้นจู่แม้จะหงุดหงิดทว่าไม่ไปส่งนางไม่ได้ อย่างไรกงเสี่ยวเตี๋ยก็เป็นพระชายารองของเยี่ยนอ๋อง เป็นมารดาของพี่น้องคุณชายตระกูลเซียว
เพียงแต่เมื่อเทียบกับจูชูอวี้ที่ไม่แสดงสีหน้าไม่ว่าอารมณ์ใดๆ หย่งเฉิงจวิ้นจู่กลับทนไม่ไหว เห็นว่ากงเสี่ยวเตี๋ยยังอยากไปยังกระโจมของเยี่ยนอ๋อง หย่งเฉิงจวิ้นจู่จึงเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “พระชายารอง ยามนี้บาดแผลของเสด็จพ่อยังไม่หายดี พวกเราไม่เอาเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ไปรบกวนพระองค์ได้หรือไม่”
กงเสี่ยวเตี๋ยมีท่าทีไม่พอใจ กัดฟันเอ่ย “นี่จะเป็นเรื่องเล็กได้เยี่ยงไร”
หย่งเฉิงจวิ้นจู่กลอกตา “ก่อนหน้านี้เสด็จแม่เตือนท่านแล้วว่าไม่ต้องมา ท่านก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้จะมาให้ได้ หรือว่าท่านไม่รู้ว่าในกองทัพนั้นไม่ได้สะดวกสบาย เหล่าทหารได้กินอิ่มนอนหลับก็ไม่เลวแล้ว ท่านยังจะให้พวกเขาไปตามหารังนกไหมทองคำอันใดนั่นอีก หากแพร่งพรายออกไปแล้วจะให้คนมองเสด็จพ่อเยี่ยงไร หากท่านรับไม่ได้ก็กลับไปเถิด”
“หย่งเฉิงจวิ้นจู่” กงเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยเสียงเข้ม “ใครใช้ให้เจ้ามาสั่งสอนข้า” หากหย่งเฉิงจวิ้นจู่เป็นบุตรีของพระชายาเยี่ยนอ๋องจริงๆ ก็ช่างเถิด ความจริงแล้วเป็นเพียงบุตรีเชื้อสายรองที่พระชายาเยี่ยนอ๋องเลี้ยงมาก็เท่านั้น
หย่งเฉิงจวิ้นจู่กัดริมฝีปาก ส่งเสียงหยันในลำคอไม่เอ่ยสิ่งใดอีก จูชูอวี้ที่นิ่งเงียบมาตลอดเงยหน้าขึ้นมา ถอนหายใจ เอ่ย “พระชายารอง วาจาที่หย่งเฉิงเอ่ยแม้ไม่น่าฟัง ทว่ามีเหตุผล หากพระชายารองนึกถึงเสด็จพ่อบ้างก็ไม่ควรไปโวยวายให้คุณชายเว่ยลงโทษทหารในกองทัพวันนี้ หากคุณชายเว่ยลงโทษผู้ดูแลเหล่านั้นจริงๆ คนอื่นเพียงเอ่ยว่าคุณชายเว่ยกตัญญูต่อเสด็จพ่อ ทว่าจะคิดว่าเสด็จพ่อเอาอกเอาใจสตรีเพื่อความสำราญเอาได้”
ได้ยินเช่นนั้น กงเสี่ยวเตี๋ยจึงชะงัก ไม่นานจึงสงบลง เห็นชัดว่าฟังคำของจูชูอวี้
หย่งเฉิงจวิ้นจู่เห็นเช่นนั้น มองจูชูอวี้อย่างตกตะลึง เพราะท่าทีของเยี่ยนอ๋องและพระชายาเยี่ยนอ๋อง นางจึงไม่สนิทชิดเชื้อกับพี่สะใภ้รองผู้นี้นัก ไม่คิดว่าจูชูอวี้จะมีวิธีเกลี้ยกล่อมคน ไม่ว่าอย่างไรกงเสี่ยวเตี๋ยไม่สร้างเรื่องก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี
สัมผัสได้ถึงสายตาของหย่งเฉิงจวิ้นจู่ จูชูอวี้จึงยิ้มบางอย่างไม่ใส่ใจ เอ่ยถามขึ้น “พี่สะใภ้คล้ายว่าจะต้องออกเดินทางหรือ”
หย่งเฉิงจวิ้นจู่ชะงัก นึกถึงสิ่งที่พี่ชายเอ่ยกับพี่สะใภ้ในกระโจมเมื่อครู่ แม้นางฟังไม่ถนัดว่าพวกเขาคุยอันใดกัน เพียงแต่ได้ยินว่าพี่ชายรบกวนพี่สะใภ้เดินทางไปที่ใด พี่สะใภ้คล้ายว่าจะตกลงแล้ว หันไปมองจูชูอวี้ “พี่สะใภ้รองสงสัยหรือ”
จูชูอวี้ยิ้มบาง “แน่นอน หรือว่าหย่งเฉิงไม่สงสัยหรือ”