หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 970 เจ้าอยู่หน่วยใดในกองทัพหรือ (2)
ตอนที่ 970 เจ้าอยู่หน่วยใดในกองทัพหรือ (2)
หนานกงมั่วเดินเข้ามาเห็นภาพนั้น รู้สึกงุนงงขึ้นมาในใจอย่างอดไม่ได้ หากไม่เชื่อในตัวคุณชายเว่ย นางคงคิดว่าคุณชายเว่ยกำลังรังแกกงเสี่ยวเตี๋ย หย่งเฉิงจวิ้นจู่ที่เดินตามมาด้านหลังมองไปยังกงเสี่ยวเตี๋ยที่นั่งอยู่บนพื้น จากนั้นหันไปมองเว่ยจวินมั่วที่กำลังนั่งอยู่ ใบหน้าฉงนขึ้นมา
หนานกงมั่วยิ้มพลางเลิกคิ้วขึ้น สาวเท้าเดินเข้าไปด้านใน “นี่อันใดกันหรือ ชายารองกงไยจึงไปนั่งอยู่บนพื้นเล่า พวกเจ้าดูแลกันอย่างไร ยังไม่รีบประคองนางขึ้นมาอีก” สาวใช้หลายคนที่ติดตามกงเสี่ยวเตี๋ยยืนอยู่ด้านข้างห่างออกไปไม่ไกล ใบหน้าขมขื่นไม่กล้าเอ่ยปาก ไม่ใช่พวกนางไม่ประคองขึ้นมา แต่พระชายารองไม่ยอมให้พวกนางประคองต่างหาก
คุณชายเว่ยนั่งอ่านเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าอย่างสงบ กระทั่งหนานกงมั่วเดินเข้ามาจึงเงยหน้าขึ้นมา ไม่แม้แต่ชายตามองกงเสี่ยวเตี๋ยแม้เพียงนิด ยื่นมือออกไปหาหนานกงมั่ว “อู๋สยา มานี่”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เดินเข้าไป เอ่ยถาม “นี่เรื่องอันใดกันหรือ”
เว่ยจวินมั่วคลี่แผนที่ที่วางอยู่ข้างตัวลงบนโต๊ะ ชี้ไปยังตำแหน่งหนึ่งบนโต๊ะ เอ่ย “เพิ่งได้รับข่าวดีมา”
“หืม”
คุณชายเว่ยดูอารมณ์ดีไม่เลว ดังนั้นแม้กงเสี่ยวเตี๋ยจะนั่งร้องไห้เสียดหูเขาเป็นเวลาเกือบสองเค่อ เขาจึงยังไม่เกิดโทสะขึ้น “หนางกงชวี่เพิ่งส่งข่าวมาบอกว่าเนี่ยนหย่วนพาคนไปปล้นเสบียงอาหารของราชสำนัก ในระยะนี้พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอาหารฝั่งหนานกงชวี่แล้ว” ตอนนี้กองทัพเฉินโจวของพวกเขาไม่ว่าจะการกินอยู่ต่างก็ใช้ของกองทัพโยวโจว แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่สมควร พวกเขากำลังทำสงครามเพื่อกองทัพโยวโจวมิใช่หรือ แต่อย่างไรก็ไม่สะดวกสบายเท่าของตนเอง ในเมื่อหนานกงชวี่สามารถจัดการด้วยตนเองได้ แน่นอนว่าไม่มีเรื่องใดจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว
หนานกงมั่วเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้ “ไต้ซือเนี่ยนหย่วนร้ายกาจจริงๆ” สามารถชิงอาหารจากกองทัพทหารหลายแสนของราชสำนักมาได้ ยากกว่าที่พวกเขาเคยช่วงชิงคลังเสบียงมาก เนี่ยนหย่วนช่างมีความสามารถ
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของคุณชายเว่ย และรอยยิ้มนั้นมีบางอย่างแฝงอยู่ “ร้ายกาจจริงๆ มีเนี่ยนหย่วนคอยช่วยเหลือ ฝั่งหนานกงชวี่นั้นเราก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้ว” ฝ่ายบุ๋นมีเนี่ยนหย่วน ฝ่ายบู๊มีลิ่นฉังเฟิง เจี่ยนชิวหยาง อีกทั้งยังมีเฉินซิวที่อายุยังน้อย เว่ยจวินมั่วคิดว่าตนเองนั้นมีน้ำใจต่อหนานกงชวี่พี่ชายของภรรยาผู้นี้มากแล้ว
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เอ่ยถามอย่างแปลกใจ “ท่านให้คนตามข้ามา เพราะเรื่องนี้หรือ”
“แน่นอนว่าไม่ใช่” เว่ยจวินมั่วเอ่ย ชี้ไปยังแผนที่ที่วางอยู่บนโต๊ะ “มีเรื่องต้องรบกวนอู๋สยา”
“เอ๋” หนานกงมั่วเลิกคิ้วบอกใบ้ให้เขาเอ่ยออกมาตามตรง
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “พาคนไปที่นี่ ไปรับใครบางคนให้ข้า”
“ผู้ใดกัน”
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเบา “คนที่สำคัญมากๆ คนหนึ่ง”
หนานกงมั่วเองก็ไม่ถามมาก คิ้วสวยเลิกขึ้นและม้วนเอาแผนที่มาถือไว้ “ก็ได้ ให้ออกเดินทางเมื่อใด”
“ยิ่งเร็วยิ่งดี” คุณชายเว่ยเอ่ย
“จะไปเดี๋ยวนี้” หนานกงมั่วพยักหน้า
กงเสี่ยวเตี๋ยที่เดิมนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้นพลันชะงัก เดิมทีคิดว่าเว่ยจวินมั่วเรียกหนานกงมั่วมาเพราะเรื่องของตน ไม่คิดว่าสองคนนี้จะกระซิบกระซาบกันอยู่สองคน ไม่ชายตามองนางแม้เพียงนิด ราวกับน้ำตาได้ไหลทิ้งไปเสียเปล่า กงเสี่ยวเตี๋ยยกมือกุมหน้าอกใบหน้าเขียวคล้ำขึ้นมา มองดูแล้วราวกับสลบไปได้อย่างไรอย่างนั้น
“ชายารองกง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่” จูชูอวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยเสียงเรียบ
หนานกงมั่วจึงหันกลับมามองคนที่นั่งอยู่บนพื้น หันไปมองเว่ยจวินมั่วพร้อมเลิกคิ้วขึ้น นี่มันเรื่องอันใดกันหรือ
เว่ยจวินมั่วกวาดตามองกงเสี่ยวเตี๋ย เอ่ย “นางบอกว่าผู้ใต้บัญชารังแกนาง”
“จากนั้นเล่า”
“จากนั้นนางก็เอาแต่ร้องไห้มาจนถึงตอนนี้”
“…” หนานกงมั่วไร้ซึ่งคำพูด มองดูกงเสี่ยวเตี๋ยที่โกรธจนตัวสั่น พอเข้าใจสิ่งที่เว่ยจวินมั่วเอ่ยแล้ว กงเสี่ยวเตี๋ยวิ่งมาฟ้องเว่ยจวินมั่วว่ามีคนรังแกนาง ด้วยนิสัยของกงเสี่ยวเตี๋ยก็คงวิ่งร้องไห้เข้ามา แต่คุณชายเว่ยกลับไม่สนใจ ดังนั้น…แม้ไม่อาจเดินเข้าไปร้องไห้โวยวายใกล้ๆ คุณชายเว่ย แต่ก็ไม่อาจหนีกลับไปแบบนี้หรือไปฟ้องเยี่ยนอ๋องได้ อย่างไรแพทย์ทหารก็เตือนแล้วเตือนอีกว่าเยี่ยนอ๋องไม่ควรเป็นกังวลหรือมีเรื่องไม่สบายใจ ทำได้เพียงนอนพักรักษาตัวต่อไป ดังนั้นพระชายารองกงที่จะเดินหน้าก็ไม่ได้ถอยกลับก็ไม่ได้จึงทำได้เพียงนั่งร้องไห้ต่อไป ไม่มีวิธีการอื่นแล้ว
ให้เข้าไปโวยวายกับเว่ยจวินมั่วหรือ จำได้ว่าในปีนั้นคุณชายเว่ยทำให้นางแทบกระอักเลือด ความหวาดกลัวยังคงอยู่ เห็นได้ชัดว่าคุณชายเว่ยไม่ใช่คนที่จะทะนุถนอมอ่อนโยนต่อสตรี เช่นนี้ก็ช่างเถิด นางเป็นถึงพระชายารองทว่ากลับไม่อาจจัดการผู้ดูแลตัวเล็กๆ ได้ ต่อไปใครจะเห็นนางอยู่ในสายตากันเล่า
หนานกงมั่วคิดว่าตนเองเข้าใจความกังวลของกงเสี่ยวเตี๋ย แต่เข้าใจก็เพียงเข้าใจ อย่างไรก็ไม่อาจทำลายอารมณ์ที่ดีของนางได้
เห็นได้ว่าเว่ยจวินมั่วเองก็ไม่มีอารมณ์มาสนใจกงเสี่ยวเตี๋ย กวาดตามองหย่งเฉิงจวิ้นจู่และจูชูอวี้ “ส่งพระชายารองกงกลับไป”
“…” จูชูอวี้และหย่งเฉิงจวิ้นจู่หมดคำเอ่ยทั้งสองคน ท่านส่งคนไปตามพวกเรามาเพื่อพานางกลับไปอย่างนั้นหรือ
ในที่สุดกงเสี่ยวเตี๋ยก็ทนไม่ไหว เอ่ยเสียงดัง “คุณชายเว่ย ในเมื่อท่านอ๋องไว้วางใจให้ท่านจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในกองทัพ ท่านจะทำลายความเชื่อใจของท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ”
ในที่สุดเว่ยจวินมั่วก็หันมามองนาง คิ้วคมขมวดเล็กน้อย เสียงนี้หนวกหูเกินไป ไม่ว่าอย่างไรอู๋สยาก็ไม่มีทางส่งเสียงเสียดหูเยี่ยงนี้ออกมาอย่างแน่นอน
“อ้อ ข้าทำลายความเชื่อมั่นของเสด็จลุงอย่างไรหรือ”
กงเสี่ยวเตี๋ยกัดฟัน “สิ่งที่ข้าเพิ่งเอ่ยไป ท่านไม่ได้ยินหรือ”
คุณชายเว่ยเอ่ยเสียงหยัน “เจ้า…อยู่หน่วยใดในกองทัพหรือ”
พระชายารองกงสีหน้าทะมึน ถูกสาวใช้ประคอง ในที่สุดก็ไม่ล้มลงไปอีกแล้ว ดวงตาที่เคยมีน้ำตาคลอหน่วยยามนี้เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ “ข้าถูกละเลยในกองทัพ หรือว่าท่านจะไม่สนใจอย่างนั้นหรือ” คุณชายเว่ยย่นจมูก “พวกเขาลดอาหารเจ้าแล้ว หรือว่าไม่ให้เสื้อผ้ากับเจ้า”
กงเสี่ยวเตี๋ยกัดหัน “ข้าต้องการของบางอย่าง พวกเขาก็เอาแต่ปฏิเสธด้วยข้ออ้างต่างๆ หรือว่าไม่เป็นการเสียมารยาทต่อข้าอย่างนั้นหรือ”
หนานกงมั่วหัวเราะจนตาหยี “ชายารองกง รังนกไหมทองคำไม่ใช่สิ่งจำเป็นในกองทัพ พวกเขาไม่มี ต่อให้เจ้าบีบบังคับพวกเขาอย่างไรก็คงไม่อาจเอาออกมาให้เจ้าได้” ระหว่างทางที่มา หนานกงมั่วเองก็ได้ฟังหลิ่วหันเล่าคร่าวๆ แล้ว สิ่งที่กงเสี่ยวเตี๋ยต้องการล้วนแล้วแต่เป็นของหายาก หากเป็นยามปกติคงเข้าไปตามหาในเมืองได้ แต่ว่าตอนนี้กำลังทำสงครามอยู่ชายฝั่งทางเหนือของแม่น้ำหลีเจียง หลายเมืองรอบข้างยังไม่ตกอยู่ในมือของพวกเขา เส้นทางถูกตัดขาด จะให้คนไปหาซื้อมาจากที่ใดเล่า
กงเสี่ยวเตี๋ยคิดเพียงว่าคนเบื้องล่างนั้นหลอกลวงนาง จึงเข้ามาร้องเรียนต่อเว่ยจวินมั่ว น่าเสียดายที่ให้ความสำคัญกับตนเองเกินไป กลับทำให้คนอื่นยิ่งไม่เห็นความสำคัญของเจ้า เพียงเข้ามาก็ถูกเว่ยจวินมั่วเมินเฉยแล้ว
นึกถึงสิ่งที่ตนเองต้องเผชิญ กงเสี่ยวเตี๋ยรู้สึกว่าตนเองนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม ดวงตาแดงก่ำ เอ่ย “อย่างไรเสีย พวกเขาก็เสียมารยาทต่อข้า คุณชายเว่ยก็ควรจัดการกับพวกเขามิใช่หรือ”
เว่ยจวินมั่วขมวดคิ้วอย่างเบื่อหน่าย เอ่ย “สถานการณ์ยามนี้ เจ้าจะให้ข้าจัดการกับทหารที่ไม่มีความผิดเพียงเพราะอนุเพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือ สมองเจ้ามีปัญหาหรือเจ้าคิดว่าสมองข้ามีปัญหากัน หากว่างไม่มีอันใดทำก็กลับไปเลี้ยงลูกที่กระโจม อย่าได้วิ่งวุ่นไปทั่วทั้งวันเช่นนี้”