หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 962 การตายของมือยิงธนูอันดับหนึ่งของเป่ยหยวน (3)
- Home
- All Mangas
- หมอหญิงยอดมือสังหาร
- ตอนที่ 962 การตายของมือยิงธนูอันดับหนึ่งของเป่ยหยวน (3)
ตอนที่ 962 การตายของมือยิงธนูอันดับหนึ่งของเป่ยหยวน (3)
“แปดแสน” หนานกงมั่วเอ่ย
ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเนี่ยนหย่วนพลันกังวลขึ้นมาหลายเท่า “ดูเหมือนว่า…ดูเหมือนว่าคนที่อยู่จินหลิงผู้นั้นพยายามถึงที่สุดเพื่อขัดขวางกองทัพเราให้อยู่ทางเหนือของแม่น้ำหลีเจียง”
หนานกงมั่วพยักหน้า ข้ามแม่น้ำหลีเจียงแล้วจินหลิงก็อยู่ไม่ไกล เซียวเชียนเยี่ยไม่ร้อนใจสิถึงจะแปลก
นำคำของเยี่ยนอ๋องไปส่งต่อให้เนี่ยนหย่วนโดยไม่ขาดตกบกพร่องแล้ว ใบหน้าของเนี่ยนหย่วนแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้งออกมาอย่างหาได้ยากยิ่ง พยักหน้าแล้วจึงเอ่ย “จะไม่ทำให้ท่านอ๋องต้องผิดหวังอย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นคงต้องรบกวนไต้ซือแล้ว” หนานกงมั่วเอ่ย
ออกมาจากกระโจมของเนี่ยนหย่วน ใบหน้าของเซียวเชียนจย่งพลันเซื่องซึม หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจนัก “เป็นอันใดไปหรือ”
เซียวเชียนเหว่ยส่ายศีรษะ “เมื่อครู่เห็นพระรูปนั้น ข้าพลันรู้สึกว่าเขาก็ไม่ใช่คนไม่ดีอันใด”
หนานกงมั่วหัวเราะออกมา เนี่ยนหย่วนรูปงาม ดูราวกับไม่แปดเปื้อนโลกีย์แม้เพียงนิด ขอเพียงไม่รู้ถึงเรื่องที่เขาทำและแผนการที่เขาคิดให้เยี่ยนอ๋องตลอดสองปีที่ผ่านมา ไม่ว่าใครมองก็คงคิดว่าเขาเป็นพระที่น่าเคารพเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา คนละเรื่องกับแผนการร้ายมากมายในหัวของเขา
ส่งเนี่ยนหย่วนไปได้ไม่ถึงสองวัน ร่างกายของเยี่ยนอ๋องดีขึ้นแล้วจึงรีบอยากไปเมืองเผิง หนานกงมั่วและเซียวเชียนจย่งเองก็ห้ามไม่ได้ทำให้ต้องยอมเขา อย่างไรซื่อหยางแห่งนี้ก็ทุรกันดาร ยังดีที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองเผิง มิเช่นนั้นคนที่อยู่ที่นี่คงต้องกังวลไม่น้อย
ผู้คนต่างคุ้มกันเยี่ยนอ๋องที่ยังนอนป่วยไม่อาจลุกได้อย่างระมัดระวังมาตลอดทางจนถึงค่ายนอกเมืองเผิง พอดีกับทั้งสองฝ่ายปะทะกันเพิ่งจบจึงเรียกกำลังทหารล่าถอยกลับมา ดูเหมือนว่าไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เพียงแต่ถึงตอนนี้เซ่าจงที่เฝ้าเมืองอยู่ก็ไม่ร้อนใจแล้ว สือจิ้งเซียงออกไปรวมกับหนานกงไหวแล้ว เดิมทีนี่เป็นเป้าหมายที่คนจวนเยี่ยนอ๋องต้องการ เพียงแต่ตอนนี้สถานการณ์แตกต่างออกไป มีหนานกงไหวและทหารหลายแสน กล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
และกองทัพโยวโจวมีกองทัพเฉินโจวรวมเข้ากว่าสามแสนกว่า เพียงแต่ก่อนที่เยี่ยนอ๋องจะบาดเจ็บหนักก็สูญเสียไปไม่น้อยที่ซื่อหยาง เช่นนี้แล้วความเปลี่ยนแปลงของอำนาจกลับไม่เห็นได้ชัดนัก ตอนนี้เซ่าจงต้องทำเพียงป้องกันเมืองเอาไว้ก็สามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งได้อย่างมั่นคงแล้ว ดังนั้นจึงออกมาต่อสู้กับเฉินอวี้เป็นครั้งคราวเพราะกลัวว่าเฉินอวี้จะยกทัพไปรวมกับอวิ๋นตูสร้างความวุ่นวายเพิ่ม
ได้ข่าวว่าเยี่ยนอ๋องมาถึงแล้ว เว่ยจวินมั่วและเฉินอวี้กลับไม่ได้โบกธงยินดีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่นัก อย่างไรเยี่ยนอ๋องในตอนนี้ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าสร้างขวัญกำลังใจได้ รถม้าคันหนึ่งถูกลากเข้าไปหยุดหน้ากระโจมใหญ่ จากนั้นส่งคนเข้าไปพักด้านในกระโจม
สำหรับเยี่ยนอ๋องที่วิ่งไปทั่วไม่อยู่นิ่งๆ เว่ยจวินมั่วไม่พอใจนัก เพียงแต่แน่นอนว่าเขาไม่โกรธหนานกงมั่ว เยี่ยนอ๋องนอนอยู่บนเตียงไม่มีสติ ดังนั้นคุณชายเซียวสามที่รับหน้าที่ให้ดูแลเยี่ยนอ๋องจึงเป็นคนแรกที่ได้รับบทสวดจากคุณชายเว่ย
เซียวเชียนจย่งทำได้เพียงหดคอหลบอยู่ด้านหลังหนานกงมั่ว น้อยอกน้อยใจอยู่ในใจ เสด็จพ่อคิดจะทำอันใด ผู้ใดจะห้ามได้เล่า
ในกระโจมใหญ่ เว่ยจวินมั่วใบหน้าเฉยชามองเยี่ยนอ๋องที่นอนอยู่บนเตียง เยี่ยนอ๋องถูกเขามองจนทนไม่ไหว ส่งเสียงหยัน เอ่ย “มีอันใดก็ว่ามา มาทำท่าทีบึ้งตึงให้ใครดูกัน”
เว่ยจวินมั่วคร้านจะสนใจเขา หันไปหาหนานกงมั่วที่นั่งอยู่ข้างตนเอง เอ่ยถาม “อู๋สยา อาการบาดเจ็บของเยี่ยนอ๋องไม่น่าเป็นห่วงใช่หรือไม่”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว ยิ้มตาหยี เอ่ย “ดีแล้ว ไม่น่าเป็นห่วงถึงชีวิตแล้ว แต่ว่าหากไม่รักษาให้ดีก็บอกยาก ใครจะรู้เล่าว่าภายในจุดใดจะมีเลือดไหลทะลักออกมาอีก” เว่ยจวินมั่วพยักหน้าช้าๆ หันกลับไปมองเยี่ยนอ๋องด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ข้าคิดว่าเยี่ยนอ๋องแข็งแรงมีชีวิตชีวาแล้วเสียอีก”
“เจ้าเด็กนี่…”
“เสด็จพ่อ ระงับความโกรธด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เห็นว่าเยี่ยนอ๋องกำลังจะโมโหขึ้นมา เซียวเชียนชื่อพี่น้องจึงรีบห้ามเยี่ยนอ๋อง พี่สะใภ้เอ่ยน่ากลัวเพียงนั้นหากเกิดอันใดขึ้นมา พวกเขาคงตั้งรับไม่ไหว
เว่ยจวินมั่วส่งเสียงหยัน หยิบบางสิ่งออกมาโยนไปที่เขา
ยามนี้มือของเยี่ยนอ๋องยังไม่อาจใช้การได้ แน่นอนว่าเว่ยจวินมั่วไม่ได้โยนลงบนตัวของเขา ของสิ่งนั้นกะน้ำหนักได้ไม่ชัดเจน เพียงแต่เมื่อมันร่วงลงด้านข้างเยี่ยนอ๋องกลับไม่มีแม้เพียงเสียง ราวกับเป็นกระดาษหนึ่งแผ่นเท่านั้นนั่นเป็นตราประทับมังกรสีเข้ม ชิ้นเดียวกันกับที่เฉินอวี้ส่งมอบให้เว่ยจวินมั่วในวันนั้น
เยี่ยนอ๋องขมวดคิ้ว กวาดตามองเขา เว่ยจวินมั่วเอ่ย “ในเมื่อไม่เป็นไรแล้วก็เก็บเอาไว้เองเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยนอ๋องกัดฟัน “หรือเจ้าจะให้ข้าจัดการธุระด้วยตนเองอย่างนั้นหรือ”
หาได้ยากที่ใบหน้าของคุณชายเว่ยจะปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยัน “อ้อ ก็ในเมื่อเสด็จลุงคิดว่าตนเองไม่เป็นไรแล้ว แน่นอนว่าควรจัดการด้วยตนเองไปเสีย ข้ากับอู๋สยาเองก็มีเรื่องที่ต้องทำ คงจะมานั่งเฝ้าพระองค์ทุกวันไม่ได้” ดังนั้นกล่าวได้ว่าเมื่อคุณชายเว่ยโกรธขึ้นมา เริ่มเอ่ยวาจาเสียดสีก็น่ากลัวเกรงเป็นที่สุด
เยี่ยนอ๋องโกรธไม่น้อย กัดฟันเอ่ย “เจ้ามันอกตัญญู เฝ้าข้ามันเสียเวลาเจ้านักหรือ”
“เหอะ” คุณชายเว่ยยิ้มหยัน
ด้านข้างคุณชายตระกูลเซียวทั้งสามนั่งตัวหดไปตั้งนานแล้ว ไม่ว่าจะมองพี่ชายผู้นี้อย่างไร ทว่าต่อให้พวกเขายืมความกล้ามากว่าแปดส่วน พวกเขาก็ไม่กล้าเอ่ยกับเสด็จพ่อเช่นนี้
หนานกงมั่วลอบดึงชายเสื้อของเว่ยจวินมั่ว บอกใบ้ให้เขาหยุดหากเห็นสมควร อย่าทำให้เยี่ยนอ๋องโมโหจนเกิดเรื่อง จะไม่เป็นการดีนัก
เว่ยจวินมั่วเองก็ไม่คิดจะทำให้เยี่ยนอ๋องโกรธจนตาย พยักหน้าเอ่ยเสียงเรียบ “ในเมื่อเสด็จลุงสบายดีแล้วก็เก็บมันเอาไว้เองเถิด หากจำเป็นต้องใช้ค่อยมาถามกับพระองค์แล้วกัน” การเป็นหลานของเยี่ยนอ๋อง มีตราที่สามารถควบคุมกองทัพโยวโจวทั้งหมดและจวนเยี่ยนอ๋องได้ อีกทั้งยังมีอำนาจกองทัพเฉินโจวอยู่ในมือ กลายเป็นเว่ยจวินมั่วเองที่รู้สึกไม่พอใจ
เยี่ยนอ๋องครุ่นคิด แม้ว่าหลายวันมานี้ตัวเขาไม่ได้เอ่ยถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างที่ตนเองสลบไป แต่ในเมื่อตราสัญลักษณ์นี้ตกไปอยู่ในมือของเว่ยจวินมั่วนั่นแสดงว่าบุตรชายทั้งสามคงแสดงออกมาได้ไม่น่าพึงพอใจนัก ชั่วครู่พลันไม่รู้ว่าในใจนั้นรู้สึกเช่นไร ปรายตามองบุตรชายทั้งสามที่ยืนอยู่อีกฝั่ง จากนั้นหันไปมองเว่ยจวินมั่วที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก
เว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วไม่รู้สึกอันใด แต่คุณชายทั้งสามต้องรู้สึกละอายใจไม่น้อยกับสายตาของเยี่ยนอ๋อง รีบก้มหน้าลงไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดอีก ตอนนี้เยี่ยนอ๋องเองก็ยังไม่อยากสนใจเรื่องเหล่านี้จึงเปลี่ยนเรื่องไป เอ่ยว่า “เซ่าจงและเมืองเผิง ยังไม่มีวิธีจัดการได้อีกหรือ”