หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 961 การตายของมือยิงธนูอันดับหนึ่งของเป่ยหยวน (2)
- Home
- All Mangas
- หมอหญิงยอดมือสังหาร
- ตอนที่ 961 การตายของมือยิงธนูอันดับหนึ่งของเป่ยหยวน (2)
ตอนที่ 961 การตายของมือยิงธนูอันดับหนึ่งของเป่ยหยวน (2)
“จวินเอ๋อร์…พวกเขา เมืองเผิงเป็นอย่างไรบ้างแล้ว” เยี่ยนอ๋องเอ่ยถาม
หนานกงมั่วมองเซียวเชียนจย่ง เซียวเชียนจย่งกะพริบตาปริบไม่เอ่ยวาจา เยี่ยนอ๋องจ้องเขาเขม็งอย่างไร้เรี่ยวแรง “บอกมา”
เซียวเชียนจย่งก้มหน้าเอ่ยเสียงเบา “ฝั่งเมืองเผิงปะทะกันไปหนึ่งครั้ง ยังไม่มีใครแพ้ใครชนะ สือจิ้งเซียงไปอวิ๋นตู คงจะไปรวมกับหนานกงไหวรับมือกับหนานกงชวี่ก่อนค่อยเคลื่อนทัพกลับมารวมกับเซ่าจงต่อสู้กับแม่ทัพเฉินอวี้และพี่ชาย”
เยี่ยนอ๋องขมวดคิ้ว “อวิ๋นตู…ฝั่งอวิ๋นตู เป็นหนานกงชวี่หรือ”
หนานกงมั่วพยักหน้า หว่างคิ้วแสดงออกมาถึงความกังวล แม้หนานกงชวี่จะเก่งกาจ หนานกงไหวรวมกับสือจิ้งเซียง บวกกับทหารที่เหมือนจะมากกว่าตนเองกว่าเท่าตัว…ฝั่งหนานกงชวี่…
เยี่ยนอ๋องหลุบตาลงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “เนี่ยนหย่วนอยู่ที่ใด”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว ตกใจเล็กน้อย “อยู่ในกองทัพเพคะ”
เนี่ยนหย่วนถูกเฉินอวี้จับขังเอาไว้ แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานว่าเขาปล่อยข้อมูลทางทหารให้รั่วไหลออกไป แต่ว่าตัวเขาเองก็หาหลักฐานมาไม่ได้มิใช่หรือ เมื่อครั้งอยู่จินหลิงเว่ยจวินมั่วมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเนี่ยนหย่วน หลังจากมาอยู่โยวโจวนับตั้งแก่เกิดเหตุการณ์ครั้งก่อนก็ไม่ได้ดีนัก เว่ยจวินมั่วกลับไม่ได้หาโอกาสเอาคืนหรือกำจัดเนี่ยนหย่วน เพียงไม่ไปสนใจเขาเท่านั้น ดังนั้นเนี่ยนหย่วนจึงถูกกักขังมาตลอด ทว่าเขากลับเอาแต่นั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ ทุกวันมาโดยตลอด
เยี่ยนอ๋องเอ่ย “ปล่อยเขาออกมา ให้เขาไปช่วยที่อวิ๋นตู”
“อันใดนะ” หนานกงมั่วไม่เอ่ยสิ่งใด เซียวเชียนจย่งกลับกระโดดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “เสด็จพ่อ เรายังมีข้อสงสัยในตัวเนี่ยนหย่วนอยู่ อีกทั้งต่อให้เขาไม่ใช่สายลับ อาศัยแผนการของเขาทำให้เสด็จพ่อต้องตกอยู่ในอันตราย นั่นก็เพียงพอที่จะไม่ปล่อยเขาง่ายๆ แล้ว”
เยี่ยนอ๋องส่ายศีรษะ เอ่ย “ทำตามที่ข้าบอก…เรื่องสายลับ ข้ารู้ดี บอกกับเนี่ยนหย่วน เรื่องที่ซื่อหยางข้าจะคิดเสียว่านั่นเป็นเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย ครั้งนี้…หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง”
หนานกงมั่วและเซียวเชียนจย่งมองสบตากัน ทำได้เพียงพยักหน้ารับ
เยี่ยนอ๋องเอ่ยยืดยาว รู้สึกเหนื่อยไม่น้อย ใบหน้าแสดงออกถึงความเหนื่อยล้า หนานกงมั่วรีบบอกให้เยี่ยนอ๋องพักผ่อนก่อน พาเซียวเชียนจย่งถอยออกไป
เมื่อออกห่างจากกระโจมใหญ่แล้ว เซียวเชียนจย่งจะกระโดดระบายอารมณ์ออกมาราวกับพายุ “พี่สะใภ้ เสด็จพ่อป่วยเป็นอันใดเพราะลูกธนูดอกนั้นของไห่รื่อกู่ไปแล้วหรืออย่างไร ไยจึงยอมปล่อยเนี่ยนหย่วนออกมาง่ายๆ เพียงนั้นเล่า” หนานกงมั่วกลับผ่อนคลายกว่ามาก ยิ้มพลางเอ่ยกับเขา “ไม่มีหลักฐานว่าเรื่องครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเนี่ยนหย่วน บางทีตามที่เสด็จลุงเอ่ย คงจะเป็นเหตุการณ์เหนือความคาดหมายจริงๆ สายลับอาจจะเป็นคนอื่น หรือว่าเจ้าจะจับเขาขังไว้ไปตลอดอย่างนั้นหรือ ข้าจำได้ว่าเนี่ยนหย่วนมิได้มีความแค้นอันใดกับเจ้านี่”
เซียวเชียนจย่งพูดไม่ออก อึดอัดใจ เอ่ย “ข้ากลับไม่ได้รู้สึกว่าเนี่ยนหย่วนจะเป็นสายลับ แต่ว่าเขาน่ารำคาญ” เตะหญ้าบนพื้นอย่างหงุดหงิด เซียวเชียนจย่งเอ่ย “ท่านว่าพระรูปหนึ่ง สวดมนต์ไปดีๆ มิได้หรือ ต้องวิ่งมายุ่งวุ่นวายเรื่องที่นี่ อีกทั้ง…ข้ารู้สึกว่าเนี่ยนหย่วนไม่ใช่คนดี”
หนานกงมั่วใช้เวลาอยู่ชั่วครู่กว่าจะทำความเข้าใจกับคำพูดของเซียวเชียนจย่ง เมื่อเทียบกับพระในพระพุทธศาสนารูปอื่นเนี่ยนหย่วนไม่ใช่คนดีจริงๆ เขาไม่เพียงไม่มีจิตใจดี บางครั้งแผนการที่เขาช่วยวางให้เยี่ยนอ๋องยังดูโหดร้ายยิ่งกว่าทั่วไปด้วย แน่นอนว่าสิ่งนั้นไม่ถูกตาคุณชายเซียวสาม ยิ่งเยี่ยนอ๋องให้ความสำคัญต่อเนี่ยนหย่วน เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเนี่ยนหย่วนขัดหูขัดตา จะว่าไปเชื้อพระวงศ์หาได้ยากนักที่จะให้กำเนิดคนที่มีมุมมองถูกต้องเช่นคุณชายเซียวสาม
หนานกงมั่วหัวเราะเบาๆ เซียวเชียนจย่งเขินจนกลายเป็นโกรธ “ท่านขำอันใดหรือ พี่ชายเองก็ไม่ชอบเนี่ยนหย่วนมิใช่หรือ ยังบอกอีกว่าพระรูปนั้นมีใจทะเยอทะยาน”
หนานกงมั่วถอนหายใจเบาๆ ปลอบโยนคุณชายเซียวสามที่กำลังพองขน เอ่ย “ข้าไม่ได้หัวเราะเจ้า บนโลกใบนี้ผู้ใดบ้างไม่มีใจทะเยอะทะยาน แล้วมีผู้ใดบ้างที่ภักดีโดยไม่นึกถึงผลประโยชน์ของตนเอง แม้แต่ผู้ใต้บัญชาของเสด็จพ่อเจ้าพวกนั้น พวกเขาร่วมต่อสู้ไปกับเสด็จพ่อของเจ้า ไม่เพียงคิดว่าเสด็จพ่อของเจ้านั้นเก่งกาจ ขณะเดียวกันพวกเขาเองก็คิดว่าติดตามเสด็จพ่อของเจ้าแล้วจะสมปรารถนาที่พวกเขาหวังเอาไว้ แม้จะบอกว่าไม่ใช้งานคนที่น่าสงสัย แต่ว่าตอนนี้…แม่ทัพเซวียอยู่ไกลถึงอิ่งชวนที่ยุ่งเหยิงมาตั้งแต่ไหนแต่ไหน แม่ทัพจูหงเฝ้าประจำการอยู่ชายแดนไม่อาจเคลื่อนทัพมาได้ พี่ชายของข้าแม้มีพรสวรรค์ในการรบทว่ายังอายุน้อยอยู่มาก นอกจากเนี่ยนหย่วนแล้วจะมีผู้ใดสามารถเสริมเติมช่องว่างที่ขาดหายตรงนั้นได้ ในเมื่อเจ้าสงสัยเขา แน่นอนว่าต้องป้องกันเขา ระวังตัวให้มากก็พอ เจ้ายินยอมเดิมพันถึงความบริสุทธิ์ของเขา หรือจะยอมให้กองทัพต้องตายสิ้นเพราะกองทัพราชสำนักเล่า”
เซียวเชียนจย่งเงียบไปเนิ่นนาน กุมขมับถอนหายใจออกมา “พี่สะใภ้ แม้ท่านจะบอกตลอดว่าท่านทำศึกไม่เป็น แต่ข้ามักคิดเสมอว่าอย่างน้อยท่านก็ยังเก่งกว่าข้า”
หนานกงมั่วหัวเราะ “ไร้สาระ ข้าเพียงเอ่ยถึงหลักการที่ไม่อาจใช้การได้ก็เท่านั้น เจ้าลองคิดให้ดี หากรู้สึกว่ามีสิ่งใดไม่ถูกก็หาเวลาไปถามกับเสด็จพ่อของเจ้า พระองค์มีประสบการณ์มากกว่าพวกเรา”
เซียวเชียนจย่งพยักหน้าหนักๆ
ในกระโจมใหญ่อีกฝั่ง เนี่ยนหย่วนกำลังนั่งพลิกอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้เตี้ยข้างกระดานหมาก ได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้น มองเห็นหนานกงมั่วและเซียวเชียนจย่งก็ไม่มีทีท่าตกใจ พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เอ่ยไม่ช้าไม่เร็ว “จวิ้นจู่ คุณชายสาม”
หนานกงมั่วมองไปรอบๆ กระโจมใหญ่เรียบง่าย ของที่จำเป็นมีอยู่ไม่มากนัก หลายวันมานี้เนี่ยนหย่วนก็ไม่ได้รับการลงโทษใดๆ
“ไต้ซือช่างว่างยิ่งนัก”
เนี่ยนหย่วนจิ้มเจื่อน เอ่ย “ไม่ว่างแล้วจะทำอันใดได้ สองปีมานี้หาได้ยากที่จะว่าง อาตมาเองก็ถือโอกาสนี้สงบจิตสงบใจ”
หนานกงมั่วเอ่ย “ไต้ซือไม่แปลกใจ ว่าพวกเรามาเพื่อการใดหรือ”
เนี่ยนหย่วนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ส่ายศีรษะ “ขอจวิ้นจู่ได้โปรดชี้แนะ”
“เสด็จลุงเยี่ยนอ๋องเพิ่งรอดพ้นจากจุดอันตราย พระองค์ให้เราปล่อยท่านไป” หนานกงมั่วเอ่ย
ใบหน้าหล่อเหลาของเนี่ยนหย่วนเผยรอยยิ้มออกมา สองมือพนมขึ้น เอ่ย “ท่านอ๋องปลอดภัย นับว่าสวรรค์คุ้มครองแล้ว คิดว่าจวิ้นจู่เองก็ใช้ความพยายามอย่างมากเช่นกัน”
หนานกงมั่วเอ่ย “เสด็จลุงเชื่อมั่นในตัวไต้ซือเพียงนี้ ดูเหมือนว่าเรื่องก่อนหน้านี้จะไม่เกี่ยวกับไต้ซือ เป็นพวกเราที่เข้าใจผิดแล้ว”
เนี่ยนหย่วนส่ายศีรษะ เอ่ย “ท่านอ๋องมีเมตตา เนี่ยนหย่วนซึ้งใจยิ่งนัก เพียงแต่ความพ่ายแพ้ที่ซื่อหยางครั้งนี้เป็นความผิดของเนี่ยนหย่วน อาตมายากที่จะแก้ตัว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจับสายลับในกองทัพได้แล้วหรือไม่” หนานกงมั่วถอนหายใจ ส่ายศีรษะ เอ่ย “มีครั้งที่หนึ่งก็ต้องมีครั้งที่สอง อีกฝ่ายต้องเผยให้เห็นอย่างแน่นอน”
เนี่ยนหย่วนไร้หนทาง “จวิ้นจู่ดูไม่ร้อนใจ หากอีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ในกองทัพต่อไป…”
หนานกงมั่วยิ้มเอ่ย “หากเขาไม่ลงมืออีก กองทัพราบรื่น มีหรือไม่มีสายลับจะแตกต่างกันอย่างไรเล่า”
เนี่ยนหย่วนชะงัก ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ส่ายศีรษะถอนหายใจ เอ่ย “จวิ้นจู่ปราดเปรื่อง อาตมาไม่อาจเทียบได้”
หนานกงมั่วเองก็ยิ้มตาม “หลักการที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น ภารกิจในกองทัพก็ต้องมีคนในกองทัพคอยกังวล ข้าคร้านจะสนใจเพียงเอ่ยไปเท่านั้น เสด็จลุงเชิญไต้ซือมุ่งหน้าอวิ๋นตู ร่วมมือกับพี่ชายข้าหนานกงชวี่ คงต้องรบกวนไต้ซือแล้ว” เนี่ยนหย่วนย่นคิ้ว เงียบไปชั่วครู่พร้อมเอ่ย “ราชสำนักเสริมกำลังทหารแล้วหรือ”