หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 957 สมองมีปัญหาหรือว่าขึ้นสวรรค์ไปแล้ว (1)
ตอนที่ 957 สมองมีปัญหาหรือว่าขึ้นสวรรค์ไปแล้ว (1)
ส่งต่อตราประทับเรียบร้อยแล้ว เฉินอวี้จึงกลับเมืองเผิงอย่างสบายใจ อย่างไรเวลานี้ทางนั้นถึงจะเป็นเรื่องสำคัญ เขาเองไม่กังวลว่าซื่อหยางจะเกิดปัญหาอันใด ยามนี้เมืองซื่อหยางได้ถูกกองทัพเฉินโจวยึดเอาไว้แล้ว อีกทั้งกองทัพโยวโจวที่ประจำการอยู่ในซื่อหยางมีจำนวนไม่เท่าเมืองอี๋ด้วยซ้ำ หากกองทัพโยวโจวพวกนั้นมีความคิดจะทำอันใดก็คงไม่อาจทำเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ แม้ว่าเยี่ยนอ๋องจะยังหลับอยู่ ทว่าสงครามจะหยุดเพราะเยี่ยนอ๋องยังหลับอยู่ไม่ได้ ตรงกันข้ามการโจมตีของศัตรูยิ่งดุเดือดมากขึ้น
ในกระโจมใหญ่ เว่ยจวินมั่วใบหน้าเย็นชานั่งอยู่ตำแหน่งเหนือสุด สายตาเย็นชากวาดมองไปยังผู้คนเบื้องล่าง
“รายงานคุณชาย เพิ่งได้รับข่าวว่าราชสำนักส่งกำลังทหารมาอีกแปดแสนนาย ทหารแบ่งเป็นสองเส้นทางมุ่งหน้ามายังอวิ๋นตูและอิ่งชวนขอรับ”
เว่ยจวินมั่วขมวดคิ้ว เอ่ยถามเสียงเรียบ “ผู้นำทัพคือใคร”
“กองทัพมุ่งหน้าอิ่งชวนคือเอ้อกั๋วกงหยวนชุน มุ่งหน้าอวิ๋นตูคือมู่เจาแม่ทัพที่กวาดล้างทางเหนือขอรับ”
เว่ยจวินมั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “มู่เจาคือผู้ใดกัน” ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ทางเบื้องล่าง เซียวเชียนจย่งเอ่ยขึ้นว่า “พี่ชาย มู่เจาผู้นี้เมื่อก่อนคล้ายจะเป็นขุนพลที่ติดตามอี๋ชุนโหวมาทำสงครามกับทางเหนือ เมื่ออี๋ชุนโหวพ่ายแพ้เขาก็ถูกเรียกตัวกลับไปด้วย ไยจึงกลับมาอีกเล่า”
เซียวเชียนเหว่ยที่นั่งตรงข้ามกับเซียวเชียนจย่ง เอ่ย “บางทีผู้นำทัพคือใครไม่สำคัญ สำคัญก็คือ…หากทหารสี่แสนนี้รวมเข้ากับหนานกงไหวเล่า บวกกับทหารเดิมแล้ว หนานกงไหวก็คงเป็นดั่งเสือติดปีก ถึงตอนนั้นอวิ๋นตูฝั่งนั้น…” หนานกงชวี่มีทหารทั้งหมดเพียงแสนกว่านาย ความแตกต่างด้านกำลังทหารนี้ยากที่จะใช้แผนการรับมือ ยิ่งไปกว่านั้นใครก็ไม่กล้าเอ่ยว่ายุทธวิธีการรบของหนานกงชวี่จะเอาชนะหนานกงไหวได้จริงๆ
เซียวเชียนชื่อเองก็กังวลเล็กน้อย “ฝั่งจินหลังนั้นคงรู้แล้วว่าเสด็จพ่อบาดเจ็บหนัก ถึงได้ส่งกำลังทหารมากมายมากดดัน พวกเรา…” ขยายกำลังการรบมานานหลายปี นอกจากประจำการเขตชายแดนทางเหนือ ทหารที่กองทัพโยวโจวสามารถเรียกใช้งานได้ตอนนี้มีเพียงแปดแสนนาย บวกกับกองทัพเฉินโจวสามแสน ทั้งหมดรวมกันแล้วมีเพียงหนึ่งล้านกว่า แต่ว่าอีกฝ่ายกลับสามารถเสริมกำลังทหารแปดแสนได้ในครั้งเดียว เห็นได้ว่าเซียวเชียนเยี่ยตั้งใจคว้าโอกาสที่หายากในครั้งนี้เพื่อเอาชนะกองทัพโยวโจว
“เพิ่งได้รับข่าวจากแม่ทัพเฉินอวี้ขอรับ ฝั่งเมืองเผิงเองก็มีความเคลื่อนไหว เกรงว่าสือจิ้งเซียงและเซ่าจงเองก็นั่งไม่ติดแล้ว”
นอกจากสามพี่น้องตระกูลเซียว ขุนพลคนอื่นก็ไม่เอ่ยสิ่งใด ขุนพลข้างกายเว่ยจวินมั่วถูกส่งออกไปหมดแล้ว ขุนพลในกองทัพส่วนใหญ่เป็นขุนพลของกองทัพโยวโจว สองวันมานี้มีเว่ยจวินมั่วคอยนั่งบัญชาการ สามพี่น้องตระกูลเซียวดูสงบลงอย่างหาได้ยาก แต่ว่าขุนพลผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขามีไม่น้อยที่ย้ายความไม่พอใจของเขาไปยังเว่ยจวินมั่ว เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้จึงกอดอกรอชมความสนุก
คิ้วของเว่ยจวินมั่วไม่ขยับแม้เพียงนิด เพียงเอ่ยเสียงเรียบ “ฝั่งหนานกงชวี่สามารถประคองไปได้อีกกี่วัน จัดการสือจิ้งเซียงและเซ่าจงก่อน จากนั้นเคลื่อนทัพสนับสนุนอวิ๋นตู”
เซียวเชียนชื่อลังเลอยู่ชั่วครู่ เอ่ยถาม “แล้วฝั่งแม่ทัพเซวีย…”
“ไม่ต้องกังวล ข้าจะให้ซังหรงนำทัพไปช่วยอีกแรง” เว่ยจวินมั่วเอ่ย
“แม่ทัพกุยฮว่าซังหรงหรือขอรับ” ทุกคนตกตะลึง ในกองทัพของต้าเซี่ย ซังหรงนับว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้าง หากเอ่ยถึงก็ยังมีชื่อเสียงมากกว่าเซ่าจงและสือจิ้งเซียง เพียงแต่สามปีก่อนหลังจากกองกำลังไท่หนิงโจมตีซิ่นหลิงแล้ว ซังหรงก็หายไปโดยไร้ร่องรอย ราชสำนักก็ไม่ได้ประกาศออกมาว่าเขาตายในสนามรบหรือยอมจำนนต่อศัตรู แต่เบื้องลึกมีคนไม่น้อยที่คาดเดาว่าเขาอยู่ที่เฉินโจว เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเว่ยจวินมั่วจะรับซังหรงเอาไว้จริงๆ ไม่แปลกใจที่เว่ยจวินมั่วจะกล้านำกำลังทหารนับแสนทิ้งเฉินโจวออกมา แม้ซังหรงจะทำอย่างอื่นไม่ได้ เฝ้าเฉินโจวเพียงระยะเวลาหนึ่งยังคงไม่มีปัญหา
เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเบาๆ “ยังมีปัญหาอันใดอีกหรือไม่”
ทุกคนส่ายศีรษะ เว่ยจวินมั่วพยักหน้าพึงพอใจ “ไม่มีปัญหาก็ดีแล้ว ถ่ายทอดคำสั่งลงไป กองทัพมุ่งหน้าไปยังเมืองเผิง”
“แต่ว่า…คุณชาย ท่านอ๋องจะทำเช่นไร” เยี่ยนอ๋องยังไม่ฟื้นเลย
ด้านนอก องครักษ์วิ่งเข้ามารายงานอย่างรีบร้อน “รายงานคุณชายเว่ย ซื่อจื่อ ท่านอ๋องฟื้นแล้วขอรับ”
ทุกคนชะงัก ไม่นานพลันยินดีขึ้นมา ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะคิดอย่างไร ทว่าเยี่ยนอ๋องสามารถฟื้นขึ้นมาได้ผู้คนจำนวนมากพลันรู้สึกวางใจขึ้นมา เซียวเชียนชื่อสามพี่น้องลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เว่ยจวินมั่วพยักหน้า “ออกไปเตรียมตัวเถิด”
วาจาของเว่ยจวินมั่วยังเอ่ยไม่ทันจบ เซียวเชียนจย่งก็วิ่งออกไปก่อนแล้ว
“พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ เสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้างแล้ว” เสียงของเซียวเชียนจย่งดังเข้ามา ม่านถูกเปิดคนพุ่งเข้ามาด้านในรวดเร็วราวกับพายุ
“เบาหน่อย” หนานกงมั่วนั่งอยู่ข้างเตียงตรวจชีพจรให้เยี่ยนอ๋อง เยี่ยนอ๋องสลบไปสามวันกว่า เพิ่งฟื้นขึ้นมาร่างกายอ่อนแอเป็นที่สุด หันมามองเซียวเชียนจย่งที่พุ่งเข้ามาอย่างยากลำบาก เซียวเชียนจย่งคิดว่าบิดานั้นเป็นผู้แข็งแกร่งที่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจสู้ได้ ไม่เคยเห็นยามที่เขาอ่อนแอมาก่อน ก่อนหน้านี้นอนอยู่บนเตียงดูไม่มีชีวิตชีวาไม่ว่า ยามนี้ฟื้นขึ้นมาแล้วกลับยิ่งดูอ่อนแอ ดวงตาแดงระเรื่อขึ้นน้ำตาพลันไหลทะลัก
“เสด็จพ่อ…เสด็จพ่อ…”
เซียวเชียนจย่งคุกเข่าลงข้างเตียงเยี่ยนอ๋อง ร้องไห้เสียงดังขึ้นมา
เยี่ยนอ๋องยื่นมือไร้เรี่ยวแรงไปลูบศีรษะบุตรชาย เอ่ยเสียงแหบแห้ง “ไม่เป็นไร…ร้องไห้ ทำไม”
ได้ยินคำของเยี่ยนอ๋อง เซียวเชียนจย่งยิ่งอดไม่ไหว “ฮือๆ…เสด็จพ่อ ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว ลูกกลัวเหลือเกิน…”
เมื่อเว่ยจวินมั่วทั้งสามคนเดินเข้ามาพลันมองเห็นเซียวเชียนเหว่ยที่นั่งคุกเข่าร้องไห้โดยไม่อายอยู่ข้างเตียงเยี่ยนอ๋อง คุณชายเว่ยรู้สึกเพียงว่านั่นคือเสียงปีศาจที่ทะลุเข้ามาในหัว เส้นเลือดที่ขมับกระตุกโดยไม่อาจห้ามได้ เดินเข้าไปจับเซียวเชียนจย่งโยนออกไป “หุบปาก”
เซียวเชียนจย่งทำได้เพียงกลั้นเอาไว้อย่างน้อยอกน้อยใจ น้ำตาคลอมองไปยังเว่ยจวินมั่ว
หนานกงมั่วถอนหายใจ ยกมือขึ้นนวดขมับ เอ่ย “เชียนจย่ง เจ้าไปเรียนเสียงร้องไห้ที่มีพลังสังหารมากเพียงนี้มาจากที่ใดกัน ข้าฟังยังรู้สึกปวดหัว เจ้าว่าเสด็จลุงจะรับไหวหรือ”
เซียวเชียนจย่งกะพริบตาพริบ ข้าไปเรียนมาที่ใดกัน ก็เป็นเช่นนี้มาตลอดนี่นา
“เสด็จพ่อ”
เซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยสองพี่น้องก้าวขึ้นมาด้านหน้า คุกเข่าเบียดกันอยู่ข้างเตียงเยี่ยนอ๋อง เยี่ยนอ๋องพยักหน้าเบาๆ ไม่เอ่ยสิ่งใด ตอนนี้ไม่ว่าจะบาดแผลภายนอกหรือภายในของเขาล้วนแล้วแต่หนักหน่วง แม้เอ่ยเพียงไม่กี่ประโยคก็ใช้กำลังมากมาย
“เสด็จพ่อ ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว”
เว่ยจวินมั่วมองเยี่ยนอ๋อง นั่งลงอีกฝั่ง เอ่ยถาม “อู๋สยา บาดแผลของเสด็จลุงเป็นอย่างไรบ้าง”
หนานกงมั่วถอนหายใจ เอ่ย “หนักมาก บาดแผลภายนอกอย่างน้อยใช้เวลาสองเดือนก็หาย กว่าจะกลับมาปกติทั้งหมดคงใช้เวลากว่าครึ่งปี ส่วนบาดแผลภายใน…” ร่างกายของเยี่ยนอ๋องนับได้ว่ายากลำบาก หนานกงมั่วสามารถบอกได้ชัดเจน ต่อให้บาดแผลภายนอกภายในกระทั่งพิษหายแล้ว ก็ยังกระทบกับอายุโดยไม่ต้องสงสัย คนที่ฝึกวรยุทธ์เดิมทีร่างกายไม่เลว เอ้อกั๋วกงใกล้จะแปดสิบแล้วแต่ยังคงแข็งแกร่งและทรงพลัง ร่างกายแข็งแรง แต่ว่าเยี่ยนอ๋องต่อไปนี้เกรงว่าคงต้องบำรุงรักษาโดยละเอียด ไม่อาจลงสนามรบได้อีกแล้ว
แน่นอนว่าวาจานี้หนานกงมั่วไม่อาจเอ่ยออกมาต่อหน้าผู้คน