หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 958 สมองมีปัญหาหรือว่าขึ้นสวรรค์ไปแล้ว (2)
ตอนที่ 958 สมองมีปัญหาหรือว่าขึ้นสวรรค์ไปแล้ว (2)
เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเบาๆ รู้อยู่ในใจ ตอนนี้สิ่งสำคัญคือรักษาชีวิต ส่วนเรื่องอายุค่อยว่ากันทีหลังเถิด
เซียวเชียนชื่อเอ่ยถาม “พี่สะใภ้ เช่นนั้นแล้วตอนนี้เสด็จพ่อสามารถเคลื่อนย้ายได้หรือไม่”
หนานกงมั่วนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “ที่นี่ค่อนข้างทุรกันดาร หากสามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ที่ดีกว่านี้แน่นอนว่าเป็นเรื่องดี เพียงแต่…ภายในสิบวันนี้ข้าแนะนำว่าอย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายจะดีกว่า ตอนนี้…เสด็จลุงยังอยู่ในช่วงอันตรายอยู่”
ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของคุณชายตระกูลเซียวทั้งสามคนพลันซีดขาว
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ก็ดีเหมือนกัน รอตีเมืองเผิงได้แล้วค่อยเคลื่อนย้ายเสด็จลุงเข้าไป”
ได้ยินเว่ยจวินมั่วเอ่ยถึงเรื่องศึกสงคราม เยี่ยนอ๋องที่เดิมไร้เรี่ยวแรงดวงตาพลันวาววับขึ้นมา ทว่าเห็นชัดว่าเว่ยจวินมั่วไม่คิดจะเอ่ยรายละเอียดให้ชัดเจน เอ่ยเพียงไม่กี่ประโยคก็ไม่เอ่ยปากอีก เยี่ยนอ๋องจ้องเว่ยจวินมั่วเขม็งด้วยความไม่พอใจ เห็นเช่นนั้นหนานกงมั่วอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “เสด็จลุงเพคะ ตอนนี้พระองค์…ไม่ควรเครียดเกินไปจริงๆ เพคะ”
เยี่ยนอ๋องส่งเสียงหยัน ไม่เอ่ยสิ่งใดหลับตาลงไม่สนใจทุกคนอีกครั้ง
เซียวเชียนชื่อสามพี่น้องลุกขึ้น เซียวเชียนชื่อยกมือขึ้นประสานหันไปหาหนานกงมั่ว เอ่ย “ขอบคุณพี่สะใภ้ที่ช่วยชีวิตเสด็จพ่อขอรับ ช่วงระยะนี้คงต้องรบกวนพี่สะใภ้แล้ว”
เซียวเชียนเหว่ยและเซียวเชียนจย่งเองก็ขอบคุณตามไปด้วย หนานกงมั่วยิ้มบาง เอ่ย “ไม่ต้องทำเช่นนี้” ครั้งนี้สามพี่น้องตระกูลเซียวเอ่ยด้วยความจริงใจอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะแย่งชิงผลประโยชน์กันมากเพียงใด อย่างน้อยกับเยี่ยนอ๋องแล้วสามพี่น้องก็กตัญญูโดยแท้จริง
“คุณชาย จวิ้นจู่” เดินออกมาจากกระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋อง ชายชุดดำคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามา แสดงความเคารพ
เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเบาๆ ชายชุดดำเอ่ยเสียงเข้ม “รายงานคุณชาย พบร่องรอยของไห่รื่อกู่แล้วขอรับ”
ดวงตาของเว่ยจวินมั่วแหลมคม “ในเมื่อหาเจอแล้วก็สังหารไปเสีย ไยต้องมารายงาน”
องครักษ์ชุดดำเอ่ย “ข้างกายไห่รื่อกู่…มียอดฝีมือกลุ่มใหญ่ ตอนนี้คนของเราไม่อาจเข้าใกล้ได้ขอรับ” ยามนี้พวกเขาขาดคนอย่างมาก คนส่วนหนึ่งอยู่ที่เฉินโจว อีกส่วนหนึ่งจำต้องเฝ้าอยู่ในกองทัพเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของเยี่ยนอ๋อง ยังมีอีกส่วนที่ติดตามหนานกงชวี่ไปอวิ๋นตู อาศัยวังจื่อเซียวตามสืบข่าวไห่รื่อกู่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่าตอนนี้พวกเขาไม่มีกำลังมากพอที่จะสังหารเขา
ได้ยินเช่นนั้น เซียวเชียนจย่งก็กระตือรือร้นอยากลองขึ้นมาทันที “พี่ชาย ให้ข้าไปเถิด” แน่นอนว่าเขารู้ว่าไห่รื่อกู่เป็นมือยิงธนูอันดับหนึ่งของเป่ยหยวน อีกทั้งยังเป็นคนที่ยิงเสด็จพ่อ นึกถึงว่าจะได้แก้แค้นแทนเสด็จพ่อด้วยตนเอง เซียวเชียนจย่งพลันเลือดพุ่งพล่านขึ้นมาโดยไม่อาจห้ามได้
เว่ยจวินมั่วไม่ชายตามองเซียวเชียนจย่งแม้เพียงนิด สองปีมานี้วรยุทธ์ของเซียวเชียนจย่งพัฒนาขึ้นไม่น้อย แต่หากต้องเผชิญหน้ากับคนของสำนักหอธารา เกรงว่าคงยังไม่เพียงพอ
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “ให้ข้าไปเถิด” พอดีก่อนหน้านี้นางเคยได้เจอกับไห่รื่อกู่ มีความแค้นเล็กๆ น้อยๆ แม้จะเป็นความแค้นเพียงธนูดอกเดียวและนางก็เอาคืนแล้ว แต่ใครใช้ให้สตรีใจแคบกันเล่า
“อู๋สยาหรือ” เว่ยจวินมั่วย่นคิ้ว
หนานกงมั่วยิ้มเอ่ย “ทำไมหรือ ไม่วางใจข้าหรือ หรือคิดว่าความสามารถของข้าไม่อาจสู้ท่านได้”
เว่ยจวินมั่วนึกถึงครั้งนั้นเจอกับหนานกงมั่วครั้งแรก ร่างที่ตายอย่างเงียบเชียบนั้น เอ่ยถึงวรยุทธ์แล้ว หนานกงมั่วอาจจะสู่เว่ยจวินมั่วไม่ได้จริงๆ แต่เอ่ยถึงอาวุธลับ เกรงว่าเว่ยจวินมั่วอาจเทียบหนานกงมั่วไม่ได้ คุณชายเว่ยมีพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด อาศัยวรยุทธ์ที่สูงส่งเข้าออกที่ใดได้โดยไร้ผู้คนรับรู้ ในแง่ของทักษะแน่นอนว่าไม่อาจสู้หนานกงมั่วที่เคยเจอกับเทคโนโลยีต่างๆ ในชาติก่อนอีกทั้งยังกลับมาทำอาชีพเดิมยาวนานในชีวิตนี้ แต่ว่า…เว่ยจวินมั่วยังคงส่ายศีรษะ ไตร่ตรองชั่วครู่ เอ่ย “ไปด้วยกัน”
หนานกงมั่วพยักหน้า ภายใต้การดูแลของมือสังหารวังจื่อเซียวและองครักษ์จวนเยี่ยนอ๋อง อีกทั้งกองทัพทหารหลายแสน หากเยี่ยนอ๋องยังเกิดปัญหาได้ เช่นนั้นหากพวกนางคุ้มกันด้วยตนเองก็อาจสู้ไม่ได้เช่นกัน คำขอของตนเองถูกพี่ชายปฏิเสธเงียบๆ พี่สะใภ้กลับสามารถติดตามไปได้อย่างง่ายดาย เซียวเชียนจย่งรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงวรยุทธ์ของพี่สะใภ้ จากนั้นนึกถึงตนเอง จึงทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับอย่างกล้ำกลืน
หลังจากที่ไห่รื่อกู่ยิงเข้าที่หน้าอกเยี่ยนอ๋องในดอกเดียวนั้นก็ยังไม่ออกจากซื่อหยางกลับไปยังเป่ยหยวน หนึ่งคือยังไม่มั่นใจว่าเยี่ยนอ๋องตายแล้ว อีกหนึ่งคือเว่ยจวินมั่วสั่งปิดทางเข้าออกในซื่อหยางทันทีที่เกิดเรื่อง กลุ่มคนเป่ยหยวนอย่างไห่รื่อกู่ที่เป็นที่สะดุดตาต่อให้มีมือสังหารของหอธาราอยู่ด้วยก็ไม่อาจแฝงตัวออกไปได้ เมื่อพบว่าเส้นทางน้อยใหญ่ของเมืองถูกปิดเอาไว้หมดแล้ว พวกเขาทำได้เพียงเลือกซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกไร้ผู้คน กระทั่งถูกคนของวังจื่อเซียวจับตามอง แม้แต่เส้นทางเดียวที่เหลืออยู่ก็ถูกปิดตาย วังจื่อเซียวแม้จะมีคนมากก็ไม่อาจสังหารพวกเขาได้ แต่ยังคงจับตามองพวกเขาอยู่ในระยะไม่ใกล้ไม่ไกล หลบซ่อนตัวในที่ที่พวกเขามองไม่เห็น เพียงพวกเขาจะหาเรื่องหนีออกไปก็มักต้องเผชิญหน้า หลายครั้งไห่รื่อกู่นึกโกรธขึ้นมา นึกถึงพี่ชายที่ถูกหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วสังหารจึงไม่ยอมหนีไป
เขาต้องการสังหารหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วเพื่อแก้แค้นให้กับพี่ชาย
มุมเล็กๆ ไม่สะดุดตาของหมู่บ้าน ในห้องที่มืดสลัว ชายชุดดำสองสามคนมองไปยังชายร่างใหญ่ที่เพียงมองชั่วครู่ก็ดูออกว่าไม่ใช่คนต้าเซี่ยอย่างไม่พอใจ
ชาวเป่ยหยวนผู้เป็นหัวหน้าดูฮึกเหิม ดวงตากลับแหลมคมเป็นพิเศษ เพียงแต่ยามนี้ในสายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยสายตาดูถูกและไม่พอใจ “เว่ยจวินมั่วผู้นั้นน่ากลัวเพียงนั้นเลยหรือ ฮ่องเต้เป่ยหยวนยังชื่นชมนักว่าสำนักหอธารานั้นเก่งกาจ ข้าดูแล้วก็เท่านั้น”
ชายชุดดำตรงหน้าพยายามอดกลั้นความโกรธ กัดฟันเอ่ย “ไห่รื่อกู่ เจ้าสำนักสั่งเอาไว้แล้ว ลงมือแล้วไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ให้รีบออกไปจากจงหยวน”
ไห่รื่อกู่ไม่ใส่ใจ “เจ้าแซ่กงเป็นเจ้าสำนักของพวกเจ้า ไม่ใช่ของข้า บุรุษเป่ยหยวน ฟังเพียงคำสั่งจากท่านอ๋อง”
ชายชุดดำยิ้มเย็น “ฮ่องเต้เป่ยหยวนมีรับสั่งให้เจ้าฟังคำสั่งของเจ้าสำนัก”
ไห่รื่อกู่เองไม่โง่ ตอบโต้กลับทันที “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็ให้กงอวี้เฉินออกมาเสียสิ”
ชายชุดดำโมโห “เจ้าก็รู้ว่าเจ้าสำนักไม่อยู่ที่นี่ ไห่รื่อกู่ เจ้าเองก็เป็นยอดฝีมือของกองทัพเป่ยหยวน คำสั่งทางทหารดุจขุนเขาเจ้าไม่เคยได้ยินหรือ”
“เจ้าเอ่ยอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ เจ้าสำนักกง กงอวี้เฉินของพวกเจ้าเอาแต่หลบๆ ซ่อนๆ ไปวันๆ ใครจะรู้ว่าเป็นอันใดกัน ทำเพียงส่งลูกน้องไปตาย ตนเองกลับหลบซ่อนเอาแต่วางแผน ข้าบุรุษเป่ยหยวนเปิดเผย เกลียดที่สุดคือพวกทำตัวลับๆ ล่อๆ”
“บังอาจ” ชายชุดดำหลายคนชักกระบี่ออกมาพร้อมกัน ชี้ไปยังไห่รื่อกู่อย่างพร้อมเพียง “เจ้ามีความกล้าไม่น้อย กล้าเสียมารยาทต่อเจ้าสำนัก”
คนข้างกายไห่รื่อกู่เองก็ไม่ยอม ชักดาบออกมาชี้ไปยังฝั่งตรงข้าม มองความวุ่นวายภายในที่กำลังจะเกิดขึ้น ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าพลันกัดฟันเอ่ยเอ่ยอย่างปวดศีรษะ “พอแล้ว ยามนี้มิใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกันเอง ไห่รื่อกู่ เจ้าไม่ใช่คนจงหยวน ไม่รู้ถึงความร้ายกาจของวังจื่อเซียว มีคำสั่งสังหารออกมา หลายปีมานี้นอกจากเจ้าสำนักแล้วก็ไม่มีผู้ใดมีชีวิตรอดมาได้”
“ฮ่าๆ กงอวี้เฉินแม้แต่ใบหน้ายังไม่เปิดเผย คงไม่ใช่เพราะคำสั่งสังหารอันใดนั่นกระมัง” ชายชาวเป่ยหยวนหลายคนเริ่มหัวเราะหยันขึ้นมา คำสั่งสังหารหรือ ชาวจงหยวนชอบตั้งชื่ออันใดให้น่าตกใจ มีหรือจะอยู่ในสายตาของผู้กล้าแห่งเป่ยหยวน