หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 956 ตราประทับของเยี่ยนอ๋อง (3)
ตอนที่ 956 ตราประทับของเยี่ยนอ๋อง (3)
เซียวเชียนชื่อขมวดคิ้ว เห็นแก่หน้าเซียวเชียนเหว่ยจึงมีความลังเลขึ้นมา
เห็นท่าทีลังเลไม่กล้าตัดสินใจของเขา เซียวเชียนจย่งจึงหงุดหงิดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ตอนนี้ข้ากำลังช่วยท่านอยู่รู้หรือไม่ เพียงสังหารคนชั่วพูดจาเหลวไหลเท่านั้น มันยากจนจะตายหรืออย่างไร
หนานกงมั่วมองผู้คนในกระโจมใหญ่ แสยะยิ้มโดยไร้เสียงจูงมือเว่ยจวินมั่ว หมุนตัวเดินออกไปข้างนอก
เว่ยจวินมั่วหันกลับมากวาดตามองทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์ เอ่ยเสียงเย็น “หากข้าอยากได้ก็จะคว้ามันมาด้วยตนเอง จะมีกองทัพโยวโจวหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน”
ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยพลันเปลี่ยนเป็นยับยุ่งขึ้นมา พวกเขาไม่เคยมีความนิ่งสงบและความกล้าอย่างเว่ยจวินมั่ว
เฉินอวี้ยืนเงียบอยู่ด้านข้าง สายตาเฉียบแหลมมองไปยังเหล่าขุนพลตรงหน้า รวมไปถึงเซียวเชียนชื่อสามพี่น้อง แววตาแสดงออกถึงความจนปัญญาและผิดหวังจางๆ เอ่ยปาก “จวิ้นจู่ คุณชายเว่ย ช้าก่อน”
หนานกงมั่วขมวดคิ้ว “แม่ทัพเฉินไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรเยี่ยนอ๋องก็ยังเป็นเสด็จลุงของจวินมั่ว” หนานกงมั่วคิดว่าเฉินอวี้กังวลต่อความสัมพันธ์ของเว่ยจวินมั่วและเยี่ยนอ๋อง
เฉินอวี้ส่ายศีรษะ หยิบของบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ เอ่ยเสียงอย่างมั่นคง “ท่านอ๋องมีคำสั่ง หากเกิดอันใดขึ้นกับพระองค์ กองทัพโยวโจวจะอยู่ภายใต้การสั่งการของคุณชายเว่ยชั่วคราว”
“อันใดนะ”
วาจาของเฉินอวี้ทำให้ทุกคนต้องมึนงงและตกใจอย่างไม่ต้องสงสัย มองไปยังมือของเฉินอวี้ นั่นคือตราประทับมังกรสีครามขนาดไม่ใหญ่มาก ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็รู้จัก นั่นคือตราประทับที่อดีตฮ่องเต้ประทานให้เมื่อครั้งแต่งตั้งขึ้นเป็นเยี่ยนอ๋อง กล่าวได้ว่าตราประทับนี้สามารถเป็นตัวแทนของเยี่ยนอ๋องได้
สายตาของทุกคนมองตรงไปยังเฉินอวี้ เป็นครั้งแรกที่เซียวเชียนเหว่ยมองไปยังเฉินอวี้โดยไม่อาจรักษาท่าทีสงบเงียบของเขาเอาไว้ได้ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้…ไยแม่ทัพเฉินจึง…” หากเฉินอวี้เอ่ยให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จะมีเรื่องวุ่นวายเช่นนี้หรือ เริ่มต้นเฉินอวี้เป็นคนเอ่ยถึงการไร้ซึ่งผู้นำ ทว่าเอ่ยเพียงครึ่งเดียว รอจนกระทั่งพวกเขาทะเลาะกันจนไม่อาจคุยกันดีๆ ได้ จึงเอ่ยบอกอีกครึ่ง เซียวเชียนเหว่ยมองไปยังเฉินอวี้ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
เฉินอวี้ถอนหายใจเบาๆ เอ่ย “ท่านอ๋องกล่าวว่า…หากคุณชายทั้งสามไม่มีปัญหา จะมีตราประทับนี้หรือไม่ก็ไม่สำคัญ”
ผู้คนเงียบลง
คำพูดของเฉินอวี้นั้นชัดเจน หากเซียวเชียนชื่อสามพี่น้องสามารถหารือแก้ปัญหากันได้ ไม่สร้างความเดือดร้อน เช่นนั้นเฉินอวี้ก็ไม่จำเป็นต้องนำตราประทับออกมา นี่เห็นชัดว่าเยี่ยนอ๋องไม่วางใจบุตรชายทั้งสามจึงเตรียมการเอาไว้ยามคับขัน น่าเสียดายสามพี่น้องตระกูลเซียวไม่เพียงทำให้เฉินอวี้ลำบากใจ ยังทำให้เยี่ยนอ๋องผิดหวังแล้ว
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเซียวเชียนชื่อจึงเต็มไปด้วยความละอายใจ สีหน้าของเซียวเชียนเหว่ยเองเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดง เพียงแต่เหล่าขุนพลที่ทะเลาะกันไม่หยุดพวกนั้นยังคงไม่ยอม ไยพวกเขาต้องร้อนใจมากกว่าเซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยในการแย่งชิงอำนาจกองทัพโจวโยว แน่นอนว่าทำไปเพื่ออำนาจ ติดตามเยี่ยนอ๋องเอาชนะกองทัพราชสำนักทีละก้าว ในใจของทุกคนก็เริ่มกระตือรือร้นขึ้นมา ผู้ใดบ้างไม่อยากมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ ใครบ้างไม่อยากได้รับการยกย่อง พวกเขามาไม่ทันแผนการอันยิ่งใหญ่ของอดีตฮ่องเต้ แต่หากติดตามทันการประสบความสำเร็จแล้ว ความรุ่งเรืองและมั่งคั่งในอนาคตก็อยู่แค่เอื้อม
แต่ว่าตอนนี้อำนาจที่พวกเขาแย่งชิงกันมานานกลับถูกเว่ยจวินมั่วคว้าไปได้อย่างง่ายดาย จะให้พวกเขายอมได้เยี่ยงไร ที่สำคัญก็คือ…ก่อเรื่องวุ่นวายถึงเพียงนี้แล้วยังไม่อาจได้อันใดดีๆ เยี่ยนอ๋องฟื้นขึ้นมาแล้วจะปล่อยพวกเขาไปหรือ
ยามนี้คงต้องคาดหวังเพียงจะไม่โดนลงโทษเพราะมีผู้ร่วมกระทำจำนวนมาก แต่ว่าพวกเขาคาดการณ์ได้ว่าในอนาคตคงถูกเยี่ยนอ๋องเมินเฉยเป็นแน่
“แม่ทัพเฉิน…”
เฉินอวี้กวาดสายตามองอีกฝ่ายที่พยายามต่อสู้จนเฮือกสุดท้าย เอ่ยเสียงเย็น “ทำไมหรือ เจ้าคิดว่าข้ากำลังโกหกหรือ ซื่อจื่อและคุณชายทั้งสองเองก็คิดเช่นนี้หรือไม่”
เซียวเชียนชื่อจ้องเขม็งไปยังคนที่เอ่ย เอ่ยเสียงเข้ม “หุบปาก ในมือของแม่ทัพเฉินคือตราประทับของเสด็จพ่อ จะเป็นของปลอมได้เยี่ยงไร”
หนานกงมั่วถอนหายใจ “แม่ทัพเฉิน ท่านช่างก่อเรื่องยากให้พวกข้าแล้ว” ตราประทับของกองทัพโยวโจว รับง่ายเพียงนั้นเลยหรือ หลังจากรับเอาไว้แล้วคงมีปัญหาไม่รู้จบ ขณะเดียวกัน หนานกงมั่วเองก็ถอนหายใจให้เซียวเชียนชื่อ เอ่ยถึงความสามารถ เซียวเชียนชื่อสู้เซียวเชียนเหว่ยไม่ได้จริงๆ เมื่อครู่อยู่ในสถานการณ์ขั้นนั้น เซียวเชียนเหว่ยยอมก้มหัวรับผิดโดยไม่ตำหนิขุนพลที่สนับสนุนตนเอง หันมาดูเซียวเชียนชื่อสิ เมื่อทั้งสองเปรียบเทียบกันแล้วยิ่งเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน ไม่แปลกใจที่เซียวเชียนชื่อเป็นถึงซื่อจื่อ เป็นบุตรชายคนโตของเยี่ยนอ๋อง ทว่าคนสนับสนุนกลับมีไม่มากเท่าเซียวเชียนเหว่ยที่เป็นบุตรชายคนรอง
เฉินอวี้เองก็ยิ้มขมขื่นอย่างจนปัญญา สองมือยกตราประทับขึ้นมา เอ่ย “ข้าน้อยเพียงทำตามคำสั่ง ทั้งสองท่านได้โปรดให้อภัยด้วย” ตราประทับนี้เป็นของร้อนมือ ในเมื่อเอาออกมาแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ต้องส่งออกไป ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นการตัดสินใจของเยี่ยนอ๋อง “ขอคุณชายเห็นแก่หน้าของเยี่ยนอ๋อง ลำบากสักระยะเถิดขอรับ”
จิตใจของคนที่อยู่ในกระโจมใหญ่ต่างก็วุ่นวายสับสน เรื่องราวบนโลกใบนี้ก็ไม่ยุติธรรมเช่นนี้แล บางคนพยายามแทบตายก็ไม่อาจคว้ามาได้ บางคนไม่ใส่ใจทว่ากลับมีคนยื่นมาให้ตรงหน้า เซียวเชียนชื่อมองไปยังน้องชายที่ไม่รู้คิดอันใดอยู่ ลอบถอนหายใจอยู่ในใจ แม้ในใจของเขาจะอิจฉาอยู่บ้าง แต่ว่า…ตราประทับอยู่ในมือพี่ชายก็คงดีกว่าตกไปอยู่ในมือของน้องรองกระมัง เอ่ยตามตรง ตอนนี้เขาไม่ได้เตรียมตัวกับการแตกหักของพี่น้อง ยิ่งไม่ทันได้คิดว่าก่อเรื่องใหญ่เพียงนี้แล้วจะไปเจอหน้าเสด็จพ่อได้เยี่ยงไร
เว่ยจวินมั่วจ้องมองเฉินอวี้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอยู่นาน สุดท้ายจึงรับตราประทับในมือของเขามา เฉินอวี้ถอนหายใจอยู่ในใจ ทว่าเห็นเพียงเว่ยจวินมั่วรับตราประทับไปแล้วพลันหมุนตัวเดินออกไปทันที ไม่แม้จะหันกลับมามองกลุ่มคนด้านหลัง “อู๋สยา ไปกันเถิด”
หนานกงมั่วเม้มริมฝีปากยิ้มบางมองกลุ่มคนตรงหน้า จากนั้นหมุนตัวเดินตามออกไป