หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 955 ตราประทับของเยี่ยนอ๋อง (2)
ตอนที่ 955 ตราประทับของเยี่ยนอ๋อง (2)
จูงมือหนานกงมั่วเข้าไปในค่าย ยังไม่ทันเดินเข้าไปในกระโจมใหญ่พลันได้ยินเสียงดังโวยวายออกมาจากด้านใน ทหารเล็กๆ ด้านนอกไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น อีกทั้งมีคำสั่งไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไป ทำได้เพียงรุมล้อมอยู่ด้านนอกไม่กล้าทำอันใด เว่ยจวินมั่วกระแอมไอส่งสัญญาณให้พวกเขาไปทำหน้าที่ของตนเอง ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมกับหนานกงมั่ว
ก้าวเข้ามาในกระโจมใหญ่ พลันต้องเผชิญหน้ากับสิ่งของที่ลอยเข้ามาต้อนรับ หนานกงมั่วรีบยกมือขึ้นไปรับของที่ลอยมาที่ตน เป็นฝักกริชสั้น ในกระโจมตีกันชุลมุน เซียวเชียนชื่อยืนหน้าแดงก่ำอยู่ด้านข้างน่าเสียดายที่ตอนนี้ทุกคนกำลังโมโหไม่มีใครได้ยินเขา
ใบหน้าของเว่ยจวินมั่วเย็นยะเยือกขึ้น ปล่อยมือหนานกงมั่วกำลังจะเดินเข้าไป หนานกงมั่วรีบดึงเขาเอาไว้ เอ่ยว่า “ข้าเอง”
ล้อเล่นหรือ ให้เว่ยจวินมั่วลงมือตอนนี้ คนพวกนี้ได้ตายกันไปกว่าครึ่งเป็นแน่ ยามนี้ไม่ใช่เวลามาตีกันเอง
“หยุด” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเข้ม
ไม่มีใครสนใจ ยังคงสู้กันอย่างดุเดือด
สีหน้าของหนานกงมั่วทะมึนขึ้นทันที ต่อให้แตกแยกกัน คนเหล่านี้ยังมาทะเลาะกันในขณะที่เยี่ยนอ๋องบาดเจ็บหนักสลบไสลอยู่ก็ออกจะเกินไปสักหน่อย อาภรณ์สีฟ้าอ่อนเคลื่อนไหวรวดเร็ว หนานกงมั่วเคลื่อนไหวมาอยู่ด้านข้างขุนพลที่กำลังต่อสู้ชั่วพริบตา ในมือมีกระบี่ยาวที่ยังไม่ถูกดึงออกจากฝักไม่รู้ไปแย่งใครมาตั้งแต่เมื่อใด พุ่งเข้าหาคนที่อยู่บนพื้นทันที ตวัดไปเพียงไม่กี่ครั้งผู้คนที่เดิมทีกำลังตะลุมบอนกันแยกออกเป็นสองฝั่ง หนานกงมั่วเดินไปหยุดอยู่ด้านข้างสองคนท้ายสุด ยกเท้าเตะหนึ่งในนั้นออก จากนั้นยกอีกคนขึ้นมาโยนออกไปปะทะกับกลุ่มคนด้านข้าง
เมื่อครู่เพราะเป็นการลอบโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว เหล่าขุนพลที่ยังไม่ทันได้สติพลันถูกร่างของชายคนนั้นปะทะเข้ามา ชายร่างสูงใหญ่หกชุ่นทับลงมา ต่อให้พวกเขาต่างก็เป็นชายฉกรรจ์ที่ผ่านสนามรบมาก็อดกลั้นหายใจไม่ได้
อีกฝ่ายก็ไม่ได้หลบ หนานกงมั่วส่งเสียงหยันฟาดกระบี่ยาวลงไป กระบี่ยาวที่เดิมทีดูไม่ได้หนักนักฟาดลงมาบนร่าง พลันเห็นร่างของทั้งสองนอนกองกันอยู่บนพื้นไม่อาจลุกขึ้นมาได้ หน้าอกเจ็บแปลบขึ้นมา
“ยังทะเลาะกันไม่พอหรือ” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเข้ม
ผู้คนที่กำลังต่อสู้กันพลันมองเห็นหนานกงมั่วมีสีหน้าเย็นชายืนอยู่ในกระโจม รวมไปถึงเว่ยจวินมั่วที่ดูเย็นชามากกว่ากำลังยืนอยู่หน้าประตู
“แม่ทัพเฉิน นี่ท่านหมายความเช่นไร” ขุนพลผู้หนึ่งปีนลุกขึ้นจากพื้น นวดหน้าอกพร้อมหันไปถามเฉินอวี้ที่นั่งอยู่ด้านข้าง สีหน้าของเฉินอวี้เองก็ไม่ดีนัก เยี่ยนอ๋องบาดเจ็บหนักในกองทัพไร้ผู้นำก็ช่างเถิด ยังมีกลุ่มคนที่คิดไม่ได้อีกหรือ ก่อนหน้านี้ที่ท่านอ๋องอยู่ ไยจึงไม่รู้ว่าในกองทัพมีพวกเหลวไหลเช่นนี้อยู่ด้วย หนึ่งในนั้นมีหลายคนที่เป็นสหายของเขามาหลายปี ควรเอ่ยว่า…คนสามารถเปลี่ยนกันได้จริงๆ น่ะหรือ
เฉินอวี้เลิกคิ้ว “อันใดที่หมายความเช่นไร”
ขุนพลผู้นั้นนึกว่าตนเองได้เปรียบ เอ่ยเสียงดัง “นี่คือเรื่องในจวนเยี่ยนอ๋องของเรา เจ้าเรียกคุณชายเว่ยและซิงเฉิงจวิ้นจู่มาหมายความเยี่ยงไร”
เมื่อประโยคนั้นถูกเอ่ยออกไป กระโจมใหญ่พลันเงียบขึ้นมา สีหน้าของเซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยแข็งขึ้น เซียวเชียนจย่งที่นั่งอยู่ข้างเฉินอวี้กลับโมโหขึ้นมา ดึงแส้ม้าที่เหน็บข้างลำตัวออกมาโยนใส่คนผู้นั้น ไม่เอ่ยวาจาทว่าลงมือทันที จุดนี้เซียวเชียนจย่งได้รับมาจากนิสัยของเยี่ยนอ๋องโดยสมบูรณ์
“บังอาจ เจ้าเป็นใครถึงมาเอ่ยวาจาเหลวไหลที่นี่ หากพี่ชายและพี่สะใภ้ไม่อาจยุ่งได้เจ้าจะมีหน้ามาพูดจาไร้สาระที่นี่ได้หรือ” เซียวเชียนจย่งเองก็ไม่ใช่คนไร้หัวใจที่ถึงตอนนี้แล้วยังจะชมความครึกครื้นได้อยู่อีก เพียงแต่เขาคิดว่ามีพี่ชายมีพี่สะใภ้ มีแม่ทัพเฉินอยู่ เขาไม่จำเป็นต้องกังวล ส่วนการทะเลาะกันของพี่ชายทั้งสอง อย่างไรท่านพี่เว่ยจวินมั่วก็ต้องจัดการ หากเขาเข้าไปร่วม ไม่ว่าจะช่วยใครเกรงว่าสถานการณ์ก็คงจะวุ่นวายมากยิ่งขึ้น แต่ว่าวาจาที่คนผู้นี้เอ่ยออกมามันมากเกินไปแล้ว อย่าว่าแต่เขาที่ฟาดแส้ออกไปเลย หากเสด็จพ่ออยู่เกรงว่าคงสั่งตัดหัวไปแล้ว
ขุนพลผู้นั้นกลับไม่รู้สึกว่าตนเองทำอันใดผิดแต่อย่างใด เชิดคอเอ่ย “หรือว่าข้าเอ่ยไม่ถูกหรือ คุณชายเว่ยบัญชาการกองทัพเฉินโจว มิใช่กองทัพโยวโจว” บนโลกใบนี้ใครบ้างจะไม่มีใจทะเยอทะยาน ต่อให้คุณชายเว่ยบอกว่าเขาไม่มี จะเชื่อได้จริงหรือว่าเขาไม่มี ในยามนี้ หากเว่ยจวินมั่วอยากฮุบเอากองทัพโยวโจว ไม่ใช่โอกาสที่ดีหรอกหรือ
ความจริงคนที่คิดเช่นนี้ได้ ก็คงเป็นคนที่ใช้ความคิดต่ำต้อยมาวัดสุภาพบุรุษ แน่นอนเว่ยจวินมั่วไม่ใช่สุภาพบุรุษนัก แต่หากเว่ยจวินมั่วมีใจทะเยอทะยานคิดจะใช้โอกาสที่เยี่ยนอ๋องป่วยฮุบเอากองทัพโยวโจวจริงๆ น้ำลายของคนในใต้หล้าคงมากพอที่จะทำให้เขาจมน้ำตาย คนที่มีความคิดสักหน่อยคงไม่ทำเรื่องโง่เพียงนี้
หนานกงมั่วเองก็ไม่พอใจ ยิ้มเย็น เอ่ย “ที่แท้ก็คิดเช่นนี้กัน ในเมื่อเป็นเช่นนี้…พวกข้าคงต้องขอตัวแล้ว”
เอ่ยจบ จับมือเว่ยจวินมั่วเตรียมเดินออกไป หลายปีมานี้เยี่ยนอ๋องดีต่อเว่ยจวินมั่วมาก แต่เว่ยจวินมั่วเองก็ไม่ได้มีเรื่องที่ต้องละอายใจต่อเสด็จลุง ในเมื่อถูกสงสัย เช่นนั้นแล้วต้องสนใจคนพวกนี้ไปทำไมกัน พวกเขาเพียงต้องรักษาร่างกายเยี่ยนอ๋องให้ดี รอจนเยี่ยนอ๋องฟื้นขึ้นมาก็พอแล้ว
“คุณชายเว่ย จวิ้นจู่ ได้โปรดช้าก่อน” เฉินอวี้เห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีจึงรีบหยุดทั้งสองคนเอาไว้ หากปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างคุณชายเว่ยกับกองทัพโยวโจวจริงๆ คงได้เป็นเรื่องใหญ่แล้ว คุณชายเว่ยอาจเห็นแก่หน้าเยี่ยนอ๋องสามารถอดทนเอาไว้ได้ ซิงเฉิงจวิ้นจู่กลับไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับเยี่ยนอ๋อง อีกทั้งคนทั้งโลกต่างก็รู้ว่าคุณชายเว่ยให้ความสำคัญกับซิงเฉิงจวิ้นจู่มากเพียงใด ในเวลานี้มีคนสงสัยว่าคุณชายเว่ยอาจคิดไม่ดีต่อกองทัพโยวโจว สำหรับซิงเฉิงจวิ้นจู่แล้วเกรงว่าคงโกรธเสียยิ่งกว่าการด่านางต่อหน้าด้วยซ้ำ
หนานกงมั่วถอนหายใจ เอ่ย “แม่ทัพเฉินวางใจเถิด อาการบาดเจ็บของเสด็จลุงข้ากับจวินมั่วยังคงรักษาต่อไป เพียงแต่เรื่องในกองทัพคงต้องให้ท่านแม่ทัพหารือกับคุณชายทั้งสองไปเถิด ขุนพลผู้นั้นเอ่ยไม่ผิด แม้ว่าจวินมั่วจะเป็นหลานของเยี่ยนอ๋อง แต่อย่างไรก็ไม่ใช่คนจวนเยี่ยนอ๋อง ไม่เข้าไปยุ่งจะดีกว่า”
“พี่สะใภ้…” เซียวเชียนชื่อร้อนใจ เอ่ย “ท่านอย่าได้เอ่ยเยี่ยงนี้ เสด็จพ่อมองพี่ชายและพี่สะใภ้เป็นครอบครัวเดียวกันมาตลอด ท่าน…น้องรอง” คนที่เอ่ยวาจาเมื่อครู่นั้นเป็นคนของเซียวเชียนเหว่ย ต่อให้เซียวเชียนชื่ออยากให้เขาขอโทษก็ไม่อาจสั่งการได้ เซียวเชียนเหว่ยก้าวขึ้นมา โค้งศีรษะให้หนานกงมั่วทั้งสองคน “แม่ทัพหวังไม่ทันระวังวาจา ขอพี่ชายและพี่สะใภ้อภัยด้วยขอรับ”
หนานกงมั่วจ้องมองชายหนุ่มที่อายุยี่สิบต้นๆ ตรงหน้า ราวกับครั้งแรกที่รู้จักเขา เซียวเชียนเหว่ยยังคงสุขุม ท่าทีสง่างามราวกับครั้งแรกที่เจอกันที่จินหลิง ผ่านศึกสงครามมาหลายครั้งทำให้ดูองอาจมากขึ้น เพียงแต่ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนเงียบสงบเปลี่ยนไปจนไม่อาจมองทะลุได้แล้ว
เนิ่นนาน มุมปากของหนานกงมั่วยกยิ้มบางขึ้น “เชียนเหว่ยกล่าวหนักไปแล้ว”
คุณชายรองเซียวที่ยอมค้อมศีรษะให้ตนเพื่อลูกน้องของเขา
เห็นว่าบรรยากาศหนักอึ้งขึ้นมา คุณชายเซียวสามจึงโมโหขึ้น “ไม่ได้เรื่อง ทหาร เอาตัวคนชั่วนี้ไปตัดหัว”
“น้องสาม” เซียวเชียนเหว่ยขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเข้ม แน่นอนว่าขุนพลผู้นั้นเองก็ไม่ยอม กัดฟันเอ่ย “ไม่รู้ว่าข้าทำผิดอันใดหรือ คุณชายสามบอกว่าจะตัดหัวข้าก็ตัดได้อย่างนั้นหรือ หรือว่า ท่านอ๋องยังไม่ฟื้นขึ้นมา คุณชายสามก็คิดสังหารขุนนางผู้มีคุณความชอบแล้วหรือ” เซียวเชียนจย่งยิ้มเย็น เอ่ย “ขุนนางผู้มีคุณความชอบอย่างนั้นหรือ แม่ทัพเฉินยังไม่ทันเอ่ยปาก พวกเจ้าก็ทะเลาะกันไม่หยุด ข้าจะสังหารเจ้าที่ทำให้กองทัพวุ่นวาย พี่ใหญ่ ท่านเอ่ยออกมาเสีย”