หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 948 พลังสังหารของนักธนู (1)
ตอนที่ 948 พลังสังหารของนักธนู (1)
กลุ่มองครักษ์ที่หนานกงมั่วพามาด้วยค่อยๆ ล้อมรอบเยี่ยนอ๋องและหนานกงมั่วเอาไว้ ยิ่งในเวลาเยี่ยงนี้ยิ่งเกิดอันตรายได้ง่าย สองวันมานี้แม้จะไม่มีความเคลื่อนไหว แต่ก็ไม่เคยลืมว่าพวกเขายังมีศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด
สองชั่วยามต่อมา ทหารราชสำนักที่เดิมทีกำลังบุกโจมตีเข้ามาด้านในนั้นได้หยุดลงแล้ว เห็นได้ชัดว่า กองกำลังด้านนอกไม่อาจต้านทานการโจมตีของกองกำลังเฉินโจวได้ จึงไม่สนใจโจมตีเข้ามาด้านในหุบเขาฟู่อวิ๋นแล้ว เยี่ยนอ๋องโบกมือ กองกำลังด้านในหุบเขาก็พุ่งตัวออกไปรวมตัวกับกองกำลังด้านนอก แน่นอนว่าผู้ติดตามเยี่ยนอ๋องได้ย่อมเป็นทหารฝีมือดีของกองกำลังโยวโจว แม้จะถูกกักขังเอาไว้หลายวัน ทว่ากำลังการต่อสู้กลับไม่ลดน้อยลงเลย
หนานกงมั่วคุ้มกันอยู่ข้างเยี่ยนอ๋อง ไม่ได้รีบออกจากหุบเขาไป ยามนี้ด้านนอกกำลังชุลมุน เยี่ยนอ๋องได้รับบาดเจ็บภายใน การออกไปด้านนอกนั้นค่อนข้างอันตราย
เสียงแปลกประหลาดดังมาจากด้านนอกหุบเขา หนานกงมั่วสีหน้าทะมึนขึ้น เอ่ยเสียงเข้ม “ระวัง มีคนมา”
องครักษ์รอบข้างเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา วรยุทธ์ของพวกเขาไม่ได้อ่อนด้อย แน่นอนว่ามีเสียงของยอดฝีมือกำลังใกล้เข้ามา หนานกงมั่วพาเยี่ยนอ๋องและซิงเวย หลิ่วหันก้าวถอยหลังไปอยู่ด้านข้าง เป็นเช่นนั้น กลุ่มคนที่อยู่ในชุดของราชสำนักปรากฏตัวขึ้นในระยะสายตา คนเหล่านี้แม้จะอยู่ในชุดของราชสำนัก ทว่าเพียงมองก็สามารถดูออก คนเหล่านี้มิใช่ทหารธรรมดา เหล่าองครักษ์ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว พุ่งเข้าหาโดยไม่ลังเล ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอลหม่าน
ไม่นาน พลันมีกลุ่มชายชุดดำบุกเข้ามาร่วมในการต่อสู้ คนเหล่านี้มีสัญลักษณ์ที่ชัดเจน ก็คือคนของสำนักหอธาราที่หนานกงมั่วเฝ้ารอมานานนั่นเอง ในสถานการณ์เช่นนี้ หากคนของสำนักหอธาราไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งนางคิดว่าคงแปลกมาก อดคิดไม่ได้ว่ากงอวี้เฉินนั้นไม่ทันระวังพาตนเองเล่นสนุกจนตายไปแล้ว
เป็นเช่นนั้น เหล่าชายชุดดำพุ่งเข้าหาเยี่ยนอ๋องโดยไม่ลังเล น่าเสียดายที่มีองครักษ์ยอดฝีมือคอยขวางเอาไว้เป็นชั้นๆ ข้างกายยังมีหนานกงมั่ว ซิงเวยและหลิ่วหันที่เป็นมือสังหารมือหนึ่งอยู่ด้วย เสียเวลาอยู่นานก็ไม่อาจแตะต้องได้แม้แต่ชายเสื้อของเยี่ยนอ๋อง
ชายชุดดำเห็นว่าไม่อาจสังหารเยี่ยนอ๋องได้ หนึ่งในนั้นจึงเป่าเสียงแหลมขึ้นมา เหล่ามือสังหารที่กำลังพัวพันอยู่กับเหล่าองครักษ์พลันถอยมารวมตัวกันและมุ่งหน้ามาทางเยี่ยนอ๋อง องครักษ์รีบเข้าสกัดศัตรูที่อยู่ใกล้ตนเอง ซิงเวยสกัดชายที่พุ่งมาตรงหน้าของตนออกไป เลิกคิ้วขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“มีอันใดหรือ” หนานกงมั่วเอ่ยถาม
ซิงเวยใช้ปลายกระบี่เปิดแขนเสื้อของชายคนนั้นออก ภาพประทับรูปนกอินทรีสีคล้ำรูปหนึ่งประทับอยู่บนแขน หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “นี่คืออันใดกัน” นางจำไม่ได้ว่าคนของสำนักหอธารามีสัญลักษณ์เช่นนี้นี่นา สัญลักษณ์บนตัวองครักษ์จากวังหลวงนางก็เคยเห็น แต่ที่นางเคยเห็นก็ไม่ใช่รูปนกอินทรี
เยี่ยนอ๋องกลับรู้จักภาพนั้น สีหน้าทะมึนขึ้น เอ่ย “นี่คือคนเป่ยหยวน เซียวเชียนเยี่ยถึงขั้นร่วมมือกับคนเป่ยหยวนเพื่อจัดการกับข้าเลยหรือ เหลวไหลสิ้นดี”
หนานกงมั่วขมวดคิ้ว ส่ายศีรษะ เอ่ย “คงไม่ใช่…เซียวเชียนเยี่ยหรอกเพคะ” แม้เซียวเชียนเยี่ยจะเกลียดเยี่ยนอ๋องและเว่ยจวินมั่วเข้ากระดูก แต่เขาก็ยังรักในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้ง…อย่างไรก็ยังรู้จักถูกผิดอยู่บ้าง การร่วมมือกับเป่ยหยวนเช่นนี้ หนานกงมั่วเชื่อว่าเซียวเชียนเยี่ยไม่มีทางทำเป็นแน่ เขาเองก็คงไม่โง่เพียงนั้น เพียงแต่…กงอวี้เฉินมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวเป่ยหยวน เพียงแต่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้กงอวี้เฉินทำลับหลังเซียวเชียนเยี่ย หรือว่าเซียวเชียนเยี่ยถูกกงอวี้เฉินหลอกอีกแล้วหรือไม่
ไม่นานเยี่ยนอ๋องจึงนึกถึงปัญหานี้ขึ้นมาได้ ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “กงอวี้เฉินหรือ”
หนานกงมั่วถอนหายใจ “นอกจากเขาแล้วยังจะมีใครอีกหรือเพคะ”
เยี่ยนอ๋องส่งเสียงหยัน เอ่ย “คนเป่ยหยวนมากมายเพียงนี้แทรกแซงเข้ามาอยู่ในกองทัพราชสำนัก หากไม่มีคนในกองทัพยินยอมคงเป็นไปไม่ได้”
ตรงหน้าพวกเขาในตอนนี้อย่างน้อยก็มีคนเป่ยหยวนที่อยู่ในชุดของราชสำนักกว่าร้อยสองร้อยคน ผู้คนมากมายเพียงนี้คิดจะแทรกแซงเข้ามาอยู่ในกองทัพไม่ใช่เรื่องง่าย
หนานกงมั่วยักไหล่ “แน่นอนว่าเซียวเชียนเยี่ยไม่มีทางเห็นด้วย แต่ว่า…หนานกงไหวอาจจะไม่รังเกียจ” เพียงสามารถสังหารเยี่ยนอ๋อง สำหรับหนานกงไหวนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี ทหารร้อยกว่านายแน่นอนว่าไม่มีผลกระทบกับเขา ทว่าสามารถรับรองได้ถึงความสำเร็จในการสังหารเยี่ยนอ๋อง หากสุดท้ายกองกำลังล้มเหลวในการโจมตีหุบเขาฟู่อวิ๋น ก็อาศัยชาวเป่ยหยวนที่มีวรยุทธ์นสูงส่งและคนของหอธาราในการโจมตีเยี่ยนอ๋องได้เช่นในตอนนี้
“หนานกงไหวหรือ” เยี่ยนอ๋องส่งเสียงหยัน สำหรับหนานกงไหวที่ผลักเขาให้เข้ามาอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเช่นนี้ แน่นอนว่าเยี่ยนอ๋องมีแผนการอย่างแน่นอน
เสียงต่อสู้ด้านนอกหุบเขาเบาลงเรื่อยๆ ทว่าการต่อสู้ด้านในหุบเขานั้นกลับดุเดือดมากขึ้น เห็นได้ว่าอีกฝ่ายคิดจะดึงเยี่ยนอ๋องให้ตายไปพร้อมๆ กัน การโจมตีที่ไม่สนความเป็นตายเช่นนี้ก็ทำเอายอดฝีมือวังจื่อเซียวและองครักษ์จวนเยี่ยนอ๋องต้องลำบากไม่น้อย
หนานกงมั่วเอาตัวบังอยู่ด้านหน้าเยี่ยนอ๋อง พลิกมือขึ้นมาอย่างไม่ลังเล กริชสั้นปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือของนาง พุ่งตรงไปด้านหน้า ปาดเข้าที่ลำขอของชายชุดดำที่บุกเข้ามาในทันใด ชายชุดดำล้มลงไป ไม่นานก็มีคนบุกเข้ามาอีก หลิ่วหันและซิงเวยประกบซ้ายขวาโดยมีเยี่ยนอ๋องอยู่ตรงกลาง มือข้างหนึ่งของเยี่ยนอ๋องกำดาบยาวเอาไว้แน่น ทำอันใดไม่ได้เมื่ออาการบาดเจ็บภายในยังไม่หายดี เพียงยกมือข้างขวาขึ้นมาหน้าอกก็เจ็บปวดราวกับฉีกขาด
“ระวัง” กริชสั้นในมือหลิ่วหันสกัดอาวุธลับที่พุ่งเข้าหาเยี่ยนอ๋องเอาไว้ได้ หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเข้ม “ซิงเวย คุ้มกันเสด็จลุงออกไป ระวังตัวด้วย”
เวลานี้อันตรายเป็นที่สุด ไม่ว่าจะด้านในหรือด้านนอก ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดคือความวุ่นวายของกองทัพ ดังนั้นสถานการณ์จึงอยู่เหนือความคาดหมาย ทำได้เพียงระวังให้ถึงที่สุด ทางที่ดีคือรวมตัวกับเว่ยจวินมั่วให้ไวที่สุด
ซิงเวยเองก็ไม่มากความ พยักหน้าคว้าตัวเยี่ยนอ๋องและถีบตัวลอยออกไปจากหุบเขาอย่างรวดเร็ว องครักษ์ด้านข้างเองก็ตามติดไปประกบคอยเฝ้าระวังซ้ายขวา ชายชุดดำและชาวเป่ยหยวนมองเห็นเยี่ยนอ๋องหนีออกไปจึงคิดติดตาม ทว่าถูกหนานกงมั่วและหลิ่วหันพาเหล่าองครักษ์ขัดขวางเอาไว้ หุบเขาฟู่อวิ๋นยังคงเต็มไปด้วยเลือดและการต่อสู้ที่ไม่มีสิ้นสุด
ซิงเวยพาเยี่ยนอ๋องออกมาจากหุบเขาฟู่อวิ๋น พลันมองเห็นความวุ่นวายของด้านนอก เพียงแต่ทหารของราชสำนักนั้นเริ่มเสียขวัญ ต่อให้มีคนมองเห็นพวกเขาออกมา ยามนี้อย่างไรตนเองก็ไม่มีวรยุทธ์เข้ามาปิดล้อมพวกเขาได้
มองเห็นเว่ยจวินมั่วที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้อยู่ไกลๆ ซิงเวยจึงผ่อนลมหายใจออกมา
เมื่อทุกคนเท้าแตะพื้น เว่ยจวินมั่วก็มาหยุดลงตรงหน้าพวกเขา “เสด็จลุง”
เยี่ยนอ๋องโบกมือ ยิ้มพลางเอ่ย “ข้าไม่เป็นไร ครั้งนี้โชคดีที่ได้เจ้ากับอู๋สยา”
เว่ยจวินมั่วส่ายศีรษะ มองไปยังซิงเวย “อู๋สยาเล่า”
ซิงเวยเอ่ย “จวิ้นจู่ยังอยู่ด้านในขอรับ ข้าน้อยรับหน้าที่พาท่านอ๋องออกมา จวิ้นจู่บอกว่าให้คุณชายคุ้มกันท่านอ๋องกลับไปก่อนนางไม่เป็นไรขอรับ ความปลอดภัยของท่านอ๋องสำคัญที่สุด” เอ่ยจบ ยกมือขึ้นประสานและลอยตัวกลับเข้าไปในหุบเขาฟู่อวิ๋น
เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้ว ดวงตาเย็นชากวาดมองไปยังเจี่ยนชิวหยางที่ตามมาด้านหลัง เจี่ยนชิวหยางมองสบตา โบกมือส่งสัญญาณให้กับทหารด้านหลัง นำกำลังคนตรงเข้าไปในหุบเขาฟู่อวิ๋น