หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 930 ค่ำคืนในหุบเขาฟู่อวิ๋น (1)
ตอนที่ 930 ค่ำคืนในหุบเขาฟู่อวิ๋น (1)
“ซิงเฉิงจวิ้นจู่!” แม้ไม่ได้เจอกันหลายปี เฉินอวี้ก็ยังจดจำสตรีในอาภรณ์น้ำเงินบนหลังม้าได้อย่างรวดเร็ว อดถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาไม่ได้ “แล้วคุณชายเว่ยเล่า”
หนานกงมั่วเอ่ย “พวกข้าเจอกลุ่มมือสังหารก่อนหน้านี้ ส่งคนไปตรวจสอบแล้ว” หนานกงมั่วไม่ได้กังวลความปลอดภัยของเว่ยจวินมั่วมากนัก แต่ทว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่มีคนรับผิดชอบได้อย่างไร สีหน้าของเฉินอวี้แปรเปลี่ยนไปเช่นกัน รีบสั่งทหารข้างกายให้รีบนำคนไปสมทบเป็นกำลังสนับสนุน
เขาเชิญหนานกงมั่วเข้ามาในค่ายทหาร หนานกงมั่วเห็นในค่ายยังเป็นระเบียบเรียบร้อยก็อดเอ่ยชมเฉินวี้ออกมาไม่ได้ “แม้สถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ ดีจริงๆ ที่มีขุนพลเฉินอยู่” เฉินอวี้ยิ้มขื่น “จวิ้นจู่กล่าวหนักไปแล้ว หากท่านอ๋องเป็นอันใดไป พวกข้าที่นี่ก็คง…มีชีวิตอยู่อีกไม่กี่วัน”
แววตาหนานกงมั่วพลันลึกล้ำขึ้น ถอนหายใจออกมา “ที่จริงแล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่”
เฉินอวี้จ้องไปทางหนานกงมั่วแล้วพยักหน้าลง “จวิ้นจู่ พวกเราไปคุยในกระโจมเถิด”
เมื่อเข้ามาในกระโจมใหญ่และนั่งลงแล้ว เฉินอวี้จึงเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียดให้ฟัง
เมืองเผิงไม่อาจทำสงครามด้วยนานๆ ได้ ทหารโยวโจวต่างกังวลและกระวนกระวาย จึงปรึกษาหารือกันอยู่ช่วงหนึ่ง อีกทั้งหากหยุดทัพอยู่เมืองเผิงนานๆ ก็ไม่อาจเอ่ยได้ว่าจะมีคนส่งกองกำลังมาสกัดพวกเขาหรือไม่ สุดท้ายที่นี่อยู่ไม่ไกลจากจินหลิงมากนัก ยิ่งเคลื่อนทัพเข้าใกล้มากเท่าใดการสู้รบก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
เยี่ยนอ๋องเห็นด้วยกับคำแนะนำของเนี่ยนหย่วน แบ่งทหารเป็นสองกลุ่มให้อ้อมผ่านเมืองเผิงแล้วค่อยบุกจู่โจมซื่อหยาง ท่านอ๋องเป็นผู้นำทัพไปตามเส้นทางนี้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้…ว่าจะมีศัตรูคอยดักซุ่มโจมตีอยู่ที่ซื่อหยาง ไม่เพียงจับสือจิ้งเซียงและล้อมซื่อหยางไว้ไม่ได้ เยี่ยนอ๋องและกองกำลังทหารทั้งหมดกลับถูกซุ่มโจมตี ถือได้ว่าเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่กองทัพโยวโจวเคลื่อนทัพมา
หนานกงมั่วคิดตามด้วยสายตาเศร้าหมอง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ย “แล้วเนี่ยนหย่วนเล่า ออกไปกับเสด็จลุงด้วยหรือ”
เฉินอวี้ส่ายหน้า “ตอนที่ท่านอ๋องใกล้จะออกเดินทาง ได้ให้ไต้ซือเนี่ยนหย่วนอยู่ช่วยข้าบุกเมือง หลังจากเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นกับท่านอ๋อง ข้าจึงให้คนคุมตัวเนี่ยนหย่วนไว้ จวิ้นจู่อยากพบเนี่ยนหย่วนหรือไม่ขอรับ”
หนานกงมั่วคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วโบกปัดมือ “ตอนนี้ยังไม่จำเป็น มาคุยกับเรื่องสถานการณ์ที่ซื่อหยางก่อนเถิด”
“ขอรับ จวิ้นจู่”
ซื่อหยางเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ไม่ไกลจากเมืองเผิงมากนัก ด้านหลังติดทะเลสาบฝูหลิง ภายในมีแม่น้ำสี่สายไหลผ่านจึงราวกับว่ามีเส้นทางน้ำคอยโอบล้อมเอาไว้ ซึ่งสุดท้ายแล้วแม่น้ำทุกสายก็จะไหลลงสู่ทะเลสาบฝูหลิง ทะเลสาบฝูหลิงนั้นมีขนาดใหญ่ครอบคลุมหลายเมือง นับเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ ด้วยลักษณะเช่นนี้ สำหรับกองทัพโยวโจวที่มาจากทางเหนือแล้วลืมความได้เปรียบใดๆ ทั้งสิ้นไปได้เลย อย่างไรก็ตามกองทัพโยวโจวก็ต้องข้ามแม่น้ำหลีบุกเข้าสู่จินหลิงอยู่ดี สุดท้ายแล้วยิ่งบุกลงไปทางใต้มากเท่าใดก็จะยิ่งขยายอาณาเขตให้ใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
เยี่ยนอ๋องถูกปิดล้อมในหุบเขาฟู่อวิ๋นนั้น เป็นหุบเขาที่อยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบฝูหลิงมากนัก หุบเขาลึกราวเจ็ดแปดลี้ ข้างในไม่ได้คับแคบอันใด เพียงพอให้กองทัพโยวโจวที่เหลืออยู่ถอยทัพเข้าไปได้ ทว่าในหุบเขามีแต่น้ำไร้ซึ่งอาหาร หากผ่านไปนานๆ แม้แต่ชาวเอ้อร์[1]ก็คงอดตายอยู่ในนั้นได้เช่นกัน ส่วนด้านนอกหุบเขาฟู่อวิ๋น เช้าตรู่ในวันนี้ได้มีทหารมาล้อมเอาไว้แน่นหนา หากจะช่วยคนด้านในออกมาคงไม่ง่ายอย่างที่คิด
เฉิวอวี้เอ่ยจบแล้วก็ยิ้มอย่างขมขื่น “สิ่งเดียวที่ยังโชคดีในตอนนี้คือหุบเขาฟู่อวิ๋นอยู่เหนือลม ไม่อย่างนั้นหากฝั่งข้าศึกคิดก่อไฟรมควันเข้าไปในหุบเขา คนด้านในคงจะฝืนทนไม่ไหว”
หนานกงมั่วยิ้มออกมา “โชคดีเช่นนี้ก็ดีกว่าไม่มีสิ่งใดดีเลย พูดให้ชัดก็คือสวรรค์ยังอยู่ข้างเรามิใช่หรือ”
เฉินอวี้ฟังที่นางเอ่ยแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “ได้ยินจวิ้นจู่เอ่ยเช่นนี้แล้ว ข้าผ่อนคลายขึ้นมากเลยทีเดียว”
หนานกงมั่วเอ่ย “เมืองเผิงยังต้องการขุนพลเฉินเป็นผู้นำต่อไป ท่านขุนพลเฉินอย่าได้กังวล จวินมั่วจะล่วงหน้าไปซื่อหยางก่อน พักสักหน่อย พวกเราค่อยไปก็ได้ ที่นี่ยังต้องจัดการเหล่าทหารให้เรียบร้อยก่อน”
เฉินอวี้ยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด นับตั้งแต่ยามใดไม่รู้ที่อีกฝ่ายได้รับจดหมาย หนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วมาถึงในยามนี้ เห็นได้ชัดว่าจะต้องห้อม้าเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืนไม่พักผ่อนเลย แม้ว่าหนานกงมั่วจะพูดคุยกับเขาอย่างใจเย็น แต่เฉินอวี้ก็ยังสัมผัสได้ถึงความอ่อนล้า เขาจึงพยักหน้าน้อยๆ สั่งคนให้เตรียมกระโจมให้หนานกงมั่วพักผ่อน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่หนานกงมั่วเอ่ยลากับเฉินอวี้แล้ว ก็รีบขี่ม้าเร็วไปยังซื่อหยางพร้อมกับกลุ่มคนของนาง อีกทั้งยังมีพวกเว่ยหงเฟยและถังเจิงทั้งสองคน และยังมีเนี่ยนหย่วนอีกด้วย
เนี่ยนหย่วนยังคงดูสะอาดสะอ้าน เห็นได้ชัดว่าแม้เขาจะถูกคุมตัวไว้ แต่เฉินอวี้ก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อเนี่ยนหย่วนเลวร้าย เนี่ยนหย่วนก็ไม่ได้มีท่าทีเฉกเช่นนักโทษแม้แต่น้อย เห็นหนานกงมั่วก็เอ่ยทักทายอย่างนุ่มนวล “ซิงเฉิงจวิ้นจู่”
“ไต้ซือเนี่ยนหย่วน” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “สองปีมิได้พบกัน ไยไต้ซือเนี่ยนหย่วนถึงเป็นเช่นนี้…”
เนี่ยนหย่วนพลันรู้สึกอีหลักอีเหลื่ออยู่บ้าง “อาตมาก็เป็นปุถุชนคนหนึ่ง ผิดพลาดได้เสมอ”
หนานกงมั่วส่ายหน้า หมุนตัวขึ้นหลังม้า “หากครั้งนี้เยี่ยนอ๋องเป็นอันใดไป เกรงว่าไต้ซือก็คงสำนึกความผิดนี้ดีกระมัง” เนี่ยนหย่วนถอนใจ “หากเยี่ยนอ๋องเป็นอันใดไป อาตมาก็ไม่อาจมีชีวิตต่อไปได้ แต่…อาตมาไม่เข้าใจเลยจริงๆ…” เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “จวิ้นจู่ ไปซื่อหยางครั้งนี้โปรดระวังตัวให้ดี อาตมารู้สึกว่า…ในเมืองซื่อหยางคงจะพบใครบางคนผู้มากฝีมือที่ข้าและท่านไม่คาดคิดมาก่อน มิฉะนั้น…เยี่ยนอ๋องจะต้องชนะศึกในซื่อหยางอย่างแน่นอน ไม่ควรเป็นเช่นนี้…”
หนานกงมั่วพยักหน้า “ขอบคุณท่านไต้ซื่อมากที่เตือน ออกเดินทางได้!”
ผู้มากฝีมือที่คาดไม่ถึงงั้นหรือ กงอวี้เฉินหรือว่า…หยวนชุน? หรือว่าจะเป็นคนที่พวกเขาล้วนคาดไม่ถึงจริงๆ
หลังจากเข้าสู่สนามรบ เว่ยจวินมั่วและทหารที่เหลือตั้งค่ายชั่วคราวห่างออกมาจากซื่อหยางราวยี่สิบลี้ เยี่ยนอ๋องนำกองกำลังมาทั้งหมดหนึ่งแสนห้าหมื่นเพื่อเข้าโจมตีซื่อหยาง เดิมทีต้องคว้าชัยชนะมาได้อย่างแน่นอน ใครจะคาดคิดว่าเรือจะล่มในคลองระบายน้ำ[2] กว่าจะถอยทัพก็เหลือทหารต่ำกว่าสองหมื่นแล้ว จำนวนคร่าวๆ ของกองทัพเยี่ยนอ๋องที่ถอยมาหลบอยู่ในหุบเขาฟู่อวิ๋นมีทหารเพียงหนึ่งหมื่นไม่เกินสองหมื่นนายเท่านั้น เอ่ยให้ชัดก็คือการสูญเสียทหารนับแสนนายในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่แสนจะเจ็บปวดอย่างยิ่งสำหรับกองทัพโยวโจว
“จวินมั่ว” ยามที่หนานกงมั่วพาคนมาถึงค่ายเรียบร้อยแล้ว เว่ยจวินมั่วกำลังนั่งอยู่บนขอบผาเหม่อมองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา หนานกงมั่วเห็นชายในอาภรณ์สีครามที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็โบกมือให้คนที่ติดตามนางมาเข้าไปก่อน ส่วนตัวนางก็เดินไปทางนั้น
เว่ยจวินมั่นมองไปอย่างไร้จุดหมาย นัยน์ตายังสงบนิ่งดั่งแสงจันทร์ แต่เพียงเห็นเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าเขายังไม่ได้นอน
“อู๋สยา” เว่ยจวินมั่วยื่นมือมาหา หนานกงมั่ววางมือลงไปแล้วนั่งลงข้างเขา ด้านที่ทั้งสองหันไปคือเมืองซื่อหยาง หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเบา “เป็นห่วงเสด็จลุงหรือ ลองไปดูหรือยัง”
เว่ยจวิยมั่วพยักหน้า “หุบเขาฟู่อวิ๋นถูกทหารปิดล้อมอย่างหนาแน่น ข้าเข้าไปไม่ได้”
ไม่ใช่ว่าวรยุทธ์ของเว่ยจวินมั่วอ่อนด้อยจึงไม่อาจบุกเข้าไปได้ แต่เพราะการป้องกันของพวกข้าศึกนั้นชาญฉลาดยิ่ง หากจับได้ว่าเว่ยจวินมั่วฝืนเข้าไป ไม่แน่ว่าอาจลงมือเอาชีวิตเยี่ยนอ๋องก็เป็นได้
หนานกงมั่วเข้าใจในเหตุผลข้อนี้ดี ทอดสายตามองเงาของเว่ยจวินมั่วตรงหน้า “เมื่อคืนท่านไม่ได้พักผ่อนเลยหรือ” เว่ยจวินมั่วที่เพิ่งถึงซื่อหยางก็รีบไปยังหุบเขาฟู่อวิ๋นทันที ตอนนี้ยังมานั่งอยู่ที่นี่อีก พรุ่งนี้ก็คงไม่ได้นอนทั้งคืน เกรงว่าต้องออกไปข้างนอกอีกเช่นกัน หากเป็นเช่นนี้นับว่าคุณชายเว่ยไม่ได้นอนมาสองคืนเต็มๆ แล้ว
[1] เอ้อร์ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นภูเขา ปัจจุบันคือเมืองหูเป่ย์
[2] เรือนล่มในคลองระบายน้ำ เกิดปัญหาไม่คาดคิดจนควบคุมไม่ได้