หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 928 ข่าวร้าย (2)
ตอนที่ 928 ข่าวร้าย (2)
คุณชายใหญ่ตระกูลหนานกงยังคงมีท่าทีสุขุม ยิ้มพลางเอ่ย “ไม่มีอันใด ข้าเพียง…รู้สึกว่าควรให้ท่านแม่ทัพเซวียได้เห็นว่าทหารของพวกเราทั้งสองฝ่ายนั้นมีความสัมพันธ์เฉกเช่นในวันนี้ก็เท่านั้น”
หนานกงมั่วนิ่งงันไป ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพทั้งสองนั้นไม่ใช่ว่าทั้งหมดจะไม่รู้ ไม่ต้องเอ่ยถึงกองทัพโยวโจวและเฉินโจวด้วยซ้ำ เพียงกองทัพโยวโจวของพวกเขาเอง แม้แต่คนใต้บังคับบัญชาของเซวียเจินกับคนใต้บังคับบัญชาของเฉินอวี้ยังอดเปรียบเทียบกันไม่ได้ ในกองทัพการเปรียบเทียบเช่นนี้นับเป็นเรื่องปกติที่ส่งเสริมขวัญกำลังใจให้แก่ทหาร แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นเช่นนี้ กลับเกินกว่าการเปรียบเทียบไปแล้ว
“ข้าเป็นห่วง…”
หนานกงชวี่ส่งเสียงหึเบาๆ ในลำคอ มองเว่ยจวินมั่วที่เดินมาอยู่ข้างกายหนานกงมั่วแล้วจึงเอ่ยเสียงทุ้ม “ยื่นมือยุ่งเกี่ยวเรื่องจวนเยี่ยนอ๋องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีนัก เจ้าลองดูต่อไปเถิด พี่น้องพวกนี้จะสร้างปัญหา” หนานกงมั่วฝืนยิ้ม “แม้แต่ตระกูลธรรมดายังต่อสู้กันแย่งทรัพย์สิน นับประสาอันใดกับ…” ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าเยี่ยนอ๋องนับว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ ที่แม้แต่…อาจจะเป็นฮ่องเต้ในอนาคต
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงนิ่ง “ข้าจัดการได้ อู๋สยา ข้าจะรีบกลับมา”
หนานกงมั่วดึงตัวเขาไว้ด้วยท่าทีกังวล “อย่าใจร้อน”
เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้ว “ข้าไม่เคยใจร้อน”
หนานกงมั่วถอนใจ “เอาเถิด เบามือหน่อย”
เว่ยจวินมั่วพยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
มองแผ่นหลังเขาเดินจากไป หนานกงชวี่เอ่ยขึ้น “เขาคิดจะไปเตือนเซียวเชียนเหว่ยหรือ เจ้าคิดว่าจะมีประโยชน์หรืออย่างไร”
หนานกงมั่วยักไหล่ “ชั่วคราวก็ถือว่ามีประโยชน์ ส่วนวิธีการที่ยาวนานตลอดไปนั้น…แม้แต่เยี่ยนอ๋องเองก็ยังคิดไม่ตก ไม่สิ…ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ไม่เคยมีใครคิดออกทั้งสิ้น ไม่สิ…ตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงตอนนี้ล้วนไม่มีผู้ใดรู้ หากไม่ใช่ฆ่าเขาทิ้งไปใช่หรือไม่
หนานกงชวี่ “เซียวเชียนเหว่ยไม่ใช่คนใจกว้างอันใด”
หนานกงมั่วหัวเราะเบาๆ “ข้ารู้ว่าพี่ใหญ่เป็นห่วงพวกข้า แต่…ท่านคิดมากไปแล้ว หากไม่เกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย ภายในยี่สิบสามสิบปีนี้ เซียวเชียนเหว่ยไม่น่าทำอันใดพวกข้าได้หรอกเจ้าค่ะ หากเกิดเรื่องจริงๆ…ท่านคิดว่าจวินมั่วมีความสัมพันธ์กับลูกพี่ลูกน้องอย่างเซียวเชียนเหว่ยลึกซึ้งงั้นหรือ”
เรื่องเหนือความคาดหมายนี้ แน่นอนว่าย่อมหมายถึงเยี่ยนอ๋องด้วย เพียงเยี่ยนอ๋องยังอยู่ เซียวเชียนเหว่ยคิดจะทำอันใดก็ไม่มีประโยชน์ทั้งสิ้น หากเยี่ยนอ๋องจากไปแล้ว เว่ยจวินมั่วจะสนใจไยดีสามพี่น้องเซียวเชียนเหว่ยมากเพียงไหนกัน ตั้งแต่รู้จักกันมา ได้อยู่กับญาติผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องไม่เกินครึ่งปีเท่านั้น เกรงว่ายังไม่อาจเทียบได้กับสามพี่น้อยเว่ยจวินปั๋วแห่งจวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องเลยหรือไม่ ไม่ว่าจะรู้สึกรักหรือเกลียด อย่างน้อยจะมีสักกี่คนที่ได้อยู่ร่วมกันมายี่สิบกว่าปี
หนานกงชวี่เลิกคิ้ว “ดูเหมือนข้าจะกังวลมากไปเอง”
หนานกงมั่วส่ายหน้า “ไม่หรอกเจ้าค่ะ เรื่องที่พี่ใหญ่เปิดเผยให้แม่ทัพเซวียได้รู้ถือเป็นเรื่องดี เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาอันใดในภายหลัง จริงๆ แล้วแม่ทัพเซวียคงไม่ได้ไม่รู้ถึงปัญหานี้ เพียงแต่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เขาก็ไม่อาจหาวิธีเอ่ยขึ้นมาได้ แม้ว่าอำนาจทหารจะอยู่ในกำมือ แต่แท้จริงแล้ว…กลับเป็นบุตรทั้งสองของเยี่ยนอ๋องต่างหาก” ไม่ใช่เพียงเซียวเชียนเหว่ยและเซียวเชียนชื่อจะคิดไกลเกินไป แม้แต่ในมุมมองของหนานกงมั่วก็เกรงว่าคนเหล่านี้จะคิดไกลเกินไปจริงๆ ต้องรู้ว่าเยี่ยนอ๋องในตอนนี้ยังไม่ทันห้าสิบปีเต็มเสียด้วยซ้ำ หากไม่เกิดเรื่องอันใดเหนือความคาดหมาย เขาย่อมมีชีวิตดีๆ ไปอีกสิบถึงยี่สิบปีเลยก็ได้
หนานกงชวี่พยักหน้า เซวียเจินเองก็ไม่ได้อ่อนหัด เรื่องราววุ่นวายที่ซ่อนเร้นในกองทัพปะทุขึ้นในวันนี้ย่อมไม่อาจโทษเขาได้
ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง ภายในห้องหนังสือ เซียวเชียวเหว่ยนั่งอยู่หลังโต๊ะเขียนหนังสือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ด้วยประสบการณ์ในสนามรบที่สะสมมาในหลายปีนี้ ขัดเกลาเซียวเชียนเหว่ยให้เฉียบขาดและสุขุมขึ้นหลายส่วน ยามที่ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ดูคล้ายกับสีหน้าของเยี่ยนอ๋องถึงห้าส่วนแต่ก็ยังไม่อาจเทียบความดุดันและหาญกล้าของเยี่ยนอ๋องได้ เซียวเชียนเหว่ยยังแตกต่างจากนั้น
“คุณชายรอง การบุกตีอิ่งชวนในครั้งนี้ล้วนแล้วแต่ถูกคนของคุณชายเว่ยช่วงชิงความดีความชอบไปหมด พวกเราจะปล่อยไปหรือขอรับ” ด้านหนึ่ง ทหารวัยกลางคนขมวดคิ้วพลางเอ่ย
เซียวเชียนเหว่ยเงยหน้า เอ่ยตอบเสียงเรียบ “ไม่อย่างนั้นจะทำเช่นไรได้หรือ หากไม่มีกองกำลังของเฉินโจวมาสมทบ ตอนนี้พวกเราคงพ่ายแพ้ย่อยยับไปแล้ว”
เหตุผลนี้ใครๆ ก็รู้ แต่ความไม่พอใจที่อัดอั้นมาก็ทำให้มองข้ามเหตุผลข้อนี้ไป สามปีก่อนคุณชายเว่ยพาทหารสองหมื่นนายไปปราบกองทัพหลักของเป่ยหยวนที่ชายแดน สองปีก่อนคุณชายเว่ยนำกองกำลังรักษาการณ์ไท่หนิงเข้าบุกยึดทางตอนใต้ของสีโจวได้กว้างขวางภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน และตอนนี้คุณชายเว่ยก็นำกลุ่มคนที่ไม่เคยเข้าสู่สนามรบใดๆ เข้าบุกยึดปิดล้อมอิ่งชวนและจับแม่ทัพใหญ่อย่างหย่งคังโหว ถังเจิงเป็นเชลยได้อย่างง่ายดาย คุณชายคนนี้เย็นชาไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา แต่ทุกๆ ครั้งที่ลงมือล้วนแต่ทำให้ผู้คนตกตะลึงประทับใจไปหมด เอ่ยได้ว่าผลงานที่ผ่านมาของคุณชายเว่ยในฐานะผู้นำทัพช่างงดงามและสมบูรณ์แบบ สู้รบนับสิบสนาม ไม่ว่าเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่ก็ไร้พ่าย
แม่ทัพที่ยังหนุ่มแน่นเช่นนี้ กลับสะเทือนเหล่าแม่ทัพทั่วทั้งใต้หล้าไม่น้อย
วาจาของเซียวเชียนเหว่ยทำให้เหล่าทหารมีสีหน้าย่ำแย่ ราวกับเขาเอ่ยว่า หากมิใช่เพราะพวกเจ้าไร้ความสามารถ กองกำลังของเว่ยจวินมั่วจะมีความดีความชอบได้อย่างไร
ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนเป็นนายทหารผู้ช่วยที่นั่งอยู่ด้านหนึ่งก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน “ท่านอ๋องให้ความสำคัญกับคุณชายเว่ยยิ่ง ครั้งนี้คุณชายเว่ยก็ยังมีส่วนช่วยไม่น้อย คุณชายรอง…หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่เพียงท่านเท่านั้น เกรงว่าแม่แต่คุณชายทั้งสามที่อยู่กับท่านอ๋องมาก่อนก็ไม่อาจเอ่ยอันใดได้อีก”
เซียวเชียนเหว่ยหลุบตาลง เอ่ยเสียงทุ้ม “เสด็จพ่อให้ความสำคัญกับพี่ชายมานานแล้ว แต่…อย่างไรก็ตาม คงไม่เหนือไปกว่าพี่ใหญ่และพวกเราสองพี่น้องได้”
นายทหารผู้ช่วยส่ายหน้า “เดิมทีการคงความสัมพันธ์แบบน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลองกับคุณชายเว่ยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกท่าน แต่ว่า…นั่นเป็นช่วงที่คุณชายเว่ยอยู่ห่างไกลออกไป หากเป็นเช่นในยามนี้ คุณชาย โปรดอภัยแก่ข้าน้อยที่ต้องเอ่ยตามตรง เกรงว่าแม้จะไปบุกโจมตีจินหลิง ความดีความชอบก็คงจะตกเป็นของคุณชายเว่ยอย่างไม่ต้องสงสัย”
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เซียวเชียนเหว่ยมีท่าทีหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปรอบๆ ห้องหนังสือด้วยความกังวล “เสด็จพ่อให้ความสำคัญกับพี่ชาย หากข้าขัดแย้งพี่ชาย ไม่เท่ากับเปิดทางให้…” คำพูดสุดท้ายนั้นกลับถูกเซียวเชียนเหว่ยกลืนคำกลับลงไปก่อน แต่ทุกคนในที่นี้ต่างรู้ดีว่าหมายถึงผู้ใด เขาย่อมไม่อยากขัดแย้งกับพี่ชาย แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าพี่ชายกำลังขวางทางเขาอยู่
เซียวเชียนเหว่ยถอนหายใจแล้วจึงโบกมือปัดๆ เอ่ย “ช่างเถิด เรื่องนี้เอาไว้ก่อน จับตาหลังจากนี้ให้ดี แล้วทางด้านพี่ใหญ่เป็นเยี่ยงไรบ้าง”
นายทหารผู้ช่วยเอ่ย “ในกองทัพให้ความสำคัญแก่คุณชายใหญ่ไม่น้อย อย่างไรก็ตามเขาก็…” เป็นบุตรชายคนโตของพระชายา
ความไม่พอใจวูบผ่านนัยน์ตาของเซียวเชียนเหว่ย ลูกชายคนโต ลูกชายคนโต! นอกจากเขาเป็นเพียงผู้อาศัยแล้วยังมีฐานะอันใดหรือไม่
ผัวะ! ประตูพลันถูกคนด้านนอกเตะเปิดเข้ามา คนที่อยู่ด้านในต่างตกใจ รีบลุกขึ้นก่อนจะมองไปยังประตูอย่างระแวดระวัง
เว่ยจวินมั่วสวมชุดสีน้ำเงินเข้มยืนอยู่ที่ประตูพลางเอามือไพล่หลัง เขามองเข้ามายังคนในห้องอย่างเฉยชา
เซียวเชียนเหว่ยพลันมีสีหน้าอับอาย แต่ผ่านไปชั่วครู่ก็สงบสติอารมณ์ลงได้ “พี่ชาย นี่ท่าน…”
เว่ยจวินมั่วจ้องคนอื่นๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ออกไป”
ทุกคนต่างสบตากัน ทหารนายหนึ่งไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป เอ่ย “คุณชายเว่ย ทำเช่นนี้ท่านหมายความว่าอย่างไร แม้ว่าท่านจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณชายรอง แต่จะบุกเข้ามาโดยไม่ต้องรอให้คนรายงานก่อนเช่นนี้ไม่ได้หรือไม่”
“ข้าบอกว่าให้ออกไป” เว่ยจวินมั่วพลันขมวดคิ้วอย่างดุดัน