หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 921 กลยุทธ์ที่แปรเปลี่ยน? (1)
ตอนที่ 921 กลยุทธ์ที่แปรเปลี่ยน? (1)
ซังสุ่ยเป็นอำเภอเล็กๆ ที่ห่างจากเมืองเหยี่ยนไปร้อยกว่าลี้ และก็เป็นที่ที่หนานกงมั่วกำลังรอกองกำลังสนับสนุนอยู่เช่นเดียวกัน
หนานกงมั่วไม่ได้นำทหารทั้งหมดเข้ามาในอำเภอ หลังจากเข้ายึดซังสุ่ยได้แล้ว ทหารส่วนใหญ่ยังคงตั้งทัพอยู่นอกเมือง หนานกงมั่วพาทหารเข้าเมืองมาเพียงสองสามหมื่นนายเท่านั้น ไม่ได้รบกวนชาวบ้านแม้แต่น้อย แม้ว่าชาวซังสุ่ยจะกังวลใจมากก็ตาม แต่ดูท่าแล้วคนพวกนี้ก็ไม่ได้ทำอันใดกับพวกเขาเลย จึงค่อยๆ วางใจ แท้จริงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้คิดจะยึดครองอันใดอยู่แล้ว หนานกงมั่วจึงไม่ได้นำกองทัพทั้งหมดที่มีกว่าสองแสนนายเข้ามา ยิ่งไปกว่านั้นซังสุ่ยยังเล็กกว่าเมืองเหยี่ยนอยู่ไม่น้อย ทหารกว่าสองแสนนายย่อมเข้าไปไม่ได้
ที่หอบนประตูกำแพงเมืองซังสุ่ย หนานกงมั่วเหม่อมองออกไปไกล เห็นแม่น้ำยาวคดเคี้ยวสายหนึ่งทางทิศตะวันตก ยาวเป็นเส้นสีเขียวไหลไปตามทางในทุ่งกว้างที่ราบ
ลิ่นฉังเฟิงที่กำลังเดินขึ้นมาบนหอบนประตูกำแพงเมืองพลันเห็นหนานกงมั่วยืนอยู่ก่อนแล้วจึงเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม “แม่นางมั่ว เป็นห่วงจวินมั่วอยู่หรือ”
หนานกงมั่วหันมามอง ยิ้มพลางพยักหน้ารับ แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เว่ยจวินมั่วออกไปนำทัพ แต่เพราะเว่ยจวินมั่วพาทหารไปเพียงห้าหมื่นนายเท่านั้น ต้องรับมือกับพวกศัตรูที่ฝีมือเหนือว่าไม่รู้ตั้งกี่ส่วน หนานกงมั่วจึงอดกังวลใจนึกเป็นห่วงไม่ได้ ลิ่นฉังเฟิงยิ้ม “แม่นางมั่วอย่าได้กังวล จวินมั่วไม่ใช่คนชอบเสี่ยงอันตราย าหากเขาไม่แน่ใจ เขาก็จะไม่ทำตั้งแต่แรก”
แม้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังปลอบใจนางอยู่ หนานกงมั่วก็ยังเลิกคิ้ว เอ่ยอย่างหยอกล้อ “โอ้ คุณชายฉังเฟิงเชื่อใจจวินมั่วเพียงนี้เลยหรือ ทหารห้าหมื่นนาย…อยากขัดขวางกองกำลังของถังเจิงเกรงว่าคงไม่ง่ายนัก”
ลิ่นฉังเฟิงยิ้ม “เรื่องนั้น…ก็ขึ้นอยู่กับว่าจิตใจของเว่ยจวินมั่วจะโหดเหี้ยมเพียงใด ซึ่งเรื่องนี้ ข้าเชื่อในตัวเขาอยู่มากทีเดียว”
ฟังคำพูดของลิ่นฉังเฟิงแล้ว หนานกงมั่วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราออกมา เมื่อคุณชายฉังเฟิงเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ย “เช่นนี้ถึงจะถูกต้อง เห็นแม่นางมั่วเศร้าหมองกังวลใจเช่นนี้ ข้าไม่ชินเอาเสียเลย วางใจเถิด อย่างช้าที่สุดก็สองวัน เว่ยจวินมั่วจะต้องตามมาสมทบอย่างแน่นอน”
หนานกงมั่วพยักหน้าอย่างสงบนิ่งขึ้น “เตรียมทหารและม้าพร้อมแล้วหรือ หากพวกจวินมั่วกลับมาแล้วจะได้ออกเดินทางไปทางเหนือทันที”
ลิ่นฉังเฟิงพยักหน้า “วางใจเถิด ทหารทั้งหมดล้วนเตรียมพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อครู่ก็เข้ายึดเมืองเหยี่ยนกับซังสุ่ยได้สำเร็จ สร้างขวัญกำลังใจให้แก่กองทัพไม่น้อย”
“เช่นนั้นก็ดียิ่ง” หนานกงมั่วขานรับ
เมื่อลงจากหอบนประตูกำแพงเมืองมา ก็บังเอิญเห็นเฉินซิวและเซวียปินที่นั่งแกร่วอยู่ที่กำแพงเมืองอย่างอับจนหนทาง พอเห็นพวกเขาทั้งสองเดินมา เฉินซิวก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนเตะเรียกสติเซวียปินไปทีหนึ่ง “คารวะจวิ้นจู่ คุณชายลิ่น”
เซวียปินเงยหน้ามองก่อนจะลุกขึ้นทำความเคารพ
หนานกงมั่วโบกมือให้ทั้งสองไม่ต้องมากพิธี เอ่ยถามอย่างสงสัย “เจ้าสองคนมาทำอันใดที่นี่หรือ”
เฉินซิวมีท่าทีลังเลเล็กก่อนจะเอ่ยตอบ “เรียนจวิ้นจู่ เซวียปินเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ทัพเซวีย ดังนั้น…”
หนานกงมั่วเข้าใจแล้ว “รู้สึกว่าพวกข้าเคลื่อนทัพช้า อีกทั้งยังเป็นเส้นทางอ้อมใช่หรือไม่”
เซวียปินรีบร้อนปฏิเสธมิกล้าคิดเช่นนั้น หนานกงมั่วส่ายหน้าพลางเอ่ย “เจ้ารู้หรือไม่ว่าไยจวินมั่วถึงให้จูเหมิงไปประจำกองทัพอื่น”
เซวียปินส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจ หลังออกเดินทางจากเขาชิงอวิ๋น พวกเขาก็แบ่งกองกำลังเป็นสองกลุ่ม จูเหมิงติดตามไปกับกองกำลังของหนานกงซวี่ ทีแรกพวกเขาก็ดีใจว่าอย่างไรได้ติดตามคุณชายเว่ยก็ต้องสนุกกว่าการติดตามหนานกงชวี่เป็นไหนๆ แต่ทว่าตอนนี้…
หนานกงมั่วเอ่ย “พวกจูเหมิงล่วงหน้าไปอิ่งชวนก่อนแล้ว”
“หา” เซวียปินเงยหน้าส่งเสียงด้วยความประหลาดใจ หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “หากให้เจ้าไปด้วย เจ้าก็คงเป็นห่วงบิดาเจ้าจนใจร้อน คิดตื้นๆ ด้วยการชิงบุกหาศัตรูใช่หรือไม่”
เซวียปินไม่เอ่ยตอบคำใด เห็นได้ชัดว่าเขาก็ไม่อาจวางใจได้ว่าตนจะไม่ใจร้อนเช่นนั้น หนานกงมั่วถอนหายใจเบาๆ “ไม่กี่ปีมานี้เจ้าดีขึ้นไม่น้อย แม่ทัพเซวียเห็นแล้วต้องภูมิใจ แต่ยังมีนิสัยหุนหันพลันแล่นเกินไป”
เซวียปินรู้สึกละอายใจ “จวิ้นจู่ ข้า…”
“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงพ่อ” หนานกงมั่วเอ่ยขึ้น “ครั้งนี้ข้าละเว้นให้”
“ขอรับ จวิ้นจู่!”
เมื่อได้ยินว่าส่งคนไปช่วยทางด้านอิ่งชวนแล้ว เซวียปินจึงผ่อนคลายกังวลขึ้นไม่น้อย ตรงกับข้ามกับเฉินซิวที่ยังอดสงสัยไม่ได้ เอ่ยว่า “จวิ้นจู่ ไยพวกเรา…ต้องเดินทางอ้อมเช่นนี้ด้วย หากยังล่าช้าเช่นนี้ทางด้านอิ่งชวน…”
หนานกงมั่ว “รอบๆ อิ่งชวนมีทหารนับแสนโอบล้อม หากพวกเราไปถึงแล้ว เจ้าคิดว่าจะฆ่าบุกฝ่าเข้าไปได้เช่นนั้นหรือ”
ฉับพลันในศีรษะของเฉินซิวกลับมีแสงประกายผ่านวาบ สีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา สุดท้ายในชั่วขณะกลับเข้าใจแจ่มแจ้ง “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
หนานกงมั่วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เฉินซิวเป็นทหารที่เฉลียวฉลาดที่สุดในหมู่ทหารหนุ่ม หลายปีมานี้ก็นับว่ามีความก้าวหน้ามากที่สุดเช่นกัน หากผ่านเวลาขัดเกลา เขาจะต้องประสบความสำเร็จไม่แพ้บิดาของเขาอย่างแน่นอน
ขณะนี้ ณ เมืองเหยี่ยน ล้วนเต็มไปด้วยความโกลาหล ด้านหน้าประตูทางเข้าเมือง คุณชายเว่ยยังคงสั่งการเหล่าทหารด้วยท่าทีสงบ ขุนพลที่นอกเมืองเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง กับเพียงเมืองเล็กๆ ที่ใช้เวลาสองวันก็ยังตีไม่แตก ใครจะรู้ว่าศัตรูกลับตีเมืองเหยี่ยนแตกพ่ายในเวลาเพียงสองชั่วยามเท่านั้น
“คุณชาย ใกล้จะต้านไม่อยู่แล้วขอรับ” ขุนพลนายหนึ่งรีบเข้ามารายงาน
เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนสั่งการ “เตรียมสละเมือง”
“ขอรับ คุณชาย”
ขุนพลรีบเดินจากไป เว่ยจวินมั่วหันไปมองเหล่าศัตรูด้านล่าง ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ในที่สุดประตูเมืองทิศเหนือก็ถูกศัตรูตีแตกและบุกเข้ามา แต่ทว่าในขณะเดียวกัน ประตูเมืองทิศใต้และทิศตะวันออกทั้งสองที่ก็เปิดออกเช่นเดียวกัน เดิมทีมีทหารประจำการอยู่ ทว่ากลับกลายเป็นทหารม้าแล้วพลันล่าถอยออกไปจากเมือง เมื่อกองทัพบุกเข้ามาได้ จึงเห็นเพียงควันไฟพวยพุ่งจากทิศทางที่ตั้งของคลังเสบียงเท่านั้น ในเมืองไร้เงาทหารของเว่ยจวินมั่วแม้แต่คนเดียว
ขุนพลที่เป็นกองกำลังสนับสนุนพลันสบถด่าอย่างโกรธแค้น ใครจะไปเชื่อว่ากองกำลังของเว่ยจวินมั่วที่ยึดครองเมืองที่แท้กลับเป็นทหารม้าทั้งหมด! ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นทหารม้าที่เก่งกาจเป็นที่สุด ความแข็งแกร่งในการสู้รบไม่ต้องกล่าวถึง ความรวดเร็วในการหลบหนีนั้นใครก็ไม่อาจตามทัน
“ยังไม่รีบไปดับไฟอีก!” เมื่อนึกถึงคลังเสบียงที่ท่านแม่ทัพย้ำนักย้ำหนา ขุนพลพลันตะคอกออกมา
“ขอรับ ท่านขุนพล!”
“รายงานท่านขุนพล พวกกบฏกำลังเคลื่อนพลไปยังซังสุ่ยขอรับ!”
ขุนพลผู้นั้นขบฟันแน่น “ซังสุ่ยถูกพวกหนานกงมั่วยึดไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้…”
“ท่านขุนพล พวกเราจะตามไปหรือไม่ขอรับ”
ขุนพลผู้นั้นกลับถอนหายใจ กัดฟันพลางเอ่ย “ตาม! ส่งรายงานถึงท่านแม่ทัพถัง ขอให้ส่งกำลังสนับสนุน ข้าศึก…อย่างน้อยสุดมีจำนวนสามแสนนาย” เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้แล้ว ความเย็นเยียบพลันแล่นเข้ากลางอกของขุนพลผู้นั้น ใครจะไปคาดคิดเล่าว่าเว่ยจวินมั่วใช้เวลาไม่ถึงสามปีในเฉินโจว กลับฝึกฝนทหารออกมาได้นับแสนนายเช่นนี้ ตลอดการสู้รบสองวันที่ผ่านมาทำให้พวกเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทหารนับแสนนายไม่ใช่มีมากแต่จำนวนเท่านั้น กลับเป็นทหารที่มากฝีมือด้วย
“ขอรับ ท่านขุนพล”
ขุนพลผู้นั้นหรี่ตา เอ่ยสั่งด้วยเสียงต่ำ “พบผู้บังคับการรักษาดินแดนเมืองเหยี่ยนเจอหรือไม่”
คนผู้นั้นพยักหน้า “รายงานท่านขุนพล พบแล้วขอรับ แต่…ขุนพลหลิวที่ถูกพบตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ยังไม่ได้สติขอรับ”
ประกายแห่งความโกรธแค้นวาบผ่านดวงตาของขุนพลผู้นั้น “ไยเว่ยจวินมั่วจึงไม่ฆ่าเขาไปเลยเล่า”