หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 904 การแก้แค้นของคุณชายเว่ย (1)
ตอนที่ 904 การแก้แค้นของคุณชายเว่ย (1)
อาจารย์อาเห็นนางเป็นเช่นนี้ ย่อมไม่รอให้นางเอ่ยอันใด เขาเอ่ยขึ้นมาก่อนว่า “ในเมื่อรู้ว่าผิด เช่นนั้นก็ดี ศิษย์พี่ของเจ้าอกตัญญู เจ้าได้อย่าทำตามเขา”
หนานกงมั่วถอนหายใจ ศิษย์พี่ ข้าขอโทษด้วย
“อาจารย์ นี่คือศิษย์น้องหรือขอรับ” ซังเจี้ยวเขย่งเท้าอยากดูเด็กน้อย แต่น่าสงสารที่เขาเห็นเพียงศีรษะของเด็กทั้งสอง หนานกงมั่วยิ้ม ประคองลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของตัวเองให้เขาดู “นี่คือศิษย์น้องชาย”
ซังเจี้ยวกะพริบตา ยื่นมือเล็กๆ ออกมาจับมือน้อยๆ ของอานอานแผ่วเบา “ศิษย์น้องน่ารักมากเลยขอรับ”
เหลือบมองไปด้านข้าง นั่นคือศิษย์น้องหญิง แต่น่าเสียดาย…เว่ยจวินมั่วกำลังเล่นกับศิษย์น้องหญิง ไม่ยอมให้เขาดู ซังเจี้ยวเหลือบมองไปทางนั้นด้วยสีหน้าเสียใจ เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของคุณชายเว่ยแล้ว เขาจึงต้องหดคอกลับมา
“นี่คือลูกศิษย์ที่เจ้ารับมาหรือ” อาจารย์อาเห็นซังเจี้ยว เขาเลิกคิ้วขึ้น
หนานกงมั่วยิ้มแล้วพยักหน้า ดันซังเจี้ยวไปข้างหน้าแล้วเอ่ย “รีบถวายพระพรองค์หญิงและคารวะอาจารย์อาเร็วเข้าเถิด”
ซังเจี้ยวเดินเข้าไปทำความเคารพอย่างรู้ความ ตั้งแต่มีหลานสาวและหลานชาย องค์หญิงฉังผิงก็ชอบเด็กมากขึ้น ซังเจี้ยวหน้าตาหล่อเหลาแล้วยังรู้ความ แน่นอนว่านางต้องชอบเขา นางจึงยิ้มแล้วจับมือเขาไว้ “ไม่ต้องเรียกข้าว่าองค์หญิง เรียกว่าเสด็จย่าเหมือนอานอานกับเยาเยาเถิด”
ซังเจี้ยวขี้อาย เขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองหนานกงมั่วก่อน เขารู้ดีว่าองค์หญิงคือใคร ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าอายุราวสามสิบต้นๆ สง่างามและใจดี ไม่เหมือนท่านย่าที่เข้มงวดของเขา หรือท่านย่าที่ดูแก่เฒ่าใจดีของคนอื่นเลยแม้แต่น้อย แล้วยังดูเด็กกว่าท่านแม่แท้ๆ ของเขาเสียอีก
หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “ในเมื่อเสด็จแม่เอ่ยเช่นนี้ เช่นนั้นก็เชื่อฟังเสด็จแม่เถิด อาเจี้ยวคือบุตรบุญธรรมของแม่ทัพซังหรงเพคะ”
องค์หญิงฉังผิงพยักหน้า จากนั้นก็มอบหยกชั้นดีให้ซังเจี้ยวเป็นของขวัญพบหน้า
อาจารย์อาก็มอบของขวัญให้เขาเช่นกัน เป็นคำชมที่หาได้ยากยิ่ง “รากฐานไม่เลวเลยทีเดียว” เขาพอใจกับลูกศิษย์ที่หนานกงมั่วรับมา เห็นได้ชัดว่าลูกศิษย์คนนี้อยากเรียนวรยุทธ์มากกว่าการรักษาโรค
หนานกงฮุยกับซังเนี่ยนเอ๋อร์และคนอื่นๆ ต่างเดินมาทำความเคารพ ก่อนที่พวกเขาจะพากันกลับไปที่จวนในเมืองอย่างเอิกเกริก
ชวีเหลียนซิงและคนอื่นๆ ที่อยู่ในจวนล้วนแต่เตรียมเรือนไว้ตั้งนานแล้ว หลังจากต้อนรับองค์หญิงฉังผิงเข้ามาในจวน ล้างหน้าล้างตาและเปลี่ยนชุดพักผ่อนก่อน จากนั้นค่อยออกมาสนทนากัน เดินทางมาเกือบครึ่งเดือน บวกกับเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อนที่ทำให้ผู้คนตกใจ องค์หญิงฉังผิงเองก็เหน็ดเหนื่อย จึงให้หนานกงมั่วเป็นคนดูแลเด็กน้อยทั้งสองแล้วไปพักผ่อน หนานกงมั่วออกไปส่งด้วยตัวเองแล้วกลับมายังห้องโถง ในห้องโถง ผู้คนกำลังล้อมรอบเด็กน้อยทั้งสองคน… เด็กน้อยคนหนึ่งส่งเสียงร้องอ้อแอเเบาๆ ส่วนอีกคน แน่นอนว่าคงไม่มีใครกล้าแย่งเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของคุณชายเว่ย
ตอนนี้เว่ยจวินมั่วกำลังอุ้มอานอาน เขาไม่เหมือนน้องสาว อานอานเป็นเด็กสุขุม จ้องมองท่านพ่อตัวเองเงียบๆ คุณชายเว่ยเองก็ไม่รีบร้อน ก้มหน้าลงมองบุตรชายที่อยู่ในอ้อมแขนตัวเองเงียบๆ เช่นกันกัน สองพ่อลูกไร้ซึ่งวาจา
แต่อีกด้านหนึ่งกลับคึกคัก ซังเนี่ยนเอ๋อร์อุ้มเยาเยานั่งบนเก้าอี้อย่างระมัดระวัง มีผู้คนห้อมล้อมพวกนาง ดูเหมือนเยาเยาจะไม่ใช่เด็กที่กลัวคนแปลกหน้า คนรอบข้างยิ่งเยอะก็ยิ่งดูมีชีวิตชีวา นอนโบกมือเล็กๆ อยู่ในอ้อมแขนของซังเนี่ยนเอ๋อร์ด้วยท่าทีตื่นเต้น
ซังเจี้ยวย่อตัวนั่งอยู่ด้านข้าง จับมือเล็กๆ ของเยาเยาอย่างระมัดระวัง “ศิษย์น้อง ข้าคือศิษย์พี่ของเจ้า”
“เยาเยา เรียกท่านลุงรองสิ ข้าคือท่านลุงรองของเจ้า”
“เยาเยาไม่ต้องสนใจพวกเขา ข้าคือท่านป้า ท่านป้าอุ้มเจ้าเอง”
หนานกงมั่วปวดหัว “เขายังไม่ถึงเดือนเลย จะเข้าใจที่พวกเจ้าเอ่ยได้เช่นไร”
หนานกงฮุยไม่สนใจ “ไม่แน่หรอก เยาเยาฉลาดมาก นางยิ้มให้ข้าด้วย”
“ข้าไม่เคยเห็นตอนที่นางไม่ยิ้มสักหน่อย”
“แอ้…” เห็นท่านแม่ตัวเอง เยาเยาก็ยินดี
หนานกงมั่วเดินเข้าไปอุ้มบุตรสาวตัวเอง จูบหน้าผากของเด็กน้อย “เยาเยาเด็กดี ยิ่งโตยิ่งสวย”
“แอ้…” ท่านแม่ผู้มีกลิ่นหอมจูบเด็กน้อย เด็กน้อยจึงชอบใจ เยาเยาโบกมือเล็กๆ ไปทางพี่ชายตัวเองอย่างมีความสุข
อานอานที่เดิมทีนอนเงียบอยู่ในอ้อมแขนของคุณชายเว่ยหันหน้ามาร้องอ้อแอ เยาเยาบิดตัวในอ้อมแขนของหนานกงมั่วเพื่อตอบรับพี่ชาย หนานกงมั่วยิ้มแล้วเดินเข้าไปหาเว่ยจวินมั่ว ปล่อยให้เด็กทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกัน
พวกเขาสองคนสนิทสนมกัน ร้องอ้อแอ้พูดคุยกัน น่าเสียดายที่ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขากําลังคุยอันใดกัน
หนานกงฮุยมองน้องสาวกับน้องเขยตัวเองด้วยความอิจฉา “พี่ใหญ่บอกว่าพวกเขาทั้งสองหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ ตอนแรกข้าไม่เชื่อแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง… หากไม่ใช่เพราะผ้าอ้อมที่สีไม่เหมือนกัน คงแยกไม่ออกว่าใครเป็นเด็กผู้หญิงใครเป็นเด็กผู้ชาย” แม้ฝาแฝดจะมีอยู่ทั่วไป แต่ฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะกลับมีไม่มากนัก แต่ว่า…มองดูหนานกงมั่วสองสามีภรรยาแล้วก็หันมองดูหลานชายกับหลานสาว หนานกงฮุยเริ่มกังวลรูปร่างหน้าตาของหลานๆ ในกาลข้างหน้า มักจะรู้สึกว่า…พวกเขาต้องหน้าตายิ่งไปกว่าสองสามีภรรยาคู่นี้อย่างแน่นอน มั่วเอ๋อร์ของเขาหน้าตาสวยงามก็จริง แต่เขาจำได้ว่าตอนมั่วเอ๋อร์ยังเด็กก็ไม่ได้หน้าตาน่ารักไม่ใช่หรือ
หนานกงมั่วคิดว่าพี่รองอิจฉาตัวเองอยู่จึงเอ่ย “หากพี่รองอยากได้ก็รีบมีลูกกับเนี่ยนเอ๋อร์สักสองคนเถิด”
หนานกงฮุยลูบศีรษะตัวเองแล้วหัวเราะออกมา “ข้าอยากได้ แต่เรื่องนี้ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ”
ซังเนี่ยนเอ๋อร์หน้าแดง แอบยื่นมือออกไปหยิกหนานกงฮุยอย่างแรง ใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มของหนานกงฮุยแปรเปลี่ยนไปทันที “โอ๊ย…”
ในเรือนเตี๋ยของจวนเยี่ยนอ๋อง ใบหน้าอันสวยงามของกงเสี่ยวเตี๋ยเต็มไปด้วยความกังวล นางนั่งอยู่บนเตียง ใช้มือข้างหนึ่งลูบท้องที่กำลังโตของตัวเอง
“ชายารอง ได้เวลาทานข้าวแล้วเจ้าค่ะ” ข้างนอก สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วเอ่ยอย่างนอบน้อม
กงเสี่ยวเตี๋ยได้ยินเช่นนี้ อดไม่ได้ที่จะถอยหลังด้วยความตกใจ หากไม่ใช่เพราะตั้งครรภ์อยู่ เกรงว่านางคงจะถอยเข้าไปที่เตียงแล้ว สาวใช้เห็นนางเป็นเช่นนี้จึงวางอาหารในมือลงบนโต๊ะ อดถอนหายใจออกมาไม่ได้แล้วเอ่ยเบาๆ “คุณหนูไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ วันนี้บ่าวเป็นคนไปหยิบอาหารมาด้วยตัวเอง ไม่มีปัญหาแน่นอนเจ้าค่ะ” สองสามวันมานี้กงเสี่ยวเตี๋ยใช้ชีวิตอย่างขมขื่น ตั้งแต่วันก่อนอาหารของนางมีส่วนผสมของยาสำหรับแท้งทุกมื้อ โดยที่อีกฝ่ายไม่มีเจตนาปกปิดเลยแม้แต่น้อย คนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้เพียงดมก็รู้ได้แล้ว
เดิมทีนางคิดว่าในที่สุดพระชายาเยี่ยนอ๋องหรือไม่ก็ชายารอง พระสนมคนไหนสักคนทนไม่ไหวแล้ว แต่ตอนนี้คนในเรือนเตี๋ยล้วนแต่เป็นคนของนาง คนที่ดูแลกงเสี่ยวเตี๋ยอย่างใกล้ชิดก็เป็นคนสนิท เพราะเจ้าสำนักให้ความสำคัญกับเด็กที่อยู่ในท้องของคุณหนูเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าพวกนางก็ต้องระวังมากขึ้น แต่ไม่ว่าพวกนางจะระวังมากเพียงใด อาหารมื้อต่อไปก็ยังมียาพิษตลอด เป็นเช่นนี้ติดต่อกันสองสามวันไม่ต้องบอกว่ากงเสี่ยวเตี๋ยตกใจ แม้พวกนางเองก็ตกใจเช่นกัน และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือตอนนี้อีกฝ่ายใช้ยาที่พวกนางมองเห็น หากต่อไปอีกฝ่ายใช้ยาที่ไม่อาจรู้ได้ทันทีเล่า…