หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 903 พร้อมหน้าพร้อมตา (2)
ตอนที่ 903 พร้อมหน้าพร้อมตา (2)
หนานกงมั่วแปลกใจ “ท่านนำยาอันใดให้เขาหรือ”
เว่ยจวินมั่วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่มีอันใด ยาแท้งธรรมดา”
“นำไปให้กงเสี่ยวเตี๋ยหรือ นางมีคนที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาคอยดูแลอยู่นะ” ในเมื่อกงอวี้เฉินกล้าส่งกงเสี่ยวเตี๋ยมาอยู่กับเยี่ยนอ๋อง แล้วยังทำให้นางตั้งครรภ์ได้ แน่นอนว่าเด็กคนนั้นย่อมไม่ได้มาง่ายๆ แล้วอีกอย่างอยู่ที่โยวโจว กงเสี่ยวเตี๋ยไม่มีที่พึ่งและไร้ญาติ ทว่าลูกของนางกลับยังปลอดภัย เห็นได้ชัดว่ามีคนที่มีความสามารถคอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ตัว
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “ข้าไม่ได้อยากจะทำอันใดลูกของนางอยู่แล้ว”
หนานกงมั่วกะพริบตา จากนั้นก็เข้าใจความหมายของเว่ยจวินมั่วทันที สิ่งที่ทําให้คนกลัวไม่ใช่การถูกทำร้าย แต่เป็นการรอคอยการถูกทำร้ายต่างหาก ยาแท้งธรรมดาไม่มีทางรอดสายตาของยอดฝีมือหอธาราไปได้ แต่หากในอาหารสามมื้อต่อวันมียาพิษทุกมื้อ เกรงว่าเป็นใครก็คงไม่มีชีวิตที่สงบสุข กงอวี้เฉินชอบทำอันใดอยู่ในที่ลับนักใช่หรือไม่ นอกจากเขาจะมีความสามารถ หลบซ่อนทั้งหมดได้อย่างหมดจด หรือไม่กงเสี่ยวเตี๋ยนั้นไม่ใช่หมากสําคัญของเขา หากหมากของเขาโชคร้ายอย่างต่อเนื่อง เขายังจะสามารถวางหมากต่อไปได้อีกหรือ
“สำหรับเซียวเชียนเยี่ย ข้าจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่แก่เขา” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเบาๆ แต่กลับได้ยินความเย็นชาในน้ำเสียง
เช้าตรู่ หนานกงมั่วและคนอื่นๆ ออกมารออยู่นอกประตูทิศเหนือของเฉินโจวแต่เช้า ได้ข่าวว่าขบวนขององค์หญิงฉังผิงใกล้จะมาถึงแล้ว หนานกงมั่วรอไม่ไหวจึงลากเว่ยจวินมั่วออกมาจากเมืองก่อนล่วงหน้าครึ่งชั่วยาม ซังเจี้ยวได้ยินข่าวก็ออกมาต้อนรับศิษย์น้องชายและศิษย์น้องหญิงกับท่านพ่อ หนานกงฮุยและซังเนี่ยนเอ๋อร์ก็อยากมาด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงพากันมาเป็นกลุ่มใหญ่
ยามเที่ยงแล้ว ในที่สุดก็เห็นรถม้าสองสามคันค่อยๆ แล่นเข้ามาท่ามกลางการคุ้มกันของกองกำลังทหาร หนานกงมั่วยิ้ม จากนั้นจึงใช้วิชาตัวเบาเหาะไปทางนั้น
บนรถม้า องค์หญิงฉังผิงมีสีหน้ายินดี การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งเดือน ในที่สุดก็มาถึงเฉินโจวโดยสวัสดิภาพแล้ว
“เสด็จแม่” เสียงของหนานกงมั่วดังขึ้นมาจากด้านนอก องค์หญิงฉังผิงยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็เห็นเงาคนผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาจากข้างนอก องค์หญิงฉังผิงตกใจ “อู๋สยา ทำไมเจ้า…” รถม้ายังไม่หยุด น่าจะยังไม่ถึง
หนานกงมั่วยิ้มแล้วจึงเอ่ย “ใกล้จะถึงแล้ว เว่ยจวินมั่วและคนอื่นๆ รออยู่ข้างหน้าเพคะ”
หนานกงมั่วมองไปยังลูกทั้งสองคนที่อยู่ในเปล ไม่รู้ว่าทําไมนางกลับน้ำตาคลอ สองสามเดือนที่ผ่านมา องค์หญิงฉังผิงและจวนเยี่ยนอ๋องดูแลพวกเขาทั้งสองเป็นอย่างดี เด็กน้อยสองคนที่หน้าตาเหมือนกัน ผิวขาวและนุ่มนิ่ม น่ารักเป็นอย่างมาก ไม่เหมือนกับตอนที่พวกเขาเพิ่งจะคลอด ทั้งสองเติบโตขึ้นไม่น้อย หน้าตาก็ดูน่ารักขึ้นกว่าเดิม มองดูพวกเขาจ้องมองตาแป๋วมาที่ตัวเอง หนานกงมั่วรู้สึกใจอ่อนยวบ
“อานอาน เยาเยา” หนานกงมั่วนั่งอยู่ข้างเปล อดยื่นมือออกไปลูบใบหน้าเล็กๆ ของลูกทั้งสองไม่ได้ แต่กลับไม่กล้าอุ้มพวกเขาขึ้นมา
เด็กน้อยยื่นมือเล็กๆ มาจับนิ้วนางไว้แน่น ยิ้มอย่างมีความสุข
หนานกงมั่วโล่งใจ อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เห็นได้ชัดว่าเด็กน้อยสงสัยคนที่ปรากฏตัวตรงหน้าพวกเขาอย่างกะทันหันคนนี้ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าตัวเองคือใคร แต่สัญชาตญาณของความเป็นแม่ลูกกลับทําให้พวกเขามีความสุข ดังนั้นคนหนึ่งจับนิ้วของหนานกงมั่ว อีกคนหนึ่งก็โบกแขนเล็กๆ ไปมาพลางยิ้มแย้ม
หนานกงมั่วอดร้องไห้ไม่ได้
“อานอาน เยาเยา ข้าคือท่านแม่เอง”
“แอ๊… แอ๊…”
“แอ๊…”
องค์หญิงฉังผิงยิ้มแล้วตบไหล่นางเบาๆ พลางเอ่ย “กว่าครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เจ้าร้องไห้ทำไมเล่า” หนานกงมั่วตกใจ นางไม่ใช่คนชอบร้องไห้ เพียงแต่นางรู้สึกผิดต่อลูกทั้งสองคนจริงๆ ทารกที่เพิ่งคลอดออกมายังไม่ถึงสองเดือนกลับต้องพรากจากบิดามารดา คงจะแทบไม่มีเช่นนี้ใช่หรือไม่
“รีบมาอุ้มลูกเร็วเข้า พวกเขายังจำท่านแม่ของตัวเองได้อยู่เลย” องค์หญิงฉังผิงยื่นมือออกไปอุ้มอานอานมาไว้ในอ้อมแขนของหนานกงมั่ว เด็กเล็กเพียงนี้คงยังจำใครไม่ได้ ทว่าดูคล้ายกับว่าเขาจะชอบกลิ่นอายของท่านแม่ตัวเองเป็นอย่างมาก นอนยิ้มอยู่ในอ้อมแขนของหนานกงมั่วอย่างมีความสุขมาก
เยาเยาโบกแขนเล็กๆ แล้วตะโกนอ้อแอ้ องค์หญิงฉังผิงชอบใจ อุ้มหลานสาวขึ้นมา “เยาเยาเด็กดี ท่านย่าอุ้มเจ้าเอง เราไปหาท่านพ่อกันเถิด”
รถม้าค่อยๆ หยุดแล่นลง หนานกงมั่วอุ้มอานอานลงมาจากรถม้า ทันใดนั้นก็ถูกผู้คนห้อมล้อมไว้ทันที
หนานกงฮุยยืดคอดูเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของนาง แต่กลับไม่กล้าเอ่ยว่าอยากอุ้ม ดูอ่อนนุ่มเพียงนั้น…อุ้มได้จริงๆ หรือ หนานกงฮุยหงุดหงิด ไยสองสามวันที่ผ่านมาเขาไม่ลองไปอุ้มลูกคนอื่นดูก่อน แต่กลับไม่คิดว่าคนที่ไม่สนิทนั้นจะยอมให้เขาอุ้มลูกตัวเองหรือ
“เสด็จแม่” เว่ยจวินมั่วยืนอยู่หน้ารถม้าแล้วคารวะองค์หญิงฉังผิงที่ลงมาจากรถม้า องค์หญิงฉังผิงเห็นบุตรชาย สายตาของนางพลันอบอุ่น ยื่นมือออกไปแล้วเอ่ยว่า “อุ้มเขาสิ” องค์หญิงฉังผิงอุ้มเด็กน้อยส่งให้ เว่ยจวินมั่วชะงักไป จากนั้นจึงยื่นมือออกไปอุ้มลูกอย่างแข็งทื่อ แม้คุณชายเว่ยจะอุ้มเด็กเป็น แต่ก็ไม่ได้เจอลูกมาเกือบครึ่งปีจึงรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง เมื่อลูกน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา เขาก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่ใบหน้าเย็นชาก็ยังดูอ่อนโยนลงไม่น้อย
เยาเยาร่าเริงกว่าพี่ชายเสียอีก นางนอนอยู่ในอ้อมแขนของท่านพ่อ ตาโตจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสงสัย อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปจับใบหน้าอันหล่อเหลา คุณชายเว่ยยกมือขึ้นจับมือเล็กๆ ของลูกสาวแผ่วเบา เยาเยาเบะปากแต่กลับไม่โกรธ เอ่ยเสียงอ้อแอ้ที่ผู้ใหญ่ฟังไม่เข้าใจกับเว่ยจวินมั่ว
สาวใช้ประคององค์หญิงฉังผิงลงมาจากรถม้า เห็นภาพเช่นนี้นางก็อดยิ้มไม่ได้ “พวกเจ้าสองพ่อลูกช่างสนิทสนมกันเสียจริง สมเป็นสายเลือดกันจริงๆ”
“เสด็จแม่ลําบากแล้ว” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเบาๆ
องค์หญิงฉังผิงยิ้มแล้วเอ่ย “แม่ไม่ลำบาก ต้องขอบใจท่านเหวินและบรรดาองครักษ์เหล่านั้น เห็นพวกเจ้าปลอดภัย แม่ก็โล่งใจแล้ว”
“อาจารย์อา” เห็นอาจารย์อาเดินออกมาจากหลังรถม้า พวกเขาสองคนรีบคารวะ อาจารย์อาหัวเราะ เลิกคิ้วแล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก “ยังจําข้าได้อยู่หรือ” หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “ครั้งนี้ต้องขอบคุณอาจารย์อามากนะเจ้าคะ เสด็จแม่กับเด็กๆ ถึงได้มายังเฉินโจวอย่างปลอดภัย ลําบากอาจารย์อาแล้วเจ้าค่ะ เอ่อ…อาจารย์ไม่มาด้วยหรือเจ้าคะ” ตอนนี้อาจารย์ของหนานกงมั่ววิ่งวุ่นหาสมุนไพรให้เยี่ยนอ๋องอยู่ตลอด อาจารย์อาก็ไม่อยู่ อาจารย์อยู่เองตามลำพัง ไม่มีปัญหาอันใดจริงเหรือ
สีหน้าของอาจารย์อาเปลี่ยนไป เอ่ย “เขากําลังจัดการสมุนไพรอยู่ อีกสองสามวันคงตามมา”
“หา?”
“ตกใจอันใดหรือ” อาจารย์อามองนางแล้วเอ่ยว่า “ข้ากับอาจารย์ของเจ้าแก่แล้ว หรือว่าเจ้าไม่ยอมเลี้ยงดูพวกเรา คนแก่มาอาศัยอยู่กับคนรุ่นหลังไม่ใช่เรื่องที่สมเหตุสมผลเช่นนั้นหรือ ในเมื่อเจ้ายุ่ง พวกเราตามมาทีหลังก็ย่อมเหมือนกัน” หนานกงมั่วฝืนยิ้ม ไม่ใช่นางไม่ยอมให้อาจารย์กับอาจารย์อามาหา แต่สถานการณ์ของเฉินโจวไม่ปลอดภัยเท่าเขาชุ่ยเวย นางเพียงไม่อยากให้อาจารย์และอาจารย์อาต้องลำบาก ยิ่งไปกว่านั้น นางจะไม่รู้ได้เช่นไรว่าถึงแม้อาจารย์อาเอ่ยเช่นนี้ แต่ที่จริงแล้วเขาเป็นห่วงนางกับลูกๆ มีอาจารย์และอาจารย์อาคอยคุ้มกัน คงไม่มีใครกล้าทำอันใดเด็กทั้งสองคน