หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 900 ลอบสังหารระหว่างทาง (2)
ตอนที่ 900 ลอบสังหารระหว่างทาง (2)
ทําลายเรื่องดีๆ ของน้องสาวกับน้องเขยตัวเอง คุณชายรองตระกูลหนานกงอับอายจนไม่กล้าปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนเป็นเวลาสองวันติด แน่นอนว่านี่ยังเกี่ยวข้องกับจุดจบของบรรดาองครักษ์ที่น่าสงสารในเรือนของเขา แต่ทางฝั่งของซังหรงและซังเนี่ยนเอ๋อร์ได้นําข่าวดีมาให้เขา ไม่รู้ว่าซังเนี่ยนเอ๋อร์โน้มน้าวท่านพ่อของนางเช่นไร คิดไม่ถึงว่าเขาจะตอบตกลงรับซังเจี้ยวเป็นบุตรบุญธรรม หนานกงมั่วเองก็ไม่ได้โง่ ถือโอกาสตีเหล็กตอนกำลังร้อน จัดพิธีรับญาติให้ทั้งสองทันที หนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วเป็นพยาน เมื่อซังหรงดื่มชาคารวะที่ซังเจี้ยวมอบให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว หนานกงมั่วเห็นซังเนี่ยนเอ๋อร์แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เห็นได้ชัดว่าซังเนี่ยนเอ๋อร์รู้สถานการณ์ตอนนี้ของซังหรง ดังนั้นนางจึงคิดหาทุกวิถีทางเพื่อให้ท่านพ่อของตัวเองมีความอาลัยอาวรณ์มากขึ้น ตอนนี้มีทั้งบุตรสาวและบุตรเขยอยู่ที่นี่ ยังมีบุตรบุญธรรมอีกคนหนึ่งด้วย ซังหรงคงไม่เอาแต่คิดถึงเรื่องในราชสํานักแล้วหรือไม่
มีบุตรบุญธรรมอย่างซังเจี้ยว ซังหรงมีชีวิตชีวาขึ้นไม่น้อย ราวกับมีเรื่องอันใดให้ทำอยู่ตลอด เขาเรียกซังเจี้ยวมาสอนศิลปะการต่อสู้ทุกวัน บางครั้งก็สอนวิชาทหาร บางครั้งแม้แต่หนานกงมั่วอยากเจอซังเจี้ยวก็ยังหาตัวไม่เจอ แต่เมื่อเห็นพวกเขาสองคน คนหนึ่งสอนคนหนึ่งตั้งใจเรียนนางเองก็มีความสุข หนานกงมั่ววางใจเรื่องของพวกเขาสองคนไม่น้อย
ในรถม้าที่กำลังแล่นไปข้างหน้า องค์หญิงฉังผิงก้มหน้ามองทารกทั้งสองที่นอนอยู่ในเปลแต่กลับตาแป๋วอย่างมีชีวิตชีวา นางยิ้มอย่างอ่อนโยน แม่นมหลานที่นั่งรับใช้องค์หญิงฉังผิงอยู่ข้างๆ เห็นเช่นนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ “องค์หญิง พระองค์ดูสิ คุณชายน้อยกับคุณหนูน้อยร่าเริงมากเลยเพคะ”
องค์หญิงฉังผิงยิ้ม จากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ “เด็กสองคนนี้ช่างไร้วาสนา หากเป็นเด็กทั่วไป ยังเล็กเพียงนี้จะเดินทางไปๆ มาๆ กับเราเช่นนี้ได้เช่นไร”
เห็นองค์หญิงฉังผิงรักและเอ็นดูหลานชายกับหลานสาว แม่นมหลานจึงเกลี้ยกล่อมว่า “นายน้อยทั้งสองฉลาดเพคะ รู้ว่าจะได้ไปหาท่านพ่อกับท่านแม่ ระหว่างทางก็ไม่ร้องไม่เอะอะโวยวาย โตขึ้นไปต้องมีอนาคตที่ดีแน่นอนเพคะ” ราวกับได้ยินคนชมตัวเอง เยาเยาที่นอนกอดผ้าอ้อมสีแดงอ่อนในเปลหัวเราะคิกคัก
อานอานที่นอนอยู่ในผ้าอ้อมสีฟ้าอ่อนข้างๆ ได้ยินเสียงหัวเราะของน้องสาว ก็อ้าปากหาว
องค์หญิงฉังผิงอุ้มอานอานขึ้นมาตบเบาๆ “อานอานตัวน้อยง่วงแล้วหรือ ย่ากล่อมเจ้านอนหลับดีกว่า เด็กสองคนนี้ ดูเหมือนเยาเยาจะซนกว่าอานอาน” ตอนคลอดมาแรกๆ ยังไม่รู้ แต่เมื่อโตขึ้นก็พอจะมองออกว่าเยาเยาร่าเริงกว่าอานอาน หากไม่มีเรื่องใด หรือว่าน้องสาวไม่ร้องไห้เอะอะโวยวาย อานอานก็จะเงียบทั้งวัน แต่เยาเยากลับชอบให้มีคนหยอกล้อตัวเอง ร้องไห้บ้างหัวเราะบ้างแต่ไม่วุ่นวาย
แม่นมหลานพยักหน้า “เด็กผู้หญิงร่าเริงเป็นเรื่องดีเพคะ คุณหนูใหญ่กับท่านบุตรเขยล้วนแต่เป็นคนสุขุมเพคะ”
ได้ยินเช่นนี้ องค์หญิงฉังผิงก็อดหัวเราะไม่ได้ แม่นมหลานเอาแต่ดูแลเรื่องในจวนจึงไม่รู้ว่าถึงแม้จวินเอ๋อร์และอู๋สยาไม่ใช่คนที่มีนิสัยร่าเริง แต่หากพวกเขาทั้งสองก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา
รถม้าสะเทือนไปมา องค์หญิงฉังผิงรีบอุ้มอานอานไว้แน่น จือซูกับหมิงฉินที่คอยรับใช้อยู่ข้างๆ ก็รีบจับเปลอย่างรวดเร็ว
มีเสียงองครักษ์ดังมาจากข้างนอก “ถนนไม่ค่อยเรียบ องค์หญิงกับนายน้อยทั้งสองท่านเป็นอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงฉังผิงเอ่ย “ไม่เป็นไร ถึงไหนแล้ว”
“ทูลองค์หญิง พรุ่งนี้เที่ยงคงจะออกจากสีโจว ถึงตอนนั้นจวิ้นจู่และคุณชายจะส่งคนมารับองค์หญิงที่เย่ว์โจวพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงฉังผิงพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี”
“เสด็จพี่ห้า” นอกรถม้า หนิงอ๋องหรือท่านอ๋องสิบเจ็ดขี่ม้าเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงก่อนจะเปิดผ้าม่านข้างรถม้าแล้วจึงเอ่ย “เสด็จพี่ห้า สีโจวมีเรื่องด่วนต้องจัดการ เกรงว่ากระหม่อมคงไปส่งเสด็จพี่ออกจากเมืองไม่ได้แล้ว” จะว่าไปแล้ว ครั้งนี้หนิงอ๋องทำเพื่อจวนเยี่ยนอ๋องมากพอแล้ว ตั้งแต่ขบวนรถม้าเข้ามาในสีโจว หนิงอ๋องก็พาองครักษ์ของจวนอ๋องมาคุ้มกันองค์หญิงฉังผิงตลอดทาง มีหนิงอ๋องคุ้มกันด้วยตัวเอง แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าทำอันใดในสีโจว พวกนางจึงเดินทางได้อย่างราบรื่น
เรื่องนี้องค์หญิงฉังผิงซาบซึ้งเป็นอย่างมาก นางพยักหน้า ยิ้มพลางเอ่ย “น้องสิบเจ็ดเอ่ยอันใดกัน ข้าต่างหากที่ต้องขอบใจเจ้า ลำบากเจ้าแล้ว ประเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะออกจากเมืองแล้ว เจ้ามีธุระก็รีบกลับไปเถิด อย่าเสียเวลาเลย” องค์หญิงฉังผิงไม่ค่อยสนิทกับน้องชายคนนี้สักเท่าใด ตอนที่หนิงอ๋องคลอด นางแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากเจอกันตามงานเลี้ยงในวังหลวงเป็นครั้งคราว พวกเขาแทบไม่เคยได้พูดคุยกัน เขาไม่เข้าข้างจวนท่านอ๋อง แล้วยังมาคุ้มกันพวกนางตลอดทางเช่นนี้นั้นก็นับว่ามากเกินไปแล้ว
หนิงอ๋องมีสีหน้ารู้สึกผิด “เกิดเรื่องขึ้นที่ชายแดน ขอเสด็จพี่ห้าโปรดอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ในเมื่อเขาสัญญากับเสด็จพี่สี่ว่าจะคุ้มกันองค์หญิงฉังผิง เขาก็ไม่ควรล้มเลิกกลางคัน ในเมื่อเอ่ยแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้นหากเกิดเรื่องขึ้นกับองค์หญิงฉังผิงที่สีโจว เว่ยจวินมั่วต้องมาหาเรื่องเขาแน่นอน แต่เรื่องที่ชายแดนล่าช้าไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าเช่นไรเขาก็ต้องไปจัดการ
องค์หญิงฉังผิงยิ้มแล้วเอ่ย “นั่นเป็นเรื่องสำคัญ เจ้ารีบไปเถิด เหลือเส้นทางอีกไม่ไกล มีคนตั้งเยอะแยะจะกลัวอันใด”
“เช่นนั้น กระหม่อมขอตัวลาแล้ว เสด็จพี่ห้าดูแลตัวเองด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“น้องสิบเจ็ดก็เช่นกัน”
เรื่องนั้นค่อนข้างเร่งรีบจริงๆ หนิงอ๋องประสานมือให้องค์หญิงฉังผิง จากนั้นก็จับบังเหียนม้าพาคนวิ่งออกไปทางสีโจวอย่างรวดเร็ว
องค์หญิงฉังผิงเดินทางลงไปทางตอนใต้ต่อ เช้าวันต่อมาก็มาถึงสถานที่ที่ห่างจากชายแดนเย่ว์โจวเพียงสามสิบลี้ มองดูท้องฟ้าใกล้จะยามเที่ยงแล้ว ผู้ดูแลจึงมาขอคําแนะนําจากองค์หญิงฉังผิง “องค์หญิง อีกสามสิบลี้ก็จะจะออกจากเมืองแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงลงมาพักผ่อน รับประทานอาหารกลางวันก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อดีหรือไม่”
องค์หญิงฉังผิงครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง เดินทางมาตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่ใช่เพียงนางและผู้ติดตามที่เริ่มหิว เด็กสองคนโคลงเคลงมาตลอดทางก็คงจะเหนื่อยไม่น้อย นางจับมือสาวใช้ที่มาช่วยประคองพลางลงมาจากรถม้า ด้านข้างไม่ไกลมีคนกําลังเตรียมอาหารเที่ยงแล้ว กองทัพทหารมากกว่าหนึ่งพันนายพักผ่อนอยู่บริเวณพื้นที่ที่เปิดโล่ง ทำให้บรรยากาศดูน่าเกรงขาม
องค์หญิงฉังผิงโบกมือบอกให้แม่นมและสาวใช้ทั้งสองขึ้นไปป้อนนมเด็กสองคนบนรถม้า แม่นมหลานพาจือซูและหมิงฉินมาเฝ้าเด็กสองคน องค์หญิงฉังผิงเดินไปนั่งพักตรงที่ที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว
“แงง แงง…” เพิ่งจะนั่งลงได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังขึ้นมาจากรถม้า เดิมทีมีเด็กคนเดียวร้องไห้ จากนั้นไม่นานอีกคนก็เริ่มร้องตาม เสียงร้องไห้ของพวกเขาทำให้องค์หญิงฉังผิงปวดใจ นางรีบวางอาหารแห้งในมือลงแล้วเดินกลับไปยังรถม้าทันที
“เกิดอันใดขึ้น”
ในรถม้า แม่นมหลานเปิดม่านออกแล้วเอ่ยอย่างไม่สบายใจว่า “ทูลองค์หญิง ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น จู่ๆ นายน้อยสองท่านก็ร้องไห้เพคะ” ระหว่างทางพวกเขาทั้งสองรู้ความเป็นอย่างมาก แต่กลับร้องไห้เมื่อกำลังจะเข้าใกล้เย่ว์โจว แม่นมหลานตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว สาวใช้ทั้งสองคนระมัดระวังเป็นอย่างมาก ไม่ได้ทำให้พวกเขาสองคนไม่สบายตัว
“รีบไปเรียกท่านหมอมาดูเถิด” เพื่อเด็กทั้งสองคนและองค์หญิงฉังผิง จวนเยี่ยนอ๋องส่งท่านหมอที่มีความสามารถติดตามมาด้วย เดิมทีคุณชายเสียนเกอจะมาเอง แต่จวนเยี่ยนอ๋องกำลังจะออกรบ สภาพร่างกายของเขาทําให้ผู้คนเป็นห่วง คุณชายเสียนเกอจึงต้องอยู่ที่นั่นต่อ