หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 893 เป็นฮ่องเต้นั้นยากลำบาก ทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว (2)
- Home
- All Mangas
- หมอหญิงยอดมือสังหาร
- ตอนที่ 893 เป็นฮ่องเต้นั้นยากลำบาก ทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว (2)
ตอนที่ 893 เป็นฮ่องเต้นั้นยากลำบาก ทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว (2)
“กระหม่อมขอตัวไปต้มยาก่อนพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงเอ่ย
ไทเฮาเอ่ยตอบ “รีบไปเถิด ที่นี่มีข้ากับฮองเฮาอยู่”
ฮองเฮายืนเคียงข้างไทเฮาอยู่ข้างเตียงเซียวเชียนเยี่ยที่สลบไสล ใบหน้างามมีแววกังวลจางๆ แต่ว่าดวงตากลับราบเรียบ นับตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อสองปีก่อน ฮองเฮาก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นเย็นชาต่อเซียวเชียนเยี่ย ที่แท้เซียวเชียนเยี่ยไม่ได้หลายใจแต่เป็นคนเลือดเย็น แม้แต่มารดาของตนยังกล้าทอดทิ้งโดยไม่ลังเลแม้เพียงนิด นิ่งไปกว่านั้นภรรยาเล่า ไทเฮานั้นสามารถให้อภัยบุตรชายได้ แต่ฮองเฮาที่เป็นแม่คนแล้วไม่มีทางเชื่อใจสามีผู้นี้อย่างแน่นอน แม้ว่าสองปีมานี้เซียวเชียนเยี่ยจะไม่ได้อาลัยอาวรณ์วังหลัง และไม่มีนางสนมที่โปรดปรานเป็นพิเศษ นับว่าไว้หน้าฮองเฮาเพียงพอแล้ว ทว่าสำหรับฮองเฮาแม้ใบหน้าจะแสดงความยินดีแต่จิตใจกลับเป็นบ่อน้ำเก่าที่ไร้คลื่นไปเสียแล้ว
ไทเฮาเองก็ใช่ว่าจะมองไม่ออกถึงจิตใจของฮองเฮา แต่นางยังคงพึงพอใจต่อฮองเฮา คนเป็นแม่อย่างไรก็คาดหวังให้ลูกสะใภ้มีใจมั่นคงต่อบุตรชาย แต่ไทเฮาเองก็เป็นสตรี ยิ่งเข้าใจว่าเมื่อสตรีปักใจรักต่อสามีแล้ว โดยเฉพาะเมื่อสตรีผู้นี้เป็นฮองเฮามักมีเรื่องเกิดขึ้น เมื่อครั้งที่ตนอยู่ในจวนรัชทายาทเองก็เป็นเช่นนี้มิใช่หรือ จะต่อว่าฮองเฮาเพราะเรื่องนี้ได้เยี่ยงไร ฮองเฮาได้ทำเต็มที่แล้ว
ด้านนอกประตู ยังมีกลุ่มสตรีแต่งตัวงดงามรออยู่ แต่ต่อให้เป็นจูเฟยที่ให้กำเนิดโอรสให้กับเซียวเชียนเยี่ยแล้วหนึ่งคนหรือว่าพระสนมที่เพิ่งถูกแต่งตั้งขึ้นมาใหม่เมื่อสองปีที่แล้ว ต่างก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปเยี่ยมถึงด้านในได้ คนที่ยืนใบหน้าซีดขาว สีหน้าซูบโทรมอยู่มุมหนึ่งคือหนานกงซู เมื่อครั้งนั้นไม่รู้ว่าเพราะเซียวเชียนเยี่ยยังไม่ลืมความสัมพันธ์เก่าๆ หรืออย่างไร จึงไม่ได้ส่งหนานกงซูให้ล่มไปกับตระกูลหนานกง กระทั่งยังคงรักษาตำแหน่งหวงเฟยเอาไว้ได้อีกด้วย แต่เป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งที่ไม่มีบุตรไม่มีครอบครัวจะอยู่ในวังหลังได้อย่างดีเพียงใดกัน แน่นอนว่าสามารถจินตนาการได้ไม่ยาก
เมื่อคราแรกเพื่อได้เข้ามาอยู่ในจวนเย่ว์จวิ้นอ๋อง หนานกงซูเกือบทำให้พระชายาเย่ว์จวิ้นอ๋องต้องสูญเสียบุตรในครรภ์ ยามนี้ฮองเฮามีโอรสอยู่สูงส่ง นางกลับตกต่ำมาจนถึงจุดนี้ไม่รู้ว่าในใจของนางนั้นรู้สึกอย่างไร
เซียวเชียนเยี่ยลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งที่มองเห็นคือใบหน้าอ่อนล้าและกังวลของมารดา จมูกพลันแดงขึ้นมา “เสด็จแม่…”
เพราะการตายของเสด็จพ่อและเรื่องราวมากมาย ความสัมพันธ์แม่ลูกระหว่างทั้งสองจึงกระอักกระอ่วน ไม่สนิทสนมเหมือนครั้งที่อยู่ในจวนรัชทายาท บางครั้งเซียวเชียนเยี่ยรู้สึกว่ามารดาไม่เห็นใจตนเองค่อนข้างตำหนิเสียมากกว่า แต่เมื่อตนเองป่วยคนที่ห่วงหาตนมากที่สุดก็ยังคงเป็นมารดา
ไทเฮาพยักหน้า “ตื่นแล้วก็ดี รู้สึกไม่สบายที่ใดหรือไม่”
เซียวเชียนเยี่ยนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ รู้สึกอึดอัดอยู่ในใจ สีหน้าทะมึนขึ้นมา เห็นสีหน้าของเขา ไทเฮาจึงคิดว่าคงเป็นเรื่องในราชสำนักเมื่อเช้า ทำได้เพียงถอนหายใจ เอ่ย “เรื่องในราชสำนักเองมารดาก็ไม่เข้าใจ แต่ว่าฝ่าบาท ร่างกายนั้นเป็นสิ่งสำคัญ หากปล่อยให้ร่างกายเหนื่อยล้าเกินไป แผ่นดินต้าเซี่ยจะทำเช่นไร”
เซียวเชียนเยี่ยหัวเราะหยัน เอ่ย “ร่างกายของลูกจะนับประสาอันใด ไม่แน่ว่าตอนนี้คงมีคนมากมายต้องการให้ลูกรีบตาย พวกเขาต้องการบัลลังก์นี้เพียงนี้ ลูกตายแล้วพวกเขาจะได้สมปรารถนา”
“เหลวไหล” สีหน้าของไทเฮาพลันเปลี่ยน เอ่ยเสียงดัง “เพียงความพ่ายแพ้เล็กน้อย เจ้ากลับเอ่ยยอมแพ้เช่นนี้ รู้สึกผิดต่อเสด็จพ่อและเสด็จปู่ของเจ้าบ้างหรือไม่ เมื่อครั้งนั้นเจ้าเอาแต่สัญญาว่าจะทำให้แผ่นดินของเสด็จปู่เจริญรุ่งเรือง ตอนนี้เพิ่งสองปีก็จะยอมแพ้แล้วหรือ”
เซียวเชียนเยี่ยกัดฟัน แน่นอนว่าที่เขาเอ่ยเป็นอารมณ์ชั่ววูบ เพียงไม่คิดว่าจะทำให้มารดาโกรธมากเพียงนี้
ไทเฮาถอนหายใจ กดเสียงต่ำ เอ่ย “เพราะแม่และเสด็จพ่อของเจ้าไม่สั่งสอนเจ้าให้ดี ตั้งแต่เด็กจนโตเจ้าไม่เคยต้องลำบาก ถึงได้เป็นเช่นนี้…”
เซียวเชียนเยี่ยรีบลุกขึ้น “เสด็จแม่ ลูกผิดไปแล้ว พระองค์…พระองค์อย่าโกรธเลย…” ไทเฮายื่นมือไปกดเขาเอาไว้ “ร่างกายไม่สบาย พักผ่อนเถิด ไม่ใช่มารดาไม่เป็นห่วงเจ้า ในเมื่อเจ้าเอาแผ่นดินมาไว้บนตัวเจ้าแล้ว ก็อย่าทำให้เสด็จปู่และเสด็จพ่อของเจ้ารวมถึงราษฎร อย่าให้พวกเขาต้องผิดหวัง” สิ่งที่ไทเฮาไม่ได้เอ่ยก็คือแผ่นดินนี้เป็นเจ้าที่แย่งมา ต่อให้ลำบากหรือเป็นทุกข์เจ้าก็ต้องยอมรับมัน
“ลูกน้อมรับคำสั่งสอนจากมารดา” เซียวเชียนเยี่ยเอ่ย
ไทเฮาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ รับถ้วยยาที่ฮองเฮายื่นมาให้ส่งต่อไปในมือของเซียวเชียนเยี่ย เซียวเชียนเยี่ยรับมาแล้วฝืนความขมขื่นกลืนลงไป
“ทูลไทเฮา ใต้เท้าโจวและใต้เท้าหันมาขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” ด้านนอกเสียงรายงานอย่างนอบน้อมของขันทีดังขึ้น
ไทเฮาขมวดคิ้ว เอ่ยอย่างไม่พอใจ “ฝ่าบาทเพิ่งรู้สึกตัวตื่น มีเรื่องอันใดรอถึงพรุ่งนี้ค่อยว่ากันไม่ได้หรือ”
เซียวเชียนเยี่ยเอ่ย “ช่างเถิด เสด็จแม่ ใต้เท้าทั้งสองคงมีเรื่องด่วนจริงๆ ให้พวกเขาเข้ามาเถิด”
เซียวเชียนเยี่ยกระอักเลือดและสลบไปในท้องพระโรง แน่นอนว่าไทเฮาเองก็ถามไถ่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงทำเพียงถอนหายใจลุกขึ้นและพาฮองเฮาเดินออกไป
หันหมิ่นและโจวเซียงเดินเข้ามา เห็นเซียวเชียนเยี่ยพิงหัวเตียงด้วยใบหน้าซีดขาวก็รู้สึกกังวลใจ ยามนี้ต้าเซี่ยกำลังมีพายุฝน หากฮ่องเต้เป็นอันใดไปเช่นนั้นคง…
“ขอฝ่าบาททรงรักษาพระวรกายด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเชียนเยี่ยยิ้มขมขื่น “ทำให้ใต้เท้าทั้งสองเป็นกังวลแล้ว เรื่องที่เอ้อโจวหารือกันได้เช่นไรแล้ว”
โจวเซียงเอ่ยเสียงเข้ม “ทูลฝ่าบาท พวกกระหม่อมคิดว่ายามนี้จำเป็นต้องส่งกองกำลังสนับสนุนไปยังเอ้อโจวก็จริง แต่ว่า…สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นยังอยู่ที่โยวโจว”
เซียวเชียนเยี่ยลืมตาขึ้นมาทันใจ เอ่ย “ท่านโจว เว่ยจวินมั่วผู้นี้…”
“ฝ่าบาท” โจวเซียงถอนหายใจ “เว่ยจวินมั่วผู้นี้เป็นปัญหาใหญ่ก็จริง แต่ยามนี้หากแบ่งออกเป็นสองทาง มีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ทั้งสองนะพ่ะย่ะค่ะ อีกทั้งจะว่าไปแล้วตอนนี้เว่ยจวินมั่วมีอันใด กองกำลังไท่หนิงหรือ นั่นเป็นของหนิงอ๋อง มีแผ่นดินในมือ กว่าครึ่งก็กำลังประสบภัยแล้ง ต่อให้กองกำลังไท่หนิงมีความห้าวหาญ เว่ยจวินมั่วใช้ทหารดุจเทพ อย่างมากในเวลาสั้นๆ ก็ยึดได้เพียงซิ่นหลิง แต่ว่าโยวโจวนั้นแตกต่างออกไป เยี่ยนอ๋องมีกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวสี่แสนนาย เป่ยหยวนเพิ่งพ่ายแพ้ไปสองปีนี้คงไม่กล้ามาหาเรื่อง ทว่าทางใต้ของโยวโจว…เป็นที่ราบกว้างใหญ่ นี่เพียงเวลาไม่เท่าใดกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวก็ตีซั่งกู่เสียแล้ว หากรู้ดีว่ากองกำลังไท่หนิงที่ตีเมืองเย่ว์โจวเหล่านั้นเรียกได้ว่าเล่นแง่ ที่กองกำลังรักษาการณ์โยวโจวโจมตีนั้นล้วนเป็นทหารของราชสำนัก ต่อให้ไม่เอ่ยถึงสิ่งเหล่านี้ ชื่อเสียงของเยี่ยนอ๋องก็ไม่ใช่สิ่งที่เว่ยจวินมั่วจะเทียบได้นะพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเชียนเยี่ยนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา สิ่งที่โจวเซียงเอ่ยใช่ว่าเขาจะไม่รู้ แต่เพียงนึกถึงสิ่งที่เจอมาจากห้องของเซียวฉุน เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนมีหนามตำอยู่ที่ลำคอ
เนิ่นนานในที่สุดเซียวเชียนเยี่ยก็ถอนหายใจ เอ่ย “ช่างเถิด จัดการตามที่ท่านโจวเอ่ยเถิด เพียงแต่เว่ยจวินมั่วฝั่งนั้นก็ไม่อาจละเลยได้ ส่วนหนิงอ๋อง…” โจวเซียงพยักหน้า “ฝ่าบาทได้โปรดวางใจ ตราบใดที่หนิงอ๋องยังไม่สนับสนุนเยี่ยนอ๋องอย่างออกหน้าออกตาแสดงว่าเขากำลังลังเลอยู่ เพียงเราจัดการให้ดี เขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแนวคิดเป็นแน่”
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” เซียวเชียนเยี่ยพยักหน้าพลางเอ่ย
ในขณะที่เซียวเชียนเยี่ยกำลังเต็มไปด้วยหมอกฝน ยามนี้เฉินโจวกลับเต็มไปด้วยความยินดี ไม่เพียงเพราะกองทัพบุกยึดหุบผาอี๋เซี่ยนได้อย่างราบรื่นและพาตัวซังหรงกลับมาด้วย สิ่งที่ทำให้ทุกคนทอดถอนหายใจออกมาได้จริงๆ ก็คือ…ในที่สุดฝนก็ตกแล้ว แม้จะเป็นต้นเดือนเก้าแต่ก็ยังมีฝนใหญ่ตกลงมา พื้นที่เก็บเกี่ยวได้ไม่ดีเพราะปลูกในเวลาอันเร่งรีบ ในที่สุดก็เริ่มมีสีสันขึ้นมาหลังจากได้รับน้ำหล่อเลี้ยงจากฝนตกในครั้งนี้ และสิ่งที่ทำให้หนานกงมั่วดีใจก็คือ ตามคำของเหล่าชาวนาในพื้นที่เฉินโจวว่ากัน การเก็บเกี่ยวประจำปีในปีหน้าคงจะไม่แย่ อย่างน้อยก็ดีกว่าเมื่อสองปีที่ผ่านมามากทีเดียว