หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 891 ผีซ้ำด้ำพลอย (2)
ตอนที่ 891 ผีซ้ำด้ำพลอย (2)
ซังหรงยิ้มเย็น กัดฟันพลางเอ่ย “อับจนหนทางเพียงนี้เลยหรือ กระทั่งต้องใช้แหใช่หรือไม่” นึกถึงว่าตนเองถูกหนานกงชวี่จับได้เช่นไร ซังหรงก็แทบอยากเหวี่ยงหมัดหนักๆ ใส่หน้าของหนานกงชวี่สักครั้ง ดูเป็นชายหนุ่มที่มีเหตุผล ไยจิตใจถึงได้ร้ายกาจเพียงนี้ ถูกแหจับเอาไว้ก็ช่างเถิด หนานกงชวี่ยัง ‘ใจดี’ บอกกับเขา ว่าจดหมายที่เขาส่งไปจินหลิงถูกยึดไปแล้ว ดังนั้นเขาไม่ต้องคาดหวังว่าเอ้อกั๋วกงที่อยู่ไกลถึงจินหลิงจะมาช่วยเอ้อโจวได้ทัน จากนั้นก็มัดเขาจนไม่อาจขยับได้มาตลอดทางโดยไม่หยุดพักกระทั่งถึงเฉินโจว
“แน่นอน” หนานกงชวี่ไม่มีความละอายใจแม้เพียงนิด วรยุทธ์ของซังหรงไม่เลว คิดอยากจับเขาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่เรื่องง่าย ครั้งนี้เขามียอดฝีมือไปด้วยไม่นับว่ามาก อย่างไรยอดฝีมือส่วนใหญ่ก็ถูกเว่ยจวินมั่วดึงตัวไปบุกยึดหุบผาอี๋เซี่ยนหมดแล้ว คนไม่พอหากไม่ระวังคงได้คว่ำเรือ คิดจะจับซังหรงไม่ใช้วิธีแปลกประหลาดได้หรือ
หนานกงมั่วถอนหายใจอยู่ในใจ นางเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ซังหรงโกรธได้ถึงเพียงนี้คงไม่ได้มีเพียงเรื่องแหอย่างแน่นอน แม้ว่านางจะเห็นด้วยว่าไม่ว่าด้วยวิธีการใดขอเพียงบรรลุเป้าหมายอย่างอื่นก็ไม่สำคัญ เพียงแต่แม้ทัพอย่างซังหรงคงรู้สึกขายหน้า
“เด็กน่ารังเกียจ” ซังหรงโกรธเป็นที่สุด หนานกงชวี่เพียงนั่งจิบชาที่เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่อย่างใจเย็น เห็นท่าทีว่าจะวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง หนานกงมั่วจึงส่งสายตาให้กับซังเนี่ยนเอ๋อร์ ซังเนี่ยนเอ๋อร์สบตา ก้าวเดินขึ้นมาด้านหน้าเกี่ยวแขนข้างหนึ่งของซังหรงเอาไว้ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อ เนี่ยนเอ๋อร์เป็นห่วงท่านมาก ท่านไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ได้ยินความห่วงใยจากบุตรี ใบหน้าของซังหรงพลันมีความอ่อนโยนขึ้นมา ยกมือขึ้นลูบหลังบุตรี เอ่ยเสียงเบา “พ่อไม่เป็นไร ดูเหมือนเจ้ากับฮุยเอ๋อร์ก็ดูไม่เลว” ซังเนี่ยนเอ๋อร์พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ใช่เจ้าค่ะ พวกเราเองก็สบายดี เพียงแต่…ข้ากับท่านพี่เป็นห่วงความปลอดภัยของท่านพ่อมาก ในที่สุดตอนนี้พวกเราก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว เนี่ยนเอ๋อร์มีความสุขมากเลยเจ้าค่ะ ท่านพ่อ ต่อไปพวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปหรือไม่เจ้าคะ”
มองสายตากระตือรือร้นของบุตรี หัวใจของซังหรงพลันอ่อนยวบลงอย่างอดไม่ได้ แม้ไม่ได้ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ซังเนี่ยนเอ๋อร์เห็นเช่นนั้นจึงลอบกะพริบตาส่งให้หนานกงมั่ว นางเป็นเพียงสตรีธรรมดา ไม่เข้าใจความภักดี ความชอบธรรมใดๆ นางเพียงแต่หวังให้บิดาปลอดภัย ยิ่งคาดหวังว่าสิ่งที่ท่านพ่อพยายามจะคุ้มค่า บิดาเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขาสองสามีภรรยาจึงยอมให้พวกเขามาขออาศัยอยู่กับหนานกงมั่วและคุณชายเว่ย นางจะยอมให้บิดาต้องเผชิญหน้ากับอันตรายอยู่คนเดียวในราชสำนักอีกหรือ บางทีการทำเช่นนี้อาจทำให้บิดาผู้มีความจงรักภักดีต่อราชสำนักต้องเสียใจ แต่ว่านางยังคิดเห็นแก่ตัวให้ทุกคนได้อยู่ด้วยกัน
เห็นว่าความโกรธของซังหรงลดลงแล้ว หนานกงมั่วจึงลอบถอนหายใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม่ทัพซัง เสียมารยาทแล้ว ท่านแม่ทัพเดินทางมาไกล มิสู้พวกเรานั่งดื่มชากันสักหน่อยดีหรือไม่”
ซังหรงพยักหน้า เอ่ย “ขอบคุณจวิ้นจู่ที่ช่วยดูแลบุตรีของข้า”
หนานกงมั่วยิ้มเอ่ย “วาจานี้ของท่านแม่ทัพช่างเหินห่าง เนี่ยนเอ๋อร์เป็นพี่สะใภ้รองของข้า ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น”
ทุกคนนั่งลงประจำที่ ความเงียบปกคลุมห้องโถงอยู่ชั่วครู่ เนิ่นนานซังหรงจึงเอ่ยขึ้นก่อน “คุณชายเว่ยและจวิ้นจู่คิดไตร่ตรองมองไกลออกไปข้านับถือยิ่งนัก เวลานี้…คุณชายเว่ยคงบุกยึดหุบผาอี๋เซี่ยนได้แล้ว ซังหรงไม่ใช่คนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ขอบคุณจวิ้นจู่และคุณชายที่มีเมตตา เพียงแต่…หากให้ซังหรงต้องทรยศต่อราชสำนัก ต้องขออภัยด้วยที่ข้าไม่อาจทำได้”
หนานกงมั่วลอบถอนหายใจอยู่ในใจ ทว่าไม่นับว่าแปลกใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “ท่านแม่ทัพกล่าวหนักแล้ว เรื่องนี้เดิมก็เป็นการยินยอมจากทั้งสองฝ่ายถึงจะดี การบีบบังคับไม่ได้สวยงามเสมอไป แม่ทัพซังยอมแยกจากเลือดเนื้อของตน หรือว่าต้องการต่อสู้กันในสนามรบสักวัน รบราฆ่าฟันซึ่งกันและกันหรือ”
ซังหรงกัดฟัน สิ่งที่หนานกงมั่วเอ่ยคือปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เดิมทีซังหรงเองก็ไม่เคยขบคิด เพียงแต่ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกตนเองเกินไป ความจริงแล้วตัวเขาเองก็ไม่ได้ชื่นชอบกองทัพของราชสำนักนัก ครานั้นคิดว่าอย่างไรก็ต้องตายในสนามรบเท่านั้นแล้ว ทว่าตอนนี้มองดูสายตาคาดหวังของบุตรี เขาจะปฏิเสธได้เยี่ยงไร ไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใด ซังหรงจึงเงียบลง
หนานกงมั่วเองก็รู้ว่าไม่ควรบีบบังคับเขาจนเกินไปจึงไม่รีบร้อน อย่างไรตอนนี้ตัวของซังหรงก็มาอยู่ที่เฉินโจวแล้ว เพียงแต่ไม่อาจวุ่นวายในสนามรบของพวกเขา เรื่องอื่นๆ สามารถค่อยเป็นค่อยไปได้ หนานกงมั่วถอนหายใจออกมา ยิ้มพลางเอ่ย “เนี่ยนเอ๋อร์ แม่ทัพซังเดินทางมาไกลคิดว่าคงเหนื่อยมากแล้ว เจ้าพาแม่ทัพซังไปพักผ่อนก่อนเถิด ตกเย็นเราค่อยมาต้อนรับแม่ทัพซัง”
ซังเนี่ยนเอ๋อร์ยิ้มขอบคุณให้หนานกงมั่ว ดึงซังหรงพร้อมเอ่ย “ท่านพ่อ เนี่ยนเอ๋อร์จะพาท่านไปพักผ่อน” ซังเนี่ยนเอ๋อร์ห่างจากบิดามานานย่อมมีเรื่องราวมากมายอยากเล่าให้บิดาฟัง
ซังหรงพยักหน้า หันไปเอ่ยกับหนานกงมั่ว “จวิ้นจู่ เสียมารยาทแล้ว”
หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “ท่านแม่ทัพตามสบายเถิด”
ซังเนี่ยนเอ๋อร์พาซังหรงออกไป หนานกงฮุยที่เป็นบุตรเขยแน่นอนว่าต้องตามไปถามไถ่ข่าวคราว ในห้องโถงเหลือเพียงหนานกงมั่วและหนานกงชวี่สองพี่น้องอยู่ หนานกงมั่วอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “ข้าไม่คิดเลยจริงๆ ว่าพี่ใหญ่จะทำให้แม่ทัพซังโกรธได้เพียงนี้” ดังนั้นท่านทำอันใดกับแม่ทัพซังกันแน่
หนานกงชวี่ไม่ใส่ใจ “ซังหรงอายุไม่มาก ความคิดกลับคร่ำครึยิ่ง ไม่ทำเยี่ยงนี้ ข้ากลัวว่าเขาจะตายตั้งแต่ครึ่งทางให้ข้าดู”
หนานกงมั่วถอนหายใจ เอ่ย “อย่างไรแม่ทัพซังก็นับว่าเป็นแม่ทัพที่เหี้ยมโหดคนหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นพ่อตาของพี่รอง” ดังนั้นต่อให้เห็นแก่หนานกงฮุย พี่ใหญ่ก็ควรจะเกรงใจเขา หนานกงชวี่เอ่ย “คนข้าพากลับมาให้เจ้าแล้ว จะจัดการเกลี้ยกล่อมเช่นไรนั่นเป็นเรื่องของเจ้า พรุ่งนี้ข้าจะกลับเสียนหนิงแล้ว”
“รีบเพียงนั้นเลยหรือ” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว
หนานกงชวี่เอ่ย “ข่าวพวกเราโจมตีหุบผาอี๋เซี่ยนได้สำเร็จไม่นานก็จะแพร่กระจ่ายกันไปทั่ว ถึงตอนนั้น..ที่ต้องรับมือเกรงว่าคงมิได้มีเพียงกองกำลังรักษาการณ์เอ้อโจวแล้ว” หุบผาอี๋เซี่ยนที่ไม่เคยมีใครตีแตกทว่าถูกเว่ยจวินมั่วและกองกำลังไท่หนิงตีแตกไปแล้ว แน่นอนว่าดึงดูดสายตาคนที่ไม่เคยคิดสนใจพวกเขาให้หันกลับมาสนใจ และความโกรธของเซียวเชียนเยี่ยก็เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ ถึงตอนนั้นคงจัดกองทัพใหญ่เพื่อรับมือกับพวกเขา ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบุกยึดซิ่นหลิงและสร้างปราการป้องกันก่อนที่กองกำลังจะมาถึง ตอนนี้พวกเขาเพียงยึดครองพื้นที่เหล่านี้เอาไว้ก็เพียงพอแล้ว หากต้องการบุกเข้าไปใกล้ความเป็นจริง ยิ่งทำให้ราชสำนักเรียกรวมกำลังพลเพื่อมาเผชิญหน้ากับพวกเขา สำหรับตอนนี้โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาที่เรียกได้ว่ายังไม่มีทหารของตนเอง นี่เป็นการรนหาที่ตายให้ตนเองชัดๆ
หนานกงมั่วถอนหายใจออกมา พยักหน้าเอ่ย “น่าเสียดายที่ข้าไปจากเฉินโจวไม่ได้ มิเช่นนั้นข้าคงไปดูกับพี่ใหญ่”
หนานกงชวี่ยิ้มบาง เอ่ย “เจ้าอยู่ที่เฉินโจวไปเถิด เว่ยจวินมั่วอยู่ในสนามรบแล้ว หากเจ้าเองก็ไปธุระงานเหล่านี้จะมอบให้ผู้ใดจัดการ เว่ยจวินมั่วยกทุกสิ่งทุกอย่างให้เจ้าจัดการ แต่ว่า…นับว่าหาได้ยาก” ผู้คนกล่าวว่าบุรุษดูแลภายนอกสตรีดูแลภายใน ไม่ต้องเอ่ยถึงความเชื่อใจที่เว่ยจวินมั่วมีต่อหนานกงมั่ว ทว่าเขากลับทิ้งความคิดแบบโบราณที่มีต่อสตรีแล้วยกทุกอย่างมาให้หนานกงมั่วรับผิดชอบ ก็แสดงให้เห็นถึงจิตใจของคนแล้ว แม้แต่หนานกงชวี่เองก็ต้องยอมรับ ครั้งนั้นให้มั่วเอ๋อร์แต่งแทนหนานกงซูนับว่าเป็นความซวยที่ดี