หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 883 ยุแยงตะแคงรั่ว ตีรันฟันแทง (3)
ตอนที่ 883 ยุแยงตะแคงรั่ว ตีรันฟันแทง (3)
“เหลวไหล” ในกระโจมใหญ่ เว่ยหงเฟยกวาดของบนโต๊ะร่วงระเนระนาด สามพี่น้องตระกูลเว่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างมองสบตากัน ยามที่เว่ยหงเฟยโมโหพวกเขาก็ไม่กล้าเอ่ยปาก สามพี่น้องส่งสายตาให้กันอยู่นาน สุดท้ายเป็นเว่ยจวินอี้ที่อ่อนแอถูกผลักออกไป “สะ…เสด็จพ่อ ใจเย็นพ่ะย่ะค่ะ”
เว่ยหงเฟยส่งเสียงหยัน “ใจเย็นหรือ ข้าจะใจเย็นได้เยี่ยงไร ซังหรงผู้นั้นกล้า…กล้าเสียมารยาทต่อข้าเพียงนี้”
เว่ยจวินปั๋วเอ่ยเสียงเข้ม “เสด็จพ่อ โกรธซังหรงจนเป็นผลร้ายต่อตนเองนั้นไม่คุ้มค่า จะทำให้แผนการร้ายของซังหรงสำเร็จเสียมากกว่า เสด็จพ่อ ไม่ว่าซังหรงจะเป็นเยี่ยงไร อย่างไรท่านก็เป็นแม่ทัพที่ฝ่าบาทส่งมา ส่วนปฏิกิริยาของทหารเหล่านั้น นั่นเป็นเพราะพวกเราเพิ่งมาเพียงเท่านั้น เพียงเราเอาชนะได้สักไม่กี่ครั้ง แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่อาจเอ่ยสิ่งใดได้อีก”
สำหรับเว่ยจวินปั๋วบุตรชายที่ตนให้ความสำคัญ เว่ยหงเฟยจึงยอมฟัง เพียงเอ่ย “ทำสงครามชนะอย่างที่เจ้าเอ่ยนั้นง่าย ยามนี้พวกเราเพียงไม่ถูกยอมรับในจุดยุทธศาสตร์หุบผาอี๋เซี่ยนนี้เพียงเท่านั้น ทหารฝั่งเสียนหนิงเองก็ยังไร้การเคลื่อนไหว ดูเหมือนจะรู้ว่าหุบผาอี๋เซี่ยนตีได้ยาก” เว่ยจวินเจ๋อเอ่ยอย่างไม่พอใจ “พวกเขาไม่บุกเข้ามา พวกเราก็บุกไปเสียสิ”
เว่ยจวินปั๋วส่ายศีรษะ เอ่ย “ไม่เหมาะ พวกเราไม่เคยเห็นฝีมือของกองกำลังไท่หนิง ยิ่งการบุกตีที่เอาชนะมาได้ตลอดของกองกำลังไท่หนิง แน่นอนว่าไม่ใช่ทหารทั่วไปจะสามารถทัดเทียมได้”
“เสริมศัตรูให้มีอำนาจ ดูถูกความสามารถของตนเอง” เว่ยจวินเจ๋อปรายตามมองเว่ยจวินปั๋วอย่างดูถูกเหยียดหยาม “พี่ใหญ่ ท่านคงไม่ได้กลัวเว่ยจวินมั่วใช่หรือไม่”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเว่ยจวินปั๋วชะงัก มองน้องชายนิ่งๆ พร้อมเอ่ย “น้องรองล้อเล่นแล้ว” กลัวเว่ยจวินมั่วหรือ เว่ยจวินมั่วปั๋วอดยอมรับอยู่ในใจไม่ได้ว่าหวาดกลัวอยู่บ้าง บนโลกใบนี้คนที่ไม่กลัวเว่ยจวินมั่วเกรงว่าคงมีไม่เยอะ เพียงแต่เว่ยจวินปั๋วโกรธแค้นเว่ยจวินมั่วมากกว่า เพราะการมีอยู่ของพวกเขาทำให้พวกตนแม่ลูกต้องอยู่เป็นรอง ไม่ว่าเสด็จจะพ่อรักเขาให้ความสำคัญกับเขามากเพียงใด ต่อหน้าองค์หญิงฉังผิงเขาก็ต้องก้มศีรษะนอบน้อม ต่อหน้าคนอื่นเขาก็เป็นเพียงเชื้อสายรองที่ไม่อาจเชิดหน้าชูตา และตอนนี้เว่ยจวินปั๋วยิ่งเกลียดเว่ยจวินมั่ว เพราะการมีอยู่ของเว่ยจวินมั่ว สามพี่น้องตระกูลเว่ยจึงต้องอยู่ภายใต้เงาของเขาตลอดไป เว่ยจวินมั่วไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเว่ยหงเฟยหรือ นั่นสามารถพิสูจน์ได้ว่าเว่ยหงเฟยหรือเชื้อสายของพวกเขาไม่ดีพอเพียงเท่านั้น
“เจ๋อเอ๋อร์ เอ่ยเยี่ยงนี้กับพี่ใหญ่ของเจ้าได้เยี่ยงไร” สีหน้าของเว่ยหงเฟยไม่ดีนัก ยามนี้สิ่งที่เว่ยหงเฟยเกลียดที่สุดคือมีคนเอ่ยชื่อเว่ยจวินมั่ว เว่ยจวินเจ๋อยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พี่ใหญ่มีวิธีการดีๆ อย่างไรหรือ น้องจะรอฟังคำชี้แนะจากพี่ใหญ่”
เว่ยจวินปั๋วทำได้เพียงทำราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาเอ่ยเสียดสี เอ่ย “เสด็จพ่อ บุกไปเผชิญหน้ากับกองกำลังไท่หนิงพวกเราไม่อาจเอาชนะได้ แต่ว่าหากล่อพวกเขาเข้ามาในหุบผาอี๋เซี่ยน ต่อให้พวกเขามีปีกก็ไม่อาจหนีไปได้” เพิ่งเอ่ยจบ ก็ได้ยินน้ำเสียงเหยียดหยันอย่างไม่พอใจของเว่ยจวินเจ๋อ เอ่ย “ล่อเข้ามาหรือ ท่านคิดว่าเว่ยจวินมั่วโง่หรือ ถึงจะพาคนบุกเข้ามาด้วยตนเอง อย่าลืมเสียสิว่าเวลาผ่านไปมากเพียงนี้แล้วฝั่งเสียนหนิงกลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวแม้เพียงนิด”
เว่ยจวินปั๋วเอ่ย “วิธีการธรรมดาแน่นอนว่าไม่ได้ แต่ว่า…หากพวกเราถอนกำลังทหารจากหุบผาอี๋เซี่ยนเล่า”
เว่ยจวินเจ๋อยิ้มหยัน “ท่านคิดว่าเว่ยจวินมั่วจะเชื่อท่านหรือ”
เว่ยจวินปั๋วไม่ใส่ใจ เอ่ย “แน่นอนว่าเว่ยจวินมั่วไม่ได้โง่เพียงนั้น ดังนั้นพวกเราจึงต้องถอนกำลังทหารจริงๆ แต่ว่า…ต้องเตรียมตัวอยู่บนหุบผาอี๋เซี่ยนให้ดี เหลือกำลังทหารบางส่วนไว้ซุ่มโจมตี อีกทั้งเพียงกองกำลังไท่หนิงเข้ามาในหุบผาอี๋เซี่ยน พวกเราสามารถปิดล้อมเส้นทางของพวกเขาระหว่างที่พวกเขาจะออกมา…”
เว่ยหงเฟยหลุบตาลงไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ “เจ้าเอ่ยให้ละเอียด”
“เสด็จพ่อ” เว่ยจวินเจ๋อเอ่ยเสียงดัง “ท่านคงไม่คิดว่าแผนการนี้จะใช้ได้กระมัง แม้แต่ข้ายังไม่อาจโกหกได้ ท่านคิดว่ากองกำลังไท่หนิงเหล่านั้นจะติดกับได้หรือ”
“พอแล้ว” เว่ยหงเฟยเอ่ยอย่างหงุดหงิด “เจ้าไม่อยากฟังก็ออกไปก่อน ข้ามีเรื่องต้องคุยกับพี่ใหญ่ของเจ้า”
“ได้” เว่ยจวินเจ๋อกัดฟันเอ่ย เดินหนีออกไปด้วยความโกรธ เว่ยจวินอี้มองเสด็จพ่ออย่างลำบากใจ ยกมือประสานหันไปหาเว่ยหงเฟยและเดินตามออกไป
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม เว่ยจวินปั๋วจึงเดินออกมาจากกระโจม รอยยิ้มบนใบหน้าเต็มไปด้วยความลำพองใจ เห็นได้ว่าแผนการของเขาได้รับการยอมรับจากเว่ยหงเฟย
“น้องรอง ไยเจ้าจึงยังอยู่ที่นี่” เว่ยจวินปั๋วมองเว่ยจวินเจ๋อที่จ้องเขม็งมาที่ตนด้วยสายตาทะมึนอยู่ไกลๆ เว่ยจวินเจ๋อยิ้มเย็น “ข้าไม่รู้ว่าใครคิดแผนการโง่ๆ นี้ให้ท่าน คิดจะใช้วิธีนี้เพื่อให้เสด็จพ่อให้ความสำคัญกับท่าน ท่านคงดีใจไวเกินไปแล้ว”
เมื่อเทียบกับความมุทะลุของเว่ยจวินเจ๋อ เห็นได้ว่าเว่ยจวินปั๋วสงบนิ่งกว่ามาก ยิ้มบาง เอ่ย “น้องรอง เดิมทีเสด็จพ่อก็ให้ความสำคัญกับข้า ดังนั้นข้าจึงไม่ได้ดีใจเร็วเกินไปเพราะสิ่งนี้ เจ้าว่าใช่หรือไม่”
เว่ยจวินเจ๋อส่งเสียงหยัน “ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะรับคนที่เก่งกาจมาอย่างนั้นหรือ”
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังเอ่ยสิ่งใด น้องรอง พวกเราเป็นพี่น้องแท้ๆ” เว่ยจวินปั๋วถอนหายใจ
เว่ยจวินเจ๋อไม่คิดซาบซึ้ง “ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือ ท่านทำสงครามไม่เป็นเลยแม้เพียงนิด ได้ยินว่า…ตอนนั้นที่เว่ยจวินมั่วให้ท่านไปคุมเสบียง เจอโจรเล็กๆ ท่านก็ทำอันใดไม่เป็น หวาดกลัวจนฉี่ราดแล้ว” ถูกคนเอ่ยถึงอดีตอันเลวร้าย ใบหน้าที่เคยรักษารอยยิ้มของเว่ยจวินปั๋วเองก็ไม่น่ามองขึ้นมาแล้ว “น้องรอง เจ้าจะทะเลาะกับพี่ใหญ่ให้ได้ใช่หรือไม่”
เว่ยจวินเจ๋อแหงนหน้าหัวเราะ “น้องรองหรือ เมื่อครั้งพวกท่านทอดทิ้งข้าไม่ถามไม่ไถ่ ในตอนที่พวกท่านเห็นแก่เงินเพียงนิดไม่ยอมเชิญหมอมารักษาข้าไยจึงไม่คิดว่าข้าเป็นน้องรองของท่าน เว่ยจวินปั๋ว หลอกใช้ข้ามาตลอดหลายปีมีความสุขมากหรือไม่ ข้าล่วงเกินเว่ยจวินมั่วแทนท่าน ล่วงเกินทุกคนแทนท่าน คนอื่นคิดเพียงว่าข้าบุ่มบ่ามมุทะลุ ท่านเว่ยจวินปั๋วกลับสุภาพอ่อนโยน ข้าไม่ได้ด้อยกว่าท่านแม้เพียงนิด เรื่องอันใดจะต้องอยู่ตามหลังท่าน เว่ยจวินปั๋ว หลังจากนี้…ท่านเป็นศัตรูของข้า ตำแหน่งจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องซื่อจื่อ ข้าก็มีโอกาส ท่านคิดว่าไปเอาทหารไม่รู้เรื่องอันใดมาจากที่ใดแล้วจะเอาชนะข้าได้อย่างนั้นหรือ”
เว่ยจวินปั๋วนิ่งเงียบไปนาน สุดท้ายจึงส่ายศีรษะ เอ่ย “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังเอ่ยสิ่งใด ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเราก็ไม่มีสิ่งใดต้องเอ่ยอีกแล้ว”
“เดิมก็ไม่มี” เว่ยจวินเจ๋อเอ่ย “ท่านก็คือท่าน ข้าก็คือข้า ข้ามิใช่สุภาพบุรุษเช่นท่าน เว่ยจวินปั๋ว รอดูไปเถิด” เอ่ยจบ เว่ยจวินเจ๋อจึงสะบัดแขนเสื้อหนีไป
“คุณชาย” กลางดึกในเมืองเสียนหนิง เว่ยจวินมั่วนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องหนังสือ คนที่นั่งถัดจากเขามาคือคุณชายใหญ่ตระกูลหนานกง หนานกงชวี่ ชายในชุดสีดำปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ได้ยินเช่นนั้น เว่ยจวินมั่วจึงเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ดูเหมือนจะสำเร็จแล้วหรือ”
ชายชุดดำเอ่ย “ตอบคุณชาย ซังหรงถูกเว่ยหงเฟยโกรธสั่งโบยทำให้ต้องนอนป่วย ฝั่งเว่ยจวินปั๋วเองก็จัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ดีมาก ออกไปเถิด” เว่ยจวินปั๋วพยักหน้าพึงพอใจ ชายชุดดำยกมือขึ้นประสาน หนานกงชวี่เลิกคิ้ว เอ่ย “กำจัดซังหรงนั้นง่าย เพียงแต่ข้าแปลกใจท่านเกลี้ยกล่อมเว่ยจวินปั๋วได้เยี่ยงไร เว่ยจวินปั๋วไม่ใช่คนที่ไม่คิดระวังคนอื่นแม้เพียงนิด”