หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 880 ความแคลงใจระหว่างจักรพรรดิและขุนนาง (2)
ตอนที่ 880 ความแคลงใจระหว่างจักรพรรดิและขุนนาง (2)
“จะอย่างไรหรือ”
เขาสามารถบัญชาการทหารนับพันนับหมื่นได้แน่นอนว่าไม่โง่ ชะงักไปชั่วครู่จึงเอ่ย “คนเหล่านั้นที่คุณชายเว่ยส่งเข้ามาในกองทัพ ข้าน้อยจะสั่งสอนอย่างสุดความสามารถ ส่วนจะเรียนรู้ได้มากเพียงใดคงต้องดูความสามารถของพวกเขาแล้ว” คิดว่าพวกเขาไม่รู้จริงหรือว่าไยคุณชายเว่ยจึงยัดทหารอ่อนหัดพวกนั้นเข้ามาอยู่ในกองทัพ เพียงแต่รับเงินเขา กินข้าวเขาจึงไม่อาจปฏิเสธได้ หากพวกเขามีใจคิดร้ายสักนิด คนเหล่านี้ออกศึกเพียงสองครั้งก็คงตายสิ้น
แน่นอนสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือพวกเขาโชคดีที่ตนเองไม่มีใจคิดร้าย มิเช่นนั้นหากไม่ถูกเว่ยจวินมั่วจับได้ก็ยังดี หากถูกจับได้ล่ะก็ช่วงเวลาที่รอคอยพวกเขาอยู่ถัดจากนี้คงน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน ต่อให้เป็นหนิงอ๋องก็ไม่อาจช่วยเหลือพวกเขาได้
เว่ยจวินมั่วเงียบอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าเอ่ยตอบเบาๆ “คำไหนคำนั้น”
เขาตกลงง่ายดายเช่นนี้กลับทำให้ผู้คนตกใจ หรือว่าคุณชายเว่ยมีวิธีจริงๆ หรือ แต่ว่า…นายทหารชั้นสูงหลายคนมองสบตากัน ลอบส่ายศีรษะอยู่ในใจ พวกเขานึกไม่ออกว่าจะผ่านหุบผาอี๋เซี่ยนได้อย่างไร ในเมื่อคุณชายเว่ยมีความมั่นใจเพียงนี้ เช่นนั้นก็ต้องคอยดูว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ หากคุณชายเว่ยมีวิธีทำให้สำเร็จจริงๆ นับว่าพวกเขาเองก็ได้เปิดหูเปิดตาไปด้วย
หลังจากส่งเหล่านายทหารชั้นสูงของกองกำลังไท่หนิงแห่งสีโจวออกไปแล้ว ลิ่นฉังเฟิงจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าว่านะคุณชายเว่ย หนังวัวเป่าใหญ่จนเกินไปอาจจะแตกได้ เจ้าตั้งใจจะโจมตีหุบผาอี๋เซี่ยนเมื่อใดกัน”
คุณชายเว่ยปรายตามองเขาเล็กน้อย “ลิ่นฉังเฟิง ใช้สมองให้มากใช้มือเท้าทั้งสี่ให้น้อย”
ฉินจื่อซวี่เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “คุณชายเว่ยมีวิธีจริงหรือ” เว่ยจวินมั่วนิ่งสงบเพียงนี้ แน่นอนว่าไม่มีทางโกหกขุนพลเหล่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องเช่นนี้โกหกไปก็ไม่เป็นผลดีต่อใคร
เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเบาๆ เอ่ย “จะสำเร็จหรือไม่ ยังต้องดูกันอีกที”
“รายงานคุณชาย มีคุณชายหนานกงท่านหนึ่งมาขอพบขอรับ” องครักษ์เดินเข้ามา เอ่ยรายงานอย่างนอบน้อม ลิ่นฉังเฟิงชะงัก “หนานกงฮุยหรือ เวลาเช่นนี้เขาวิ่งโร่ไปทั่วได้เยี่ยงไร กลัวว่าซังหรงจะตายไม่เร็วพอหรือ”
ฉินจื่อซวี่เลิกคิ้ว “ซังหรงตายเป็นผลดีต่อพวกเราจึงจะถูก หรือว่า…คุณชายเว่ยคิดจะปราบซังหรงให้อยู่มืออย่างนั้นหรือ” ซังหรงเป็นนายทหารที่มีความสามารถไม่เลว ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ตอนนี้จวิ้นจู่น่าจะไม่ยอมปล่อยให้คุณชายรองหนานกงออกห่างจากเฉินโจวถึงจะถูก ดังนั้นคนที่มา..คงจะเป็นคุณชายใหญ่หนานกงขอรับ”
“หนานกงชวี่หรือ” ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้ว
เว่ยจวินมั่วย่นคิ้วเบาๆ มองไปยังฉินจื่อซวี่ “พวกเจ้ามีเรื่องอันใดลืมเล่าให้ข้าฟังหรือไม่ หนานกงชวี่จะมาที่เสียนหนิงได้เยี่ยงไร” ฉินจื่อซวี่ไม่ได้รู้สึกผิด ยิ้มพลางเอ่ย “หลายวันมานี้ยุ่งจนข้าลืมไปเสียแล้ว หลายวันก่อนข้าน้อยหารือกับจวิ้นจู่ คุณชายรองจวนเยี่ยนอ๋องเข้าไปอยู่ในกองทัพ อยู่ค่ายเดียวกับคุณชายใหญ่หนานกง ข้าคาดเดาว่าสักวันคุณชายใหญ่หนานกงจะต้องออกจากโยวโจวแต่ไม่คิดว่าจะเร็วเพียงนี้”
หลายวันมานี้เว่ยจวินมั่วกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องของกองทัพ ไม่มีเวลาสนใจเรื่องในโยวโจว นอกจากจดหมายจากเยี่ยนอ๋องหรือมีเรื่องสำคัญอันใด โยวโจวก็จะส่งข่าวไปยังเฉินโจว หากมีเรื่องสำคัญอันใดที่เว่ยจวินมั่วจำเป็นต้องรู้ หนานกงมั่วก็จะส่งคนนำมาให้ในค่าย โยวโจวห่างไกลจากเสียนหนิง ข่าวหนานกงชวี่จากมากลับไม่ได้ส่งมา
เว่ยจวินมั่วส่งเสียงหยัน เอ่ย “ให้เขาเข้ามา”
ฉินจื่อซวี่มองเว่ยจวินมั่วด้วยสายตาแปลกประหลาด ซิงเฉิงจวิ้นจู่มีความสัมพันธ์กับคนในตระกูลหนานกงไม่ดีนักเขายังพอรู้ ทว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของหนานกงชวี่และซิงเฉิงจวิ้นจู่ดีขึ้นแล้ว กับหนานกงฮุยที่เป็นพี่รองก็ดูไม่ได้ไร้เยื่อใย ไยคุณชายเว่ยจึงมีท่าทีไม่ชอบพอหนานกงชวี่นัก หรือว่าเพราะเมื่อครานั้นซิงเฉิงจวิ้นจู่ได้รับความไม่ยุติธรรมจากตระกูลหนานกง
หนานกงชวี่เดินตามองครักษ์เข้ามา มองเห็นว่าทั้งสามที่อยู่ในห้องโถงต่างจับจ้องมาที่เขา เพียงแต่สายตาของทั้งสามคนนั้นแตกต่างกันออกไป หนานกงชวี่เองไม่ใส่ใจ เพียงยกมือขึ้นประสานหันไปหาเว่ยจวินมั่ว ทว่าพยักหน้าให้ฉินจื่อซวี่และลิ่นฉังเฟิง เอ่ย “พี่ฉิน คุณชายฉังเฟิง เป็นอย่างไรบ้าง”
ฉินจื่อซวี่พยักหน้า เอ่ย “พี่หนานกง สบายดีขอรับ”
ฉินจื่อซวี่และหนานกงชวี่อยู่ในจินหลิงมาด้วยกันยี่สิบกว่าปี ต่อให้ตระกูลฉินและตระกูลหนานกงไม่ได้ไปมาหาสู่กันนัก แต่ว่าเมื่อเทียบกับเว่ยจวินมั่วและลิ่นฉังเฟิงก็ยังคุ้นเคยกว่ามาก
เว่ยจวินมั่วเงยหน้ามองสำรวจหนานกงชวี่ เอ่ย “เจ้ามาได้เยี่ยงไร”
มุมปากของหนานกงชวี่กระตุก เอ่ย “ข้าไม่มา คุณชายเว่ยคิดจะจัดการกับฮุยเอ๋อร์อย่างไร”
คุณชายเว่ยเงียบไม่เอ่ยวาจา คุณชายฉังเฟิงและคุณชายใหญ่ฉินหันมองเว่ยจวินมั่วที่นิ่งเงียบโดยพร้อมเพรียง ไม่ปฏิเสธนับว่าเป็นการยอมรับเงียบๆ ต่อให้ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับหนานกงฮุย อย่างน้อยเขาก็เป็นพี่ชายของภรรยาเจ้ามิใช่หรือ ไม่จำเป็นต้องบ้าเพียงนั้นหรือไม่ คุณชายเว่ยปรายตามองลิ่นฉังเฟิงที่คิดอยากเอ่ยปาก เอ่ยขึ้นน้ำเสียงเฉยชา “ข้าจะทำเยี่ยงไร คุณชายหนานกงไม่จำเป็นต้องมายุ่ง” คิดว่าตนเองเป็นพี่ชายของอู๋สยาอย่างนั้นหรือ
หนานกงชวี่เองก็ไม่โกรธ เพียงเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าอยากเสี้ยมให้เว่ยหงเฟยแตกคอกับซังหรงหรือ”
เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้วไม่เอ่ยสิ่งใด หนานกงชวี่เอ่ยต่อ “ข้าช่วยเจ้าได้ แต่เจ้าไม่อาจใช้ประโยชน์จากพวกฮุยเอ๋อร์สองสามีภรรยา”
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “ข้ารู้ขอบเขตดี”
“เจ้ากลัวจะเกิดปัญหาหรือ” หนานกงชวี่เอ่ย “เจ้ากล้ารับรองหรือไม่ว่าเว่ยหงเฟยจะไม่สังหารซังหรง หากซังหรงตาย…ใช่แล้ว ซังหรงตายแล้วเกี่ยวอันใดกับเจ้า เจ้าก็จะบรรลุเป้าหมายเช่นกัน”
ดวงตาสีม่วงของเว่ยจวินมั่วทะมึนขึ้น เอ่ยเสียงเย็น “ข้ารับปากกับอู๋สยา จะไม่แตะต้องซังหรง หนานกงชวี่ หนานกงฮุยโตแล้ว อย่ามาทำตัวเป็นมารดาที่เอาแต่ยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่น” สีหน้าของหนานกงชวี่พลันเปลี่ยนแปลง เงียบไปเนิ่นนานก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก เอ่ย “เจ้าคิดจะทำเช่นไร”
เว่ยจวินมั่วมองเขานิ่ง เอ่ย “เจ้าก็คาดเดาได้แล้วมิใช่หรือ”
เสี้ยมให้แตกคอกัน กลยุทธ์ที่ไม่เคยถูกตัดทิ้งมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพียงคนมีใจ การเสี้ยมให้แตกคอไม่มีทางไม่ได้ผล
วังหลวงเมืองจินหลิง เซียวเซียนเยี่ยเพิ่งได้รับฎีกาเร่งด่วนจากผู้ว่าการเมืองเอ้อโจว ผู้ที่รับหน้าที่ถ่ายทอดราชโองการและพาตัวหนานกงฮุยและซังเนี่ยนเอ๋อร์กลับเมืองหลวงถูกโจรป่าสังหารห่างจากเมืองเอ้อโจวราวร้อยลี้ กองทัพทั้งหมดถูกทำลายจนไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้เพียงผู้เดียว
ได้ยินข่าวนี้ เซียวเชียนเยี่ยกลับไม่ได้อาละวาดเกรี้ยวกราดดังที่ผู้ใต้ปกครองคาดคิด เพียงเงียบไปเนิ่นนานไม่เอ่ยสิ่งใด ความจริงหลังจากขึ้นครองบัลลังก์เป็นฮ่องเต้มาสองปีกว่า เซียวเชียนเยี่ยอารมณ์มั่นคงกว่าเมื่อครั้งขึ้นครองบัลลังก์ใหม่ๆ อยู่มาก เพียงแต่นับตั้งแต่เยี่ยนอ๋องยกทัพมาต่อสู้มีเรื่องร้ายมากมายมีข่าวดีน้อยไปมาก ทำให้เขาโมโหง่ายก็เท่านั้น
ห้องทรงอักษรเงียบสงัดไปนาน กระทั่งได้ยินเซียวเชียนเยี่ยเอ่ยถามขึ้นเสียงทุ้ม “เจอกับโจรป่า กองทัพดับสูญ ท่านโจว ท่านเชื่อหรือไม่”
ฝ่าบาท โจวเซียงถอนหายใจออกมาเบาๆ “ทูลฝ่าบาท ไม่มีหลักฐาน…พวกเรา…” ไม่เชื่อแล้วอย่างไร หากไปถามซังหรงเอาตอนนี้อาจติดกับของอีกฝ่าย แต่ว่าหากทำเหมือนไม่มีอันใดเกิดขึ้น ใครก็ไม่อาจรับรองได้ว่ายามนี้ซังหรงยังเชื่อถือได้หรือไม่