หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 871 ข้านี่แหละคือกฎของที่นี่ (3)
ตอนที่ 871 ข้านี่แหละคือกฎของที่นี่ (3)
ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาให้ความเคารพมากเกินไป หนิงอ๋องก็จะรู้สึกกังวลใจไม่ใช่หรือ
ทันทีที่คุณชายฉังเฟิงเห็นใบหน้าเฉยเมยของเขา ก็ยกมือขึ้นกุมหน้าผากแล้วถอนหายใจ “เจ้าไม่กลัวว่าพวกเขาจะวางแผนทำร้ายเจ้าในสนามรบหรือ” เจ้ายังต้องพึ่งพาผู้อื่นในการสู้รบนะ
เว่ยจวินมั่วเงยหน้าเอ่ยเบาๆ “ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าก็จะไปคิดบัญชีกับหนิงอ๋อง อีกอย่าง…ในสนามรบก็มีแต่พวกพ้องของพวกเขา” วางแผนทำร้ายตน? คนที่จะเสียหายก็คือกำลังทหารของกองกำลังไท่หนิงเองมิใช่หรือ
ท่านเก่ง!
ช่างเถอะ! คุณชายฉังเฟิงมั่นใจแล้วว่าการพูดคุยกับเขาเรื่องนี้มีแต่จะทำให้โมโหตาย เขาเอ่ยขึ้นช้าๆ “เมื่อครู่ข้าเพิ่งได้รับทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมา เจ้าอยากฟังเรื่องไหนก่อน”
“แล้วแต่”
คุณชายฉังเฟิงมองเขาด้วยสายตาหมดสนุก “ข่าวดีก็คือเซียวเชียนเยี่ยแต่งตั้งให้เว่ยหงเฟยเป็นแม่ทัพใหญ่ ซังหรงเป็นรองแม่ทัพ ท่านซาบซึ้งกับเชาวน์ปัญญาของเซียวเชียนเยี่ยแล้วหรือไม่” เซียวเชียนเยี่ยมีความแค้นต่อเขาจึงได้เลือกคนที่ไม่ได้ลงสนามรบมากว่ายี่สิบปีแล้วและไม่มีผลงานทางการทหารเป็นชิ้นเป็นอันมาเป็นแม่ทัพใหญ่ และปล่อยให้แม่ทัพกุยฮว่าผู้มีผลงานอันน่าทึ่งมาเป็นผู้ช่วย หึๆ ต่อให้ซังหรงเองจะไม่มีอคติ แต่ลูกน้องของเขาเล่า
“จากนั้นเล่า”
“จากนั้นก็คือ…ซังหรงนำทหารนับหมื่นไปปกป้องช่องเขาอี๋เซี่ยนด้วยตัวเอง ขอแสดงความยินดีกับคุณชายเว่ย เกรงว่าพวกเราคงจะผ่านไปในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ได้แล้ว” ช่องเขาอี๋เซี่ยนคือหุบผาใหญ่ที่อยู่ระหว่างเสียนหนิงและเอ้อโจว ไม่ต้องเอ่ยถึงพื้นที่ที่ขรุขระอันตราย ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นปราการที่แข็งแกร่งมาก แต่กลับเส้นเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะผ่านไปยังเอ้อโจวได้ หากไม่อยากผ่านเส้นทางนั้นหรือ ก็ไม่มีปัญหา เพียงล่องไปตามแม่น้ำหลีเจียงแล้วอ้อมภูเขาลูกหนึ่งและอีกหลายพื้นที่ที่ขวางกั้นอยู่ ซึ่งหากพวกเขามีเวลาและความพยายามมากเพียงนั้นก็คงสามารถบุกทะลวงไปถึงเมืองจินหลิงได้โดยตรงแล้ว
เว่ยจวินมั่วกลับไม่ได้ร้อนใจ แม้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายอย่างที่ลิ่นฉังเฟิงพูด ทว่าก็เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้วก่อนหน้านี้ เพราะถึงอย่างไรซังหรงก็ไม่ได้โง่ เมื่อใดเมืองเสียนหนิงแตก ซังหรงก็จะต้องป้องกันทางผ่านอันตรายที่นำไปสู่เอ้อโจวทันที หากได้ไม่คุ้มเสีย หุบผาอี๋เซี่ยนนี้ก็คงจะทำให้พวกเขาเสียกำลังทหารไปสักครึ่งหนึ่ง
เมื่อลิ่นฉังเฟิงเห็นสีหน้าสงบนิ่งของเขาก็เบ้ปากอย่างเบื่อหน่าย “แผนของเจ้าคืออันใด”
เว่ยจวินมั่วเหลือบมองเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉย “ข้าไม่เคยไปหุบผาอี๋เซี่ยนนี้มาก่อนเลย เจ้าจะให้ข้ามีแผนอันใดได้”
“…” ถือว่าข้าไม่ได้ถามก็แล้วกัน
“คุณชาย” เจี่ยนชิวหยางในชุดเครื่องแบบทหารเดินเข้ามา หลังจากผ่านการสู้รบมาหลายเดือนใบหน้าเดิมของอดีตนักฆ่าซึ่งค่อนข้างอ่อนโยนและไม่เหมือนนักฆ่ากลับดูเฉียบคมและมุ่งมั่นมากขึ้นอยู่บ้าง ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้วพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าทำให้ผู้เฒ่าพวกนั้นกลับไปแล้วหรือ”
เจี่ยนชิวหยางยิ้มอย่างจนใจ “ข้าบอกพวกเขาไปว่าคุณชายออกไปดูลาดเลาที่หุบผาอี๋เซี่ยน”
นี่เป็นเหตุผลที่ดีจริงๆ อีกอย่างการสู้รบเมื่อคืนก็ไม่มีสิ่งใดผิดพลาด หากพวกเขายังวุ่นวายไม่เลิกก็จะน่าเบื่อเกินไป
เจี่ยนชิวหยางเอ่ยกับเว่ยจวินมั่วยิ้มๆ “เช่นนั้นแล้วคงต้องรบกวนคุณชายเว่ยไปดูที่หุบผาอี๋เซี่ยนด้วยตัวเองสักครั้ง”
เว่ยจวินมั่วเอ่ยตอบอย่างใจเย็น “จริงๆ ข้าก็ตั้งใจจะไปหุบผาอี๋เซี่ยนอยู่แล้ว”
“…” การคุยกับผู้ชายคนนี้ไม่เคยทำให้ใครสบายใจได้เลย
เว่ยจวินมั่วยืนขึ้น “พวกเจ้าจัดการเรื่องที่เหลือต่อจากนี้กันไปก่อน อีกสองวันอู๋สยาจะส่งคนมารับไม้ต่อเอง” เขาเอ่ยจบก็หมุนตัวเดินออกไปด้านนอก
“เฮ้ย แล้วเจ้าจะไปไหน ถึงจะไปหุบผาอี๋เซี่ยนก็ไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนเพียงนั้นนี่นา”
“…ไปนอน” คุณชายเว่ยเอ่ย
ฉินจื่อซวี่มาถึงอย่างรวดเร็วทีเดียว ความจริงหลังจากที่ฉินจื่อซวี่ส่งมอบเรื่องที่เขาดูแลอยู่ในมือแล้ว วันถัดมาก็รีบข้ามแม่น้ำมาที่เสียนหนิงทันที ผู้ที่มาถึงไม่ได้มีเพียงฉินจื่อซวี่ แต่เขายังนำทหารห้าหมื่นนายมาด้วย แม้ว่าจำนวนทหารจะไม่ได้มากมาย อย่างไรก็ตามทหารพวกนี้ล้วนแต่เป็นเชลยกลุ่มแรกที่ถูกส่งไปลงสนามรบในยามนั้น และก็ยังเป็นกำลังทหารเพียงกลุ่มเดียวที่พวกเขาสามารถใช้ได้และนับได้ว่าเป็นกำลังทหารของตนเองในยามนี้ คนเหล่านี้ได้ฝึกฝนอยู่กับทหารกองกำลังไท่หนิงที่ประจำการในเย่ว์โจวและเฉินโจวมาแล้วระยะหนึ่ง แม้ความสามารถของพวกเขากับทหารของกองกำลังไท่หนิงก็ยังห่างชั้นกันมากอยู่ดี แต่อย่างน้อยพวกเขาก็เป็นทหารอยู่แล้ว ย่อมดีกว่ารับสมัครทหารใหม่ไม่ใช่หรือ
คุณชายฉังฟิงรู้สึกประหลาดใจมากที่ได้เห็นคนเหล่านี้ เดิมทีพวกเขาเองก็กำลังกังวลเรื่องกำลังทหารอยู่บ้าง ท้ายที่สุดแล้วการยืมกองกำลังจากผู้อื่นย่อมไม่ใช่นโยบายระยะยาว นานไปจะทำให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ง่าย แต่ยามนี้ที่เย่ว์โจว์และพื้นที่อื่นๆ กำลังประสบปัญหาความอดอยาก การหาทหารใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็ไม่มีกำลังพอจะฝึกฝนคนเหล่านั้นใหม่หมดทุกสิ่งด้วย ถึงอย่างไรเชลยศึกเหล่านั้นก็เพียงทำให้คนรู้สึกไม่วางใจเท่านั้น เขาย่อมไม่คาดคิดว่ากำลังทหารที่ฉินจื่อซวี่นำมาเหล่านี้แม้จะไม่ได้ดูทรงพลังเท่ากับกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวและกองกำลังไท่หนิง แต่ก็ยังมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมาดที่ไม่ธรรมดา
ฉินจื่อซวี่เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “คุณชายฉังเฟิงวางใจได้ แม้ทหารพวกนี้จะไม่ได้มีจำนวนมากแต่ก็เป็นทหารเชลยจากเย่วโจว เฉินโจว และจิ่นโจวที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว และพวกเขาทั้งหมดก็ผ่านการฝึกฝนกับกองกำลังไท่หนิงมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แม่ทัพที่เป็นผู้นำก็ได้รับการจัดระเบียบใหม่แล้ว ไม่มีปัญหาอันใดแน่นอน” คุณชายฉินแสดงออกว่าพวกเขาสามารถใช้ทหารพวกนี้ได้อย่างสบายใจ
ลิ่นฉังเฟิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “มิกล้า พวกข้าย่อมวางใจเรื่องใดก็ตามที่จวิ้นจู่กับคุณชายฉินเป็นคนจัดการ เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าคุณชายฉินจะนำเรื่องน่าประหลาดใจเช่นนี้มาให้พวกเราเท่านั้น”
ฉินจื่อซวี่เอ่ย “มิกล้า เหล่านี้ล้วนแต่เป็นผลงานของจวิ้นจู่ทั้งนั้น แม้ตอนนี้พวกเราจะขาดกำลังทหาร ทว่าตอนที่จวิ้นจู่ไปถึงจิ่นโจวก็มีคำสั่งเกณฑ์ทหารทันที และในแต่ละพื้นที่ก็กำลังทำเช่นเดียวกัน ตามตัวเลขเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ก็น่าจะมีจำนวนประมาณหนึ่งแสนนายแล้ว นอกเหนือจากการฝึกฝนประจำวัน คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังใช้แรงงานและซ่อมสะพานข้ามแม่น้ำในที่ต่างๆ จวิ้นจู่กล่าวว่าหลังเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงคนเหล่านี้ก็จะสามารถใช้การได้แล้ว” แม้ว่าการเกณฑ์ทหารนี้จะไม่ได้มาจากความสมัครใจทั้งหมด แต่การเกณฑ์คนจากทั้งสามแห่งมาได้ถึงแสนคนเช่นนี้ก็นับว่าเลวแล้ว ฉินจื่อซวี่เอ่ยต่อ “นอกจากนี้ยังมีแรงงานเข้าร่วมการซ่อมแซมสะพานข้ามแม่น้ำและงานใช้แรงงานอื่นๆ อีกด้วย คนเหล่านี้…ยังสามารถสมัครเข้าเป็นทหารได้ในกาลข้างหน้า”
หลังจากเขาเอ่ยจบ คุณชายฉังเฟิงก็อดเดาะลิ้นไม่ได้ มองคุณชายเว่ยที่นั่งตรงตำแหน่งเหนือสุดอย่างสงบนิ่งกำลังจิบชาอย่างใจเย็น แล้วจึงเอ่ย “ไม่เจอกันสักพักแม่นางมั่วก็ทำอันใดไปตั้งมากมายเพียงนี้แล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ต่อไปพวกเราก็ไม่ต้องปวดหัวเรื่องกำลังทหารแล้ว”
การกระทำของหนานกงมั่วก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะเป็นการทำเพื่อปลอบโยนชาวบ้านในแต่ละพื้นที่โดยไม่ได้สนใจเรื่องการทหาร แต่กลับเป็นการปูทางสำหรับพวกเขาเพื่อเสริมกำลังทหารในกาลข้างหน้า มีเชลยศึกจากแต่ละแห่งเสริมกำลังทหารในยามนี้ และยังมีทหารหนึ่งแสนนายที่สมัครเป็นทหารแต่ยังไม่ได้ออกรบจริงเป็นกองหนุนที่สามารถเสริมกำลังได้ตลอดเวลา บรรดาแรงงานจากแต่ละแห่งก็ยังเป็นข้อมูลที่เป็นไปได้ที่สุดสำหรับจำนวนและคุณภาพของการเกณฑ์ทหารต่อจากนี้ ช่วยให้พวกเขาสามารถเกณฑ์ทหารที่ต้องการได้ในเวลาที่จำเป็นที่สุด ไม่ถึงกับเกณฑ์ทหารมากเกินไปจนทำให้ประชาชนเดือนร้อนเป็นทุกข์ แต่ก็ยังให้ความมั่นใจแก่พวกเขาเกี่ยวกับจำนวนกำลังทหารสำรองต่อไปด้วย
สายตาของเว่ยจวินมั่วอ่อนโยน แต่กลับไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา
เจี่ยนชิวหยางอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ “จวิ้นจู่มากความสามารถจริงๆ ข้าน้อยขอคารวะ”
ฉินจื่อซวี่เอ่ย “ข้าขอมอบทหารห้าหมื่นนายนี้ให้คุณชาย ข้าน้อยเองก็นับว่าได้ทำภารกิจที่จวิ้นจู่มอบหมายสำเร็จแล้ว”
เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเล็กน้อย “เรื่องเสียนหนิงคงต้องรบกวนคุณชายฉินแล้ว”