หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 848 เด็กซน (2)
ตอนที่ 848 เด็กซน (2)
ชายร่างกำยำผู้นั้นโกรธไม่น้อย ก้าวขึ้นไปด้านหน้าคว้าเด็กชายคนนั้น เอ่ยด้วยความเกรี้ยวกราด “เจ้าเด็กชั่ว เจ้ายังกล้ามาขโมยของข้า วันนี้ไม่ได้ตีเจ้าให้ตายข้าจะใช้แซ่เดียวกับเจ้าเลย”
“ปล่อยข้า ปล่อยข้านะ” เด็กคนนั้นขัดขืนสุดชีวิต
เด็กที่ถูกตีเองก็มีกำลังไม่น้อย เมื่อดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิตขึ้นมาต่อให้เป็นบุรุษผู้ใหญ่อยากจับเขาให้อยู่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ทันระวัง ชายร่างสูงใหญ่คนนั้นก็ถูกเขาคว้าแขนไว้และกัดลงไปแรงๆ เจ็บจนต้องสะบัดเขาออกไป
เด็กน้อยถูกเหวี่ยงชนเข้ากับแผงร้านค้าข้างถนน ยังไม่ทันลุกขึ้นได้บุรุษผู้นั้นก็หยิบไม้ที่หลุดออกมาจากแผงร้านค้าตรงเข้าไปฟาดลงไปที่เด็กน้อย
“ไอหยา” ผู้คนด้านข้างต่างร้องตกใจขึ้นมา หากฟาดลงบนศีรษะของเด็กคงแตกจนเลือดทะลักเต็มใบหน้าเป็นแน่ แต่กลับไม่มีใครคิดอยากเข้าไปช่วย เรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
เด็กน้อยคนนั้นเองก็ตกใจไม่เบา เดิมทีก็ถูกเหวี่ยงกระแทกจนเจ็บไม่อาจขยับตัวได้จะหลบไม้ที่พุ่งเข้ามาได้อย่างไร ทำได้เพียงมองไม้ที่พุ่งเข้าหาตนเองนิ่ง พลันรู้สึกถึงลมที่พัดผ่านหน้า ไม้ที่ควรฟาดลงมาบนศีรษะของเขากลับไม่ได้ฟาดลงมา
เด็กคนนั้นชะงักนิ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไป แต่ไม่รู้ว่าข้างกายของตนมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยในอาภรณ์สีฟ้ามาปรากฏตัวตั้งแต่เมื่อใด นางยื่นมือข้างหนึ่งออกไปจับท่อนไม้ในมือของชายร่างสูงใหญ่คนนั้น ดูแล้วเหมือนคุณหนูบอบบางตระกูลใหญ่ที่เขาเคยแอบดู แต่สตรีพวกนั้นแม้แต่เดินยังต้องให้สาวใช้คอยประคอง ทว่าไม่รู้ว่านางรับไม้ที่ฟาดลงมาจากบุรุษร่างสูงใหญ่ขนาดนั้นได้เช่นไร
“หากเจ้าฟาดลงไป เกรงว่าคงถึงแก่ชีวิตแล้ว” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ
ชายร่างสูงใหญ่ผู้นั้นชะงัก จากนั้นพลันโมโหขึ้นมา เอ่ย “ขโมยเพียงคนเดียว นับเป็นชีวิตคนอันใด โจรที่มือเท้าไม่สะอาดเช่นนี้ ต่อให้ถูกส่งตัวไปหยาเหมินก็ต้องถูกโบยอยู่ดี เจ้าเด็กชั่วนี่มาขโมยหมั่นโถวของข้าวันแล้ววันเล่า ตีให้ตายยังดีไปสำหรับเขา”
เด็กชายคนนั้นแยกเขี้ยวยิงฟันให้เขาด้วยความโกรธ ราวกับอยากพุ่งเข้าไปกัดเขาสักครั้ง ชายร่างสูงใหญ่มองเห็นเช่นนั้นยิ่งโกรธขึ้นไปอีก “แม่นางอย่ามายุ่ง หลีกไป ข้าจะต้องตีเจ้าเด็กชั่วนี่สักครั้ง”
แน่นอนว่าหนานกงมั่วมองเห็นท่าทีของเด็กคนนั้น ช่างเป็นเด็กซนมากจริงๆ
ยกมือขึ้นไปตบลงบนศีรษะของเขา “ยังไม่ขอโทษอีก”
เด็กน้อยเงยใบหน้ามอมแมมขึ้นมา พองแก้มมองหนานกงมั่ว หนานกงมั่วพบว่าดวงตาของเด็กน้อยใสบริสุทธิ์อย่างน่าประหลาด สายตาไม่ได้มีแววมาดร้าย เพียงแต่มีความน้อยเนื้อต่ำใจและละอายใจเท่านั้น
หนานกงมั่วเหลือบตามองหลิ่วหัน หลิ่วหันมองสบตาพลันหยิบเงินทองแดงส่งให้ เอ่ย “นี่คือเงินชดใช้ค่าหมั่นโถวของเจ้า”
ชายร่างสูงใหญ่คนนั้นไม่พอใจนัก แต่เมื่อนึกถึงสตรีที่รับไม้ที่ตนฟาดลงไปสุดกำลังด้วยมือเดียวแล้ว พลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในใจ มองเงินที่เพียงพอต่อความเสียหายของตนเอง ทำได้เพียงบ่นพึมพำและเดินหนีไป
“เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่” หนานกงมั่วก้มหน้ามองเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนพื้น
เด็กคนนั้นเหลือบมองหนานกงมั่ว กัดฟันลุกขึ้นวิ่งหนีเข้าไปในฝูงชนทันใด
หลิ่วหันเอ่ย “ยามนี้เด็กเช่นนี้คงจะมีไม่น้อย หากไม่มีคนสั่งสอนต่อไปเกรงว่า…” หลิ่วหันส่ายศีรษะ ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก หนานกงมั่วเอ่ย “ตามไปดู”
แม้เด็กคนนั้นจะวิ่งเร็ว แต่จะสู้หนานกงมั่วและหลิ่วหันที่เป็นมือสังหารชั้นหนึ่งได้เยี่ยงไร ไม่นานก็ถูกพวกนางติดตามไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งสองตามเด็กคนนั้นไป เห็นเด็กน้อยเก็บใบผักที่คนอื่นทิ้ง เก็บซาลาเปาครึ่งลูกที่ถูกเหยียบจนสกปรก อีกทั้งยังขโมยอาหารเหลือจากด้านหลังโรงเตี๊ยมจนถูกขับไล่ สุดท้ายหอบเอาเศษอาหารเล็กๆ น้อยๆ ออกนอกเมืองไป
ทั้งสองติดตามไปถึงวัดร้างห่างจากเมืองไม่ไกล ยังไม่ทันเข้าประตูก็ได้ยินเสียงของเด็กน้อยที่ดังขึ้น “ท่านแม่ น้องสาว ข้ากลับมาแล้ว ข้ามีอาหารมาแล้ว”
ยังไม่ทันเข้าประตู พลันได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องเสียงดังขึ้นมา “ท่านแม่ น้องสาว”
ทั้งสองมองสบตากัน ในใจคิดว่าคงต้องเกิดเรื่องขึ้นแล้วเป็นแน่ รีบสาวเท้าเข้าไป เป็นดั่งที่คิดด้านในเกิดความยุ่งเหยิง อาหารในมือของเด็กน้อยร่วงหล่นกระจัดการจายอยู่บนพื้น ในกองหญ้ารกห่างจากเขาไม่ไกล มีสตรีร่างกายซูบผอมเสื้อผ้าขาดวิ่นนอนอยู่ กำแพงอีกด้านยังมีเด็กหญิงอายุเจ็ดแปดขวบนอนอยู่ด้วย เพียงแต่ทั้งสองคนได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว
เพียงมองหนานกงมั่วก็ดูออกแล้ว เสื้อผ้าของสตรีผู้นั้นหลุดลุ่ย เห็นได้ชัดว่าก่อนตายคงจะถูกคนล่วงเกิน เด็กหญิงคนนั้นกลับถูกคนเหวี่ยงชนกำแพง ท้ายทอยกระทบกับกำแพงอย่างรุนแรง
“ท่านแม่ น้องสาว…” เด็กคนนั้นยืนนิ่งอยู่เนิ่นนาน คล้ายกับเพิ่งได้สติกลับมา น้ำตาไหลลงอาบแก้ม ทว่าไม่กล้าเดินเข้าไปดูแม่และน้องสาว ราวกับหากเขาไม่ได้เข้าไปดูให้แน่ใจ มารดาและน้องสาวก็จะยังไม่ตาย
หนานกงมั่วถอนหายใจอยู่ในใจ มองเศษอาหารที่กระจายอยู่บนพื้นก็เข้าใจทันทีว่าเด็กคนนี้ขโมยอาหารเพื่อนำมาให้มารดาและน้องสาวได้กิน เพียงแต่น่าเสียดายตอนนี้…
น้ำตาของเด็กน้อยไหลอยู่เงียบๆ ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่นานในตอนที่หนานกงมั่วอยากเอ่ยปากพูดอันใดบางอย่าง เขาพลันหมุนตัววิ่งออกไปด้านนอก หนานกงมั่วย่นคิ้ว เอ่ยเสียงเข้ม “ให้คนจัดการกับพวกเขาให้เรียบร้อย ข้าจะไปดู” รู้สึกว่าเด็กคนนั้นออกไปคนเดียวต้องเกิดเรื่องเป็นแน่
หลิ่วหันพยักหน้า พวกเขาที่เป็นมือสังหารล้วนแล้วแต่ตัวคนเดียว ล้วนเคยผ่านประสบการครอบครัวแตกแยกล้มตายเหล่านี้มาแล้ว
เด็กคนนั้นไม่ได้วิ่งไปทั่ว ทว่ามุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เพียงไม่นานก็วิ่งมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากวัดร้างไม่ไกล ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าหมู่บ้านมีชายหลายคนกำลังนั่งพูดคุยสนุกสนาน ดวงตาของเด็กคนนั้นราวกับมีกองเพลิงเผาไหม้อยู่ พุ่งเข้าไปหาคนเหล่านั้นทันที เขาเคลื่อนไหวรวดเร็ว กัดเข้าไปที่ร่างกายของคนคนหนึ่งอย่างแรง คนผู้นั้นพลันร้องเสียงดังขึ้นมาราวกับหมูโดนเชือด
“เจ้าเด็กบ้า เจ้าทำอันใด” คนอื่นๆ เองก็ตื่นตกใจ รีบเข้ามาคิดจะดึงเขาออกไป
“พวกเจ้าฆ่าแม่ของข้า ข้าจะฆ่าพวกเจ้า” เด็กคนนั้นร้องตะโกนออกมา จับมืออีกคนที่กำคอเสื้อเขาไว้แล้วงับไปแรงๆ
ชายผู้นั้นเจ็บจนต้องสะบัดเขาทิ้ง “ที่แท้ก็เป็นลูกของหญิงที่ถูกสามีทอดทิ้งน่ะหรือ มารดาเจ้าตายแล้วเกี่ยวอันใดกับพวกข้า”
ชายที่ถูกกัดก่อนหน้านี้ยกมือกดห้ามเลือดที่ต้นขา เอ่ย “ชั่วช้านัก กล้ามากัดข้า เป็นเพียงหญิงที่ถูกสามีทิ้ง ข้าเห็นนางในสายตานับเป็นวาสนาของนางแล้ว ยังกล้าเล่นตัวกับข้า สมควรตายแล้ว”
“เดรัจฉาน” เด็กคนนั้นกำดินจากพื้นขึ้นมาหว่านใส่หน้าชายผู้นั้น ดินเข้าตาแล้ว เจ็บจนไม่อาจสนใจขาที่ถูกกัด ยกมือปิดหน้าร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด