หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 849 ปลอบโยนทวยเทพ ดูแลรักษาธารน้ำและภูเขา (1)
ตอนที่ 849 ปลอบโยนทวยเทพ ดูแลรักษาธารน้ำและภูเขา (1)
“เจ้าเด็กบ้า รนหาที่ตายเสียจริง” คนอื่นๆ เห็นว่าเขาเป็นเพียงเด็กคนเดียวทว่าทำให้บาดเจ็บได้ถึงสองคน ต่างก็โมโหขึ้นมา ก้าวเข้าไปออกหมัดเตะกระทืบใส่คนเป็นเด็ก เด็กคนนั้นก็ไม่ยอมแพ้ ต่อสู้กันสุดกำลังตั้งใจทำร้ายอีกฝ่ายให้เจ็บปวด ชายเหล่านั้นยิ่งมีไฟโทสะขึ้นมา ชายหนึ่งในนั้นยกเท้าขึ้นเตรียมถีบไปยังแผ่นหลังของเด็กน้อยที่ล้มอยู่บนพื้นแรงๆ
“อ๊าก” เท้าของชายคนนั้นยังไม่ทันแตะถึงแผ่นหลังของเด็ก พลันรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมากะทันหัน แข้งขาอ่อนล้มลงไปกองกับพื้น ชายคนนั้นลุกลี้ลุกลนรีบคลานหลบไปอีกฝั่ง มองผู้คนตรงหน้าด้วยความหวาดระแวง ไฟโทสะยังคงแผดเผาอยู่ในดวงตา
“เกิดอันใดขึ้น”
“ผู้ใหญ่ตั้งหลายคนรุมรังแกเด็ก ช่างเก่งกันเสียจริง” หนานกงมั่วเดินเชื่องช้าออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ สายตามองไปยังชายทั้งสี่คนตรงหน้า ชายเหล่านั้นเองก็ไม่คิดว่าอยู่ดีๆ จะมีหญิงสาวงดงามเพียงนี้ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาเป็นเพียงอันธพาลเล็กๆ ไม่มีอันใดทำอยู่แถวนั้น สถานะทางครอบครัวไม่มีทั้งยังมีเวลาว่างเที่ยวเล่นไปทั่ว อายุมากเพียงนี้ก็ยังหาภรรยาไม่ได้ พบเข้ากับหญิงที่ถูกสามีทอดทิ้งจึงอดคิดล่วงเกินไม่ได้ แต่ลูกของสตรีผู้นั้นแม้จะยังเล็กทว่าร้ายกาจ หลายครั้งที่ไม่อาจได้ล่วงเกินยังถูกจัดการซ้ำยังสร้างความคับแค้นใจกลับมา วันนี้อาศัยจังหวะที่เด็กน้อยไม่อยู่ทั้งสี่คนจึงเข้าไปขืนใจสตรีผู้นั้น อีกทั้งยังไม่ทันระวังเหวี่ยงเด็กน้อยตัวเล็กชนผนังตาย คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นั้นจะคิดสั้นตัดสินใจฆ่าตัวตายตามไป
เพียงแต่พวกเขาไม่ได้เห็นการเป็นตายของสตรีไร้บ้านผู้ถูกสามีทอดทิ้งอยู่ในสายตานัก ตรงกันข้ามพวกเขากลับรู้สึกตื่นเต้นกับการกระทำที่ผ่านมา ยามนี้มองเห็นหญิงสามงดงามมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า สายตามีความปรารถนาที่น่ารังเกียจเพิ่มขึ้นมา หญิงงามเพียงนี้มิใช่สตรีบ้านป่าที่พวกเขาเคยเห็นจะเทียบได้ หากมิใช่เพราะโชคดีอย่าได้คิดได้ฝันว่าพวกเขาจะได้เจอสตรีงดงามเพียงนี้
“แม่นาง…คิดจะทำอันใดหรือ หรือว่าจะมาขอร้องอ้อนวอนแทนเด็กคนนี้หรือ” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
เด็กคนนั้นมองเห็นหนานกงมั่วก็ตกใจขึ้นมา ก่อนหน้านี้เขาไม่มีสติไม่ทันคิดก็วิ่งหนีออกมา ทว่าไม่เคยลืมพี่สาวที่เคยช่วยเหลือตน มองเห็นสายตาของชายเหล่านั้น เด็กชายรีบวิ่งไปยืนบังหนานกงมั่วเอาไว้ ราวกับว่าหากพวกเขาก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว เขาจะสู้สุดชีวิตกับคนเหล่านั้น
หนานกงมั่วนึกขำ อีกทั้งรู้สึกซาบซึ้งอยู่ในใจอย่างอดไม่ได้ ยกมือขึ้นตบไหล่ของเขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องกลัว ไปยืนอยู่ข้างหลังข้า”
ชายอีกคนหัวเราะขึ้นมา “แม่นางเอ่ยถูกแล้ว เด็กน้อยหลีกไป พวกเราไม่คิดทำร้ายแม่นางผู้นี้สักนิด”
“ไสหัวไป” เด็กคนนั้นเอ่ยขึ้นเสียงดัง แม้ว่าเขายังเป็นเด็ก แต่กลับเข้าใจสายตาอันน่ารังเกียจของชายเหล่านั้น หลายวันมานี้พวกเขาก็ใช้สายตาแบบนี้มองมารดาของเขา
“อย่ามาขวาง หลบไป” ชายคนหนึ่งคว้าเด็กคนนั้นเอาไว้ด้วยความหงุดหงิด อยากโยนเขาออกไป ทว่ารู้สึกเจ็บที่ข้อมือขึ้นมาทันใด ก่อนที่ร่างของชายคนนั้นพลันลอยละลิ่วออกไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน
ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นนอกจากหนานกงมั่วแล้วต่างตกใจไม่น้อย สตรีที่ไม่ได้ดูแข็งแรงทว่าสามารถทำให้ชายที่สูงใหญ่กว่าตนเองลอยละลิ่วออกไปได้ กำลังเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่อันธพาลเล็กๆ ในหมู่บ้านจะเข้าใจได้ ดังนั้น สายตาที่คนเหล่านั้นมองมายังหนานกงมั่วจึงยิ่งมีความหวาดกลัวมากขึ้น ทว่าเด็กชายที่ถูกหนานกงมั่วยืนบังเอาไว้กลับมองหนานกงมั่วด้วยสายตาเป็นประกาย
“เจ้า…เจ้าใช้วิชามารอันใดกัน” ชายคนหนึ่งจ้องหนานกงมั่วด้วยความระแวดระวัง ราวกับนางเป็นปีศาจร้าย เพียงไม่ระวังก็จะพุ่งเข้ามากลืนกินตนเอง
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว ไม่เอ่ยสิ่งใด สายตากวาดมองไปยังชายคนนั้นที่นอนร้องไห้กุมข้อมืออยู่บนพื้น เนิ่นนานก่อนจะเอ่ย “ข้าไม่ใช่คนดีอันใด และไม่คิดยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ว่า…ในเมื่อพวกเจ้าทำให้ข้าไม่พอใจ พวกเจ้าทำลายข้อมือของพวกเจ้าเองแล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า ส่วนเด็กคนนี้จะมาแก้แค้นพวกเจ้าในอนาคตหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับข้า”
ทำลายข้อมือของตนเองอย่างนั้นหรือ
คนที่เหลือมองเพื่อนของตนเอง สีหน้าไม่น่ามองขึ้นมา ชายคนหนึ่งแสร้งทำเป็นกล้าหาญ เอ่ยเสียงหยัน “แม่นางช่างคุยโวโอ้อวดยิ่งนัก รีบไปเสียเถิดพวกเราจะไม่ถือสาเจ้า”
หนานกงมั่วยิ้มหยัน หลายนิ้วขยับเล็กน้อย “เอ่ยเช่นนี้ พวกเจ้าไม่ยอมอย่างนั้นหรือ”
“เสียเวลาอันใดกับนาง จัดการสักรอบก็อยู่แล้ว พวกเรายังไม่เคยชิมสตรีสวยเช่นนี้มาก่อน” ชายคนหนึ่งเอ่ยเสียงแข็งนอกนุ่มใน สองคนที่เหลือมองสบตากัน ทั้งสามส่งเสียงข่มขวัญย่างกรายเข้าใกล้หนานกงมั่ว พวกเขาเองก็รู้ว่าสตรีตรงหน้าคงไม่ธรรมดา แต่จะให้พวกเขาทำลายมือของตนเองอย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมามีแต่พวกเขาที่รังแกคนอื่น หากกลายเป็นคนมือพิการแล้ว เกรงว่าคงกลายเป็นคนอื่นมารังแกตนเอง แน่นอนว่าไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน ต่อให้สตรีตรงหน้าเป็นปีศาจร้ายจริงๆ พวกเขาบุรุษสามคนจะกลัวนางเชียวหรือ
มองทั้งสามที่กำลังเดินเข้าหาตนเรื่อยๆ ดวงตาของหนานกงมั่วมีแววเย้ยหยัน ภายใต้สายตาห่วงใยจากเด็กชายคนนั้นนางพลันเคลื่อนตัวหายไปจากที่เดิม ร่างบางในอาภรณ์สีฟ้ากำลังเคลื่อนไหวราวกับผีเสื้อเต้นระบำ เสียงร้องโหยหวนดังไม่ขาดสาย เด็กหนุ่มคิดว่าตนเองมองไม่ทันเลยด้วยซ้ำ เหล่าอันธพาลพวกนั้นพลันล้มกองกันอยู่บนพื้น
เดิมทีเขาวิ่งมาหาคนพวกนี้เพื่อสู้สุดชีวิต ความจริงแล้วต่อให้เขาสู้จนสุดชีวิตก็ไม่อาจสังหารคนเหล่านี้ได้ แต่เขาจะทำอื่นใดได้เล่า ทว่าไม่เคยคิดว่าพี่สาวที่เคยช่วยเหลือตนเองจะสามารถจัดการกับเหล่าอันธพาลที่เป็นศัตรูที่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่อาจคิดออกถึงวิธีกำจัดคนเหล่านี้ได้ นางกลับทำได้อย่างง่ายดาย
“แม่นาง…แม่นางไว้ชีวิตด้วยเถิด” คนที่นอนอยู่บนพื้นมีบาดแผลภายนอกไม่หนักมากนัก เพียงแต่ข้อมือมีรอยเลือดเส้นบางๆ อยู่ ทุกร่องรอยไม่ว่าจะเป็นความลึกหรือความสั้นยาวล้วนเหมือนกัน รอยเลือดที่ไหลลงบนพื้นบ่งบอกได้ชัดเจนว่าข้อมือนั้นไม่อาจใช้การได้แล้ว
หนานกงมั่วก้มลงไปเช็ดกริชที่เปื้อนเลือดกับร่างของชายที่นอนอยู่บนพื้น เอ่ย “พวกเจ้าวางใจ ข้าไม่ฆ่าพวกเจ้าอย่างแน่นอน”
ชายทั้งสี่ตัวสั่นเทามองไปยังหนานกงมั่ว พวกเขาไม่อาจวางใจได้เลยแม้เพียงนิด
หนานกงมั่วหันกลับมามองเด็กชายที่ยืนอยู่ด้านหลังของตน เลิกคิ้วพลางเอ่ย “พวกเขาอยู่ที่นี่แล้ว หากเจ้ายังรู้สึกว่าไม่เพียงพออยากแก้แค้นก็ไปเถิด”
เด็กชายดวงตาแข็งกร้าวแดงก่ำ พุ่งไปอย่างรวดเร็ว
“เจ้าคิดจะทำอันใด” สองมือไม่อาจเคลื่อนไหวได้ แต่เท้าของชายเหล่านั้นไม่มีปัญหา เห็นว่าเด็กชั่วคนนั้นตรงเข้ามาอย่างไม่เป็นมิตร คิดอยากเคลื่อนถอยหลัง
ใบหน้าของเด็กน้อยเผยรอยยิ้มมาดร้าย “นางไม่สังหารพวกเจ้า ข้าเองก็จะไม่สังหารพวกเจ้า” เอ่ยจบจึงเก็บก้อนหินด้านข้างหนึ่งก้อนทุบใส่ร่างกายส่วนล่างของชายคนหนึ่งอย่างรุนแรง
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นทันที หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เบนหน้าไปทางอื่น เจ้าเด็กคนนี้ช่างเหี้ยมโหด ตั้งแต่การต่อสู้ของเขาหนานกงมั่วก็ดูออกแล้วว่าเจ้าเด็กคนนี้ต้องเป็นคนที่ลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมอย่างแน่นอน ยามต่อสู้เน้นย้ำไปยังส่วนสำคัญ ลงมือโดยไม่มีความหวาดกลัวหรือลังเลในแบบที่เด็กควรจะมี แน่นอนว่ามีอารมณ์โกรธที่ต้องเสียมารดาและน้องสาว เกรงว่านิสัยโดยส่วนตัวเองก็มีส่วนอยู่ไม่น้อย อย่างไรเสียก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กอายุแปดก้าวขวบคนหนึ่งจะทำได้ในสถานการณ์เช่นนี้